<?xml version="1.0" encoding="WINDOWS-874"?>
<rss version="2.0">
<channel>
<lastBuildDate><![CDATA[Sat, 20 Mar 2010 08:00:51 GMT]]></lastBuildDate>
<title><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></title>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th]]></link>
<description><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></description>
<copyright><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></copyright>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์สั่งเตรียมความพร้อมการแพทย์ฉุกเฉินรับมือการชุมนุมวันที่ 20 มีนาคม 2553 เต็มที่]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">วันนี้(19 มีนาคม 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติว่า &nbsp;การประชุมในวันนี้ เป็นการซักซ้อมความพร้อมรองรับสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 20 มีนาคม 2553 ทั้งนี้ได้รับรายงานจากทุกหน่วยงานว่ามีความพร้อมเต็มที่&nbsp;โดยสภากาชาดไทยได้เตรียมสำรองเลือดเพิ่มอีก 1,500 ยูนิต&nbsp;ในส่วนของระบบการสื่อสารหากเกิดปัญหาจะมีการสื่อสารของภาคเอกชนสำรอง โดยมีรถ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โมบายให้การบริการ </span></span></p>
<div style="text-justify: inter-cluster"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ในด้านการเตรียมความพร้อมทางน้ำ ได้ให้โรงพยาบาลศิริราชเป็นศูนย์กลาง โดยทางกรุงเทพมหานครมีเรือ 4 ลำ กองทัพเรือ 1ลำ โรงพยาบาลวชิระ 3 ลำ&nbsp;และเรือของบริษัทเดินเรือสุพัตราซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;สามารถให้บริการได้อย่างทันท่วงที โดยจะนำผู้ป่วยไปขึ้นที่ท่าที่ใกล้โรงพยาบาลที่สุด</span></span></div>
<div style="text-justify: inter-cluster"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &ldquo;จากการติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยและได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม&nbsp;ในวันที่ 18มีนาคม 2553 ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินได้รับรายงานมีผู้ป่วยทั้งหมด 20 ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยท้องเสีย 18 ราย กลับบ้านหมดแล้ว โดยมีผู้ป่วยสะสมที่รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งหมด 9 ราย ประกอบด้วยโรงพยาบาลกลาง 1 รายโรงพยาบาลตำรวจ 2 รายโรงพยาบาลวชิระ 2 ราย โรงพยาบาลราชวิถี 1 ราย โรงพยาบาลศรีวิชัย 1 รายและโรงพยาบาลพระมงกุฎ 2 ราย&rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว</span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </b><b>........................</b><b>&nbsp;</b><b>19 มีนาคม 2553</b></span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;</span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31260]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-19 16:25:10]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ ย้ำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และอสม. ติดตามเฝ้าระวังไข้หวัดนกในคนต่อเนื่อง  พบผู้ป่วยสงสัยส่งตัวรักษาทันที ]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ หรือโอไออี รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกระบาดใน 8 ประเทศได้แก่ อินเดีย บังกลาเทศ เวียดนาม อิสราเอล กัมพูชา พม่า เนปาล และภูฏาน และองค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยไข้หวัดนกในคน ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย อียิปต์ และเวียดนาม ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และประสานงานกรมปศุสัตว์ตลอดเวลา โดยมีการประชุมร่วมกันทุกเดือน รวมทั้งขณะนี้ก็มีการประชุมร่วมกันในเรื่องนี้</span></span></p>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">สำหรับภารกิจในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ที่เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในคน ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค ประสานงานให้อสม. ทั่วประเทศติดตามเฝ้าระวังโรค ทั้งในคนและสัตว์ปีกในหมู่บ้านหรือในชุมชนที่รับผิดชอบ หากพบสัตว์ปีกตายเป็นจำนวนมากหรือผิดปกติ ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เช่น สถานีอนามัย หรือรพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เพื่อประสานกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้ามาร่วมดำเนินการควบคุมโรคในสัตว์ปีก ขณะเดียวกัน หากพบคนป่วยหรือสงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคนี้ ให้พาไปพบแพทย์โดยด่วน</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์&nbsp;&nbsp; อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้ทุกโรงพยาบาลคงมาตรการในการคัดแยกผู้ป่วย และการรักษา ซึ่งเข้าใจว่าทุกโรงพยาบาลมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมาแล้ว เพื่อความไม่ประมาท ก็จะดำเนินการควบคุมเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ตามที่ได้รับคำเตือนจากโอไออี </span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้านนายแพทย์ไพจิตร์&nbsp;วราชิต กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในคน หลังพบผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดนกรายสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 จนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่แต่อย่างใด โดยมาตรการหลักที่โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศดำเนินการขณะนี้ คือการซักประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก หรืออยู่ในพื้นที่มีสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ในผู้ป่วยที่มีปอดอักเสบ ปอดบวมที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลทุกราย เพื่อคัดกรองและให้การรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ซึ่งทำคู่ขนานกับการเฝ้าระวังกับ อสม.ในหมู่บ้านต่าง ๆ </span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2546 จนถึง 17 กุมภาพันธ์ 2553 องค์การอนามัยโลกรายงานทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดนก 477 ราย เสียชีวิต 286 รายใน 15 ประเทศ มากที่สุดคืออินโดนีเซีย ป่วย 162 เสียชีวิต 135 ราย รองลงมาคือเวียดนาม ป่วย 112 ราย เสียชีวิต 57 ราย อียิปต์ป่วย 99 ราย เสียชีวิต 30 ราย ส่วนไทยป่วย 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย </span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><b>****************&nbsp;19 มีนาคม 2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31258]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-19 16:03:34]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ แนะประชาชนมีไข้ ไอเกิน 2 สัปดาห์ ให้พบแพทย์ หากป่วยเป็นวัณโรค กินยาครบ 6 เดือนมีสิทธิหาย ไม่แพร่เชื้อให้สังคม ]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><img height="201" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0263(1).jpg" />วันนี้(19&nbsp; มีนาคม&nbsp; 2553) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp; ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดงาน &ldquo;มวลชน รวมพลัง หยุดยั้งวัณโรค&rdquo; ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯว่า สถานการณ์โรควัณโรคของไทยยังเป็นปัญหาและติดอันดับที่ 18 ใน 22 ประเทศทั่วโลก องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าไทยมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 125,000 ราย มีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 40,000 ราย เสียชีวิตปีละ 13,000 ราย ขณะที่อัตราความสำเร็จในการรักษามีเพียงร้อยละ 74 ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือร้อยละ 85 &nbsp;เนื่องจากไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 8 &nbsp;และอัตราการขาดการรักษาร้อยละ 6&nbsp; ทั้งนี้วัณโรคเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของโรคเอดส์และแรงงานเคลื่อนย้าย&nbsp; ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค ดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับมูลนิธิเครือข่าย โดยมุ่งเป้าหมายที่การให้การรักษาผู้ป่วยให้กินยาครบตามกำหนด และรักษาหายให้ได้มากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยทั้งหมด &nbsp;โดยการพัฒนาคุณภาพการกินยาของผู้ป่วย และเสริมสร้างชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างความเข้าใจให้ผู้ป่วย กินยาให้ครบ รักษาจนหาย และไม่รังเกียจผู้ป่วย </span></span></p>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่อยากจะฝากสำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ 3 เรื่อง ประการแรกคือ ขอให้ประชาชนช่วยสังเกตอาการของวัณโรค หากคนในครอบครัวมีอาการไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืนน้ำหนักลดเกินกว่า 2 สัปดาห์ ขอให้พาไปพบแพทย์เพราะอาจจะป่วยเป็นวัณโรค &nbsp;&nbsp;ประการที่ 2 หากมีคนในบ้านป่วยเป็นวัณโรค เมื่อแพทย์ให้ยารักษาวัณโรคแล้ว&nbsp; จะต้องกินให้ครบตามที่กำหนด 6 เดือน &nbsp;ประการที่ 3 ขอฝากสังคมว่าจะต้องไม่รังเกียจผู้ป่วยที่เป็นวัณโรค และช่วยกันดูแลให้ผู้ป่วยหายจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งเท่ากับว่าช่วยสังคมในภาพรวม&nbsp; เนื่องจากจะเป็นการลดการแพร่ระบาดของวัณโรค ไม่ให้ติดต่อผู้อื่นได้ </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">ทางด้านนายแพทย์ไพจิตร์&nbsp; วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข &nbsp;มีแผนงานควบคุมวัณโรคแห่งชาติเพื่อลดอัตราป่วยและเสียชีวิต และลดการแพร่เชื้อของเชื้อวัณโรค โดยมียุทธศาสตร์ดำเนินงานคือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งตามมาตรฐาน ให้ทุกองค์กรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม &nbsp;การเร่งรัดดำเนินงานควบคุมโรคผสมผสานระหว่างวัณโรคและโรคเอดส์ซึ่งเกี่ยวข้องกัน โดยวัณโรคปอดเป็นโรคฉวยโอกาสอันดับ 1 ที่เกิดกับผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ เนื่องจากผู้ป่วยวัณโรคมีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำอยู่แล้ว </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังได้สร้างกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการควบคุมป้องกันวัณโรคในประชากรกลุ่มเสี่ยงพิเศษและตามพื้นที่ชายแดน การเฝ้าระวังป้องกันปัญหาวัณโรคดื้อยาหลายขนาน การพัฒนาบุคลากรและการสนับสนุนการศึกษาวิจัยและพัฒนางานควบคุมวัณโรค &nbsp;ทั้งนี้ผู้ป่วยวัณโรคของไทยทุกคน จะได้รับการรักษาฟรี นอกจากนี้คนไทยที่ไม่มีบัตรประชาชน คนต่างด้าว ก็สามารถมารับบริการรักษาวัณโรคได้ฟรีเช่นกัน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลก</span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><b><span style="color: black">**********************&nbsp;1</span></b><b><span style="color: black">9</span></b><b><span style="color: black"> มีนาคม 2553</span></b></span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;</span></span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&nbsp;</span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31257]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-19 16:02:06]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ. แจกหน้ากากอนามัย 1 ล้านชิ้น ให้ประชาชน 8 จังหวัดภาคเหนือใส่ป้องกันสูดฝุ่นละอองควันไฟเข้าปอด แนะประชาชนงดออกกำลังกายกลางแจ้ง ผู้มีโรคประจำตัวหากอาการกำเริบให้รีบพบแพทย์]]></title>
<description><![CDATA[      นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือว่า ขณะนี้หมอกควันได้กระจายไปในหลายจังหวัดในภาคเหนือ จากการที่กระทรวงสาธารณสุขไปตรวจตัวเลขความเข้มข้นหมอกควัน ซึ่งตรวจโดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าอัตราส่วนของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนในอากาศต่อลูกบาศก์เมตรในปีนี้สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบม.) ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ  โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอนตรวจวัดสุดสูงถึงระดับ 518.5 มคก./ลบม.ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 10 ปี เชียงรายสูงถึง 239 มคก./ลบม.  พะเยา 218 มคก./ลบม. ลำพูน 212 มคก./ลบม. รวมทั้งเชียงใหม่และลำปางตัวเลขสูงทั้งสิ้น   

	นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า จากการติดตามสถานการณ์ในสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือประกอบด้วย เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ แพร่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน และน่าน พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หลอดลมและปอดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 8 จังหวัด แจกหน้ากากอนามัยจำนวน 1,000,000 ชิ้น ให้ประชาชนใส่ป้องกันการสูดฝุ่นเข้าปอด และแจกจ่ายคู่มือดูแลสุขภาพด้วย
ประการสำคัญ ประชาชนควรงดออกกำลังกายกลางแจ้ง เพราะจะทำให้หายใจลำบากขึ้น และควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้านเพื่อป้องกันฝุ่นละออง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เวียนศีรษะ ใจสั่น ให้ไปพบแพทย์ทันที ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนงดการเผาป่าและหญ้าไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่ภาคเหนือให้ลดลงมากที่สุด

*****************************************  18 มีนาคม 2553

]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31247]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-18 18:34:50]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์เตือนประชาชนที่ถูกสุนัขหรือแมวกัด อย่าชะล่าใจ ขอให้ไปฉีดวัคซีนที่สถานบริการของรัฐได้ทั่วประเทศฟรี]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt"><span>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า พบเพิ่มขึ้น โดยในปี 2552 พบผู้เสียชีวิต 23 ราย ในปี 2553 ตั้งแต่เดือนมกราคม &ndash; กลางเดือนมีนาคม พบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า 9 ราย โดย 2 รายล่าสุดที่ปรากฏเป็นข่าว รายแรกสุนัขกัดแมว และผู้เสียชีวิตเข้าไปช่วยแมวเลยถูกแมวกัดเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2553 หลังจากถูกกัดไม่ได้ไปฉีดวัคซีน จึงเสียชีวิตอีก 1 เดือนถัดมา ส่วนรายที่ 2 นำสุนัขที่อยู่ใต้ท้องรถออกมาและถูกสุนัขกัด ซึ่งหลังจากถูกกัดแล้วไม่ได้ไปฉีดวัคซีนเช่นกัน&nbsp;ซึ่งเสียชีวิตในเดือนมีนาคม 2553 เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2552 เสียชีวิต 4 ราย </span></span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นอุทาหรณ์ขอประชาชนหลังจากถูกสุนัข หรือแมว กัดหรือข่วน จึงขอให้พบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าทันที ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน สามารถไปใช้บริการสถานพยาบาลของรัฐเพื่อรับการฉีดวัคซีนได้ทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ขอให้ผู้ที่เลี้ยงสุนัข แมว นำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า นายจุรินทร์ กล่าว</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt"><b>.............................&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 18 มีนาคม 2553</b></span></span></p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31241]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-18 14:38:52]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ห่วงผู้เข้าร่วมชุมนุมเจ็บป่วย จัดส่งยาให้ 5,000 ชุด พร้อมเตรียมแผนวงแหวน 3 ชั้นด้านการแพทย์ รับมือหากเกิดการเจ็บป่วย หรือเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 53 ]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt"><img height="201" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0201(1).jpg" />นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติประจำวันนี้ (18 มีนาคม 2553) ว่า จากการติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยและได้รับบาดเจ็บในวันที่ 17มีนาคม 2553ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินพบว่ามีผู้ป่วยทั้งหมด 9ราย ท้องเสีย 2 ราย ใจสั่น 1 ราย ทั่วไป 6 ราย โดยเข้ารับการที่รพ.กลาง รพ.วชิระ รพ.ราชวิถี และรพ.ตำรวจ ขณะนี้ผู้ป่วยทั้งหมดกลับบ้านแล้ว ทั้งนี้มียอดผู้ป่วยสะสมที่ยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งหมด 8 ราย ดังนี้ รพ.พระมงกุฎ 2 รายเป็นทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง รพ.วชิระ 1 รายเป็นไข้ทั่วไป รพ.ราชวิถี 1 รายเป็นผู้ที่มาชุมนุมและได้รับอุบัติเหตุรถชน กระดูกหัก รพ.หัวเฉียว 1 ราย มีอาการชัก รพ.ตำรวจ 2 ราย โดยเป็นไส้ติ่งอักเสบ 1 ราย ชักเกร็ง 1 ราย และที่รพ.ศรีวิชัย 1 ราย มีอาการชักเกร็ง</span></span></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">สำหรับสถานการณ์ของการชุมนุมในภาพรวม จากการประเมินสถานการณ์ของศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯ ได้รับรายงานว่า จำนวนผู้ชุมนุมมีแนวโน้มลดลง แต่มีความพยายามที่จะระดมคนเข้ามาเพิ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีเรื่องที่น่าเป็นห่วง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.สุขภาพของผู้ชุมนุม เนื่องจากอากาศร้อนจัดและวานนี้มีฝนตกลงมา โดยกระทรวงสาธารณสุขได้รับการประสานงานจากผู้ชุมนุมว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ตัวแทนของผู้ชุมนุมมารับยาได้ที่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5,000 ชุด ประกอบด้วยยาสามัญประจำบ้าน 2,000 ชุด ยาแก้ท้องเสีย 1,000 ชุด เกลือแร่ 1,000 ชุด และยาแก้ผื่นคัน 1,000 ชุด</span></span></p>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">เรื่องที่ 2 ได้แก่การเตรียมความพร้อมรับเหตุจากการก่อวินาศกรรมซึ่งไม่ทราบว่าจะเกิดหรือไม่ ให้ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งบุคลากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ เลือด ออกซิเจน ให้พร้อม และสำรองความพร้อมระบบสื่อสารหากระบบปกติใช้การไม่ได้ </span></span></div>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">&nbsp;เรื่องที่ 3 คือการเตรียมพร้อมด้านการแพทย์ เพื่อรับมือกับการประกาศระดมพลรอบใหม่ของผู้ชุมนุม ในวันที่ 20 มีนาคม 2553 ซึ่งในเบื้องต้นอาจมีการเคลื่อนขบวนไปยังจุดต่างๆ เกรงว่าจะเกิดการปะทะขึ้น&nbsp;โดยได้เตรียมแผนวงแหวน 3 ชั้นไว้รองรับทางด้านการแพทย์ ประกอบด้วย เขตวงแหวนชั้นในจะถือจุดหลักที่เตรียมความพร้อมไว้ 4 จุดเดิม ได้แก่ รพ.สงฆ์ รพ.กลาง รพ.มิชชั่น และรพ.วชิระ เขตวงแหวนชั้นกลางมี 4 จุด ได้แก่ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รพ.ภูมิพล รพ.สมุทรปราการ รพ.พระนั่งเกล้า และรพ.นพรัตนราชธานี และเขตวงแหวนรอบนอกในเขตปริมณฑล 8 จังหวัด มีการเตรียมความพร้อมทั้งรพ.ภาครัฐ เอกชน มูลนิธิต่างๆ ขณะเดียวกันจะมีการจัดทีมเคลื่อนที่ทางการแพทย์เข้าไปให้ความช่วยเหลือหากเกิดการปะทะ หรือเกิดอุบัติเหตุด้วย โดยในวันที่ 19 มีนาคม 2553 จะหารือกับหน่วยปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯทั้งหมดเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือด้านการแพทย์ด้วย </span></span></div>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">ด้านนายแพทย์ ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในสถานการณ์การชุมนุมนั้น มีประชาชนมาอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ประกอบกับอากาศร้อน และได้รับข่าวสารการเมืองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดความเครียดได้ง่าย ซึ่งจะแสดงอาการออกมาไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมพยายามควบคุมสภาพจิตใจไม่ให้เครียดจนเกินไป สำหรับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมการชุมนุมนั้น ขอให้ดูแลสุขภาพร่างกายควบคู่กันไปด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span></div>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">*************<b> 18 มีนาคม 2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31240]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-18 14:34:26]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ ห่วงใยสุขภาพผู้ชุมนุม เผยสถานการณ์รอบ 5 วัน มีผู้เจ็บป่วยแล้ว 16 ราย เตรียมทีมแพทย์พร้อม 24 ชั่วโมง ระบบวิทยุสื่อสารสำรอง รองรับหากมีเหตุวินาศกรรม ]]></title>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt"><img height="199" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/17March53_JuRin 1669_5(1).jpg" />นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติประจำวันนี้ (17มีนาคม 2553)ว่า จากการติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยและได้รับบาดเจ็บของวันที่ 16 มีนาคม 2553 ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินพบว่ามีผู้ป่วยทั้งหมด 16 รายไปรับการรักษาที่วชิรพยาบาลและโรงพยาบาลกลาง ในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายเป็นชายทั้งหมด โดยหกล้มปากแตก 2 ราย ถูกทำร้ายร่างกาย 1 ราย อีก 13 ราย ป่วยด้วยอาการท้องเสีย ปวดท้อง ชักเกร็ง เป็นไข้ หน้ามืดเป็นลม นอนรักษาตัวที่วชิรพยาบาล 1 รายขณะนี้กลับบ้านแล้ว </span></span></p>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน กรณีที่ผู้ชุมนุมจะนำเลือดไปเทที่บ้านนายกรัฐมนตรีในวันนี้นั้น ได้เตรียมการรพ.รองรับไว้ทั้งรพ.รัฐและเอกชน รพ.รัฐบาล ได้แก่ รพ.พร้อมมิตร และรพ.ตำรวจ ส่วนรพ.เอกชนได้ประสานงานกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เตรียมการรพ.ในพื้นที่ เช่นรพ.คามิลเลี่ยน รพ.สมิติเวช รพ.บำรุงราษฎร์ รพ.กรุงเทพ รพ.เพชรเวช รพ.สุขุมวิท รพ.กล้วยน้ำไท เป็นต้น โดยทีมวชิรพยาบาลจะดูแลการล้างฆ่าเชื้อโรคตามพื้นที่เทเลือด เช่นเดียวกับที่ทำเนียบและหน้าพรรคประชาธิปัตย์ส่วนกรณีที่เกิดในต่างจังหวัด ได้มอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดรับผิดชอบดำเนินการ </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="199" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/17March53_JuRin 1669_1(1).jpg" />&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="199" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/17March53_JuRin 1669_3(1).jpg" /></span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">สำหรับขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯ ได้ประเมินสถานการณ์ พบว่าแนวโน้มผู้ชุมนุมลดลง แต่ขณะเดียวกันมีความพยายามเสริมกำลังเข้ามาจากต่างจังหวัด ที่น่าห่วงขณะนี้คือการก่อวินาศกรรม ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯ จะต้องเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง คงจุดบัญชาการการแพทย์ฉุกเฉินถาวร 4 จุดไว้ คือ1.รพ.สงฆ์ 2.รพ.มิชชั่น ร่วมกับสภากาชาดไทยและมูลนิธิร่วมกตัญญู 3.วชิรพยาบาล และ4.รพ.กลาง โดยเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เลือด ออกซิเจน ในระดับสูงสุดเช่นเดิม และยังได้เตรียมความพร้อมระบบวิทยุมือถือสำรองไว้ หากระบบสื่อสารช่องทางปกติใช้การไม่ได้ และตรวจสอบความพร้อมเป็นระยะๆ ทุกวัน </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับการที่ผู้ชุมนุมนำเลือดมาเทราดตามจุดต่างๆ นั้น ในประเด็นทางการเมือง เท่าที่ติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมาในช่วงเริ่มเทเลือดวานนี้ คิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนกับวิธีการเช่นนี้ เพราะเป็นสัญลักษณ์นำไปสู่การใช้ความรุนแรง สังคมไทยไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น ดังนั้นหากคิดนำวิธีการนี้ไปขยายผลต่างจังหวัดควรคิดให้ดีว่าควรทำต่อหรือไม่ คุ้มค่ากับผลทางการเมืองที่ได้รับกลับมาหรือไม่ ส่วนประเด็นด้านการแพทย์ เป็นครั้งแรกที่วงการแพทย์หลายหน่วยงานพูดชัดเจนตรงกันว่า ไม่สนับสนุนวิธีการนี้ ทั้งสภากาดไทย แพทยสภา สภาการพยาบาล หรือแม้แต่แพทย์ที่สังกัดองค์กรอื่นๆ จึงอยากฝากให้ใช้วิธีการอื่นที่ยอมรับได้ ไม่นำไปสู่ความรุนแรง น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด&nbsp;</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<img height="199" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/17March53_JuRin 1669_2(1).jpg" />&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<img height="199" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/17March53_JuRin 1669_4.jpg" /></span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">&ldquo;กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยและเตือนผู้ชุมนุมในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย ให้ดูแลสุขภาพ&nbsp;ซึ่งวันนี้มีฝนตกขอให้ผู้ชุมนุมระวังเป็นไข้หวัด หากป่วยเป็นไข้ให้รีบพบแพทย์&rdquo; นายจุรินทร์กล่าว&nbsp;&nbsp; </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt">ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มชุมนุมนำเลือดมาสาดถูกประชาชนนั้น&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ 2 หน่วยงานคือกทม. เนื่องจากเป็นเหตุที่มีผลเสียทางสุขภาพ&nbsp;และหน่วยงานที่ 2 คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพ เช่น แพทยสภา และสภาการพยาบาล</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Angsanaupc"><span style="font-size: 16pt"><span style="letter-spacing: -0.5pt"><b> ************ 17 &nbsp;มีนาคม&nbsp; 2553</b></span>&nbsp;</span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31223]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-17 15:03:43]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์เผยที่กทม.มีผู้ป่วยแล้ว 20 ราย สั่งเพิ่มหน่วยแพทย์ 2 จุด ที่นางเลิ้ง กับลานพระรูปทรงม้า ]]></title>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><b><u>กำชับศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฯ ที่เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานีและนครราชสีมา เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินจากการชุมนุม&nbsp;ด้านแพทย์ใหญ่ชี้ การเจาะเลือดที่คอ เสี่ยงอันตราย เตือนสวมถุงมือก่อนเก็บขยะติดเชื้อ ราดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนนำไปฝังหรือเผา</u></b></span></span></p>
<div style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;<img height="199" alt="" width="300" align="left" src="/ops/iprg/userfiles/Jurin_Lek_15_1000.jpg" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติประจำวันนี้(16 มีนาคม 2553) ว่า ได้รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเจ็บป่วยรวม 20 ราย โดยเป็นผู้บาดเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วยทหาร 2 นาย &nbsp;อุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน 2 ราย ทะเลาะวิวาท 1 ราย &nbsp;และผู้ป่วย 15 ราย ซึ่งเกิดจากอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย 8 ราย &nbsp;ป่วยทั่วไป 7 ราย</span></span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในวันนี้ได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการฯ ทั้ง 79 ศูนย์ เตรียมพร้อม และให้เตรียมพร้อมเป็นกรณีพิเศษ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา เนื่องจากปรากฏเป็นข่าวเบื้องต้นว่าจะมีการตั้งเวทีชุมนุมตั้งแต่คืนวานนี้(15 มีนาคม 2553) จึงสั่งการให้มีการเฝ้าระวังพร้อมให้มีการปฏิบัติการหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ในส่วนของกรุงเทพมหานคร เน้น 4 จุดตามที่เป็นข่าว และเพิ่มหน่วยบริการอีก 2 จุด คือที่บริเวณลานพระรูปทรงม้า และนางเลิ้ง โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบ &nbsp;มีรถพยาบาล 2 คันเพื่อช่วยปฐมพยาบาล รักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ</span></span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &ldquo;เป็นห่วงไข้หวัดใหญ่ 2009 เนื่องจากมีผู้มาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก หากมีผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 เชื้อจะมีโอกาสแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย และอาจจะระบาดเป็นวงกว้าง ดังนั้นหากผู้ร่วมชุมนุมป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน นอกจากนี้ยังเป็นห่วงโรคที่มากับอากาศที่ร้อน ทั้งโรคติดเชื้อทางเดินอาหาร โรคอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย เป็นลมเนื่องจากอากาศร้อน &nbsp;จึงขอให้ระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหาร น้ำดื่มต้องสะอาด &nbsp;รวมทั้งการขับถ่าย&rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว</span></span></div>
<div style="text-align: justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<img height="199" alt="" width="300" src="/ops/iprg/userfiles/Jurin_Lek_15_1000 1.jpg" />&nbsp; <img height="199" alt="" width="300" src="/ops/iprg/userfiles/Jurin_Lek_15_1000 2.jpg" /></div>
<p>&nbsp;</p>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าผู้ชุมนุมจะเจาะเลือดและนำไปราดที่พื้น ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รักษาการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ได้มอบให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประสานกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร นำน้ำยาฆ่าเชื้อไปทำลายเชื้อและทำความสะอาด รวมทั้งการทำลายเข็ม สำลี ขยะติดเชื้อ ทั้งนี้กรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ดำเนินการตามความเหมาะสม ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข</span></span></div>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="200" alt="" width="150" align="left" src="/ops/iprg/userfiles/เธ_เธขเธฐ 1.gif" /></span></span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วงเรื่องการเจาะเลือด ขอให้ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและตามมาตรฐานการแพทย์ เพื่อป้องกันอันตรายและผลข้างเคียงที่จะตามมาทั้งจากการติดเชื้อ และสภาพร่างกายหลังเจาะเลือด กรณีที่มีข่าวว่าแกนนำบางคนเจาะเลือดที่บริเวณคอนั้น ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นเลือดบริเวณคอมีทั้งเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ และหากเจาะเส้นเลือดแดง จะอันตรายมากเนื่องจากเส้นเลือดแดงมีแรงดันเลือดมาก&nbsp;ทั้งนี้ในทางการแพทย์การที่จะเจาะเลือดที่คอ ส่วนใหญ่ทำในผู้ป่วยที่ต้องให้ยา หรือตรวจสมอง หรือเป็นการให้น้ำเกลือกรณีที่เส้นเลือดอื่นไม่สามารถใช้ได้ </span></span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &ldquo;สำหรับการกำจัดขยะทั้งที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ขอให้ผู้ที่เก็บขยะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรสวมถุงมือ หากเป็นขยะติดเชื้อ อาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราดก่อนเก็บ ก่อนนำไปฝังหรือเผาตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของขยะ&rdquo;<span> นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;*********<b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 16 มีนาคม 2553</b></span></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31206]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-16 13:47:40]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.หารือผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เพื่อนำผลทดลองวัคซีนเอดส์ในไทย ไปขยายผลใช้ป้องกันโรค 
]]></title>
<description><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุขหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนจากทั่วโลก เพื่อพิจารณานำผลทดลองวัคซีนในประเทศไทยที่ลดการติดเชื้อและลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ร้อยละ 31.2 ว่าสามารถนำไปขยายผลใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคเอดส์ได้หรือไม่ พร้อมส่งผลหารือให้คณะกรรมการระดับชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์พิจารณาอีกครั้ง

วันนี้ (16 มีนาคม 2553) ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานร่วมเปิดการประชุมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศทั่วโลก เพื่อพิจารณาการนำวัคซีนมาใช้ในการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์ 
  
นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาโรคเอดส์ทั่วโลกยังไม่คลี่คลาย ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้ว 33 ล้านคน ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน วันละ 10,000 คน ส่วนไทยมีผู้ติดเชื้อเอดส์สะสมประมาณ 1.1 ล้านคน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ปีละประมาณ 15,000 คน เฉลี่ยวันละ 41 คน แนวโน้มจะพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มคนอายุน้อยลง  โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น ซึ่งมีค่านิยมการมีกิ๊ก มองเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ ทำให้การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันควบคุมป้องกันปัญหาเอดส์มาอย่างต่อเนื่อง จนประสบผลสำเร็จที่ประชาคมโลกชื่นชมยกย่อง เช่นการรณรงค์ใช้ถุงยางอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ การจัดระบบดูแลรักษาผู้ป่วย และให้ยาต้านไวรัส แต่พบว่ายังไม่เพียงพอที่จะควบคุมการระบาดของเชื้อเอชไอวีได้ จึงต้องมีการทดลองศึกษาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์มาใช้เป็นมาตรการเสริมในอนาคต เพื่อลดผู้ติดเชื้อรายใหม่

นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มโครงการทดลองฉีดวัคซีนเอดส์ระยะที่ 3 ให้แก่อาสาสมัครจำนวน 16,000 คน ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2552 ผลปรากฏว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ลดอัตราความเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีได้ร้อยละ 31.2 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน  ซึ่งผลของการทดลองวัคซีนเอดส์เป็นการความภาคภูมิใจที่แสดงศักยภาพว่าประเทศไทย สามารถดำเนินการโครงการวิจัยวัคซีนเอดส์ได้สำเร็จตามมาตรฐานสากล  และมีช่องทางที่จะพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ที่มีผลดียิ่งขึ้นต่อไป

นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า การประชุมในครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ทั่วโลกว่า จะนำวัคซีนที่ผ่านการทดลองในประเทศไทย ในระยะที่ 3 มาขยายใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคเอดส์หรือไม่ เนื่องจากตามมาตรฐานได้กำหนดไว้ว่าหากจะนำวัคซีนมาใช้ในการป้องกัน วัคซีนที่ทดลองจะต้องมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 แต่เนื่องจากวัคซีนที่ทดลองในประเทศไทยได้ผลไม่ถึงตามเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้นจึงต้องมีการหารือกันว่าควรจะนำใช้ในการป้องกันได้หรือไม่ และจะได้รับผลประโยชน์มากหรือน้อย ทั้งนี้ ผลการหารือจะส่งให้คณะกรรมการระดับชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ของไทย พิจารณาตัดสินใจอีกครั้งต่อไป

	***************************   16 มีนาคม 2553
]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31203]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-16 09:52:14]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ เตือนผู้ชุมนุมเจาะเลือด เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เชื้อเอดส์  รักษาไม่หาย เผยอาการทหาร 2 นายที่บาดเจ็บ ขณะนี้อาการปลอดภัย ]]></title>
<description><![CDATA[	วันนี้ (15 มีนาคม 2553) ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี นายจุรินทร์      ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีทหารได้รับบาดเจ็บว่า ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ว่ามีทหาร 2 นายได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่รพ.พระมงกุฎเกล้าฯขณะนี้ทั้งคู่อาการปลอดภัย อยู่ในขั้นตอนการเอ็กซเรย์ แต่รายละเอียดขอให้ทางรพ.พระมงกุฎเกล้าฯ เป็นผู้แถลง
 
	นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมเป็นระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา  ฉะนั้นในส่วนกระทรวงจะต้องเตรียมการรับมือหากเกิดมีผู้บาดเจ็บ ขณะนี้ได้ประสานงานไปทั่วประเทศแล้ว ซึ่งทุกโรงพยาบาลได้รับทราบแล้วทั้งโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งองค์กรเอกชน มูลนิธิต่างๆและองค์กรอื่นๆ 

	นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมมีรายงานที่ชัดเจนเพียง 2 รายนี้เท่านั้น ส่วนผู้ชุมนุมที่เป็นลมก็มีจำนวนมาก ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้เตือนไปก่อนหน้านี้แล้ว ขอความกรุณาให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดนานๆ เพราะจะทำให้ร่างกายเสียน้ำ เสียเหงื่อ อาจเป็นลม ช็อก เสียสติ หรือเป็นลมสิ้นสติ 

	นายจุรินทร์กล่าวถึงกรณีที่จะมีการเจาะเลือดมารวมกันเพื่อนำมาเทตามสถานที่ราชการว่า ตนเองไม่มีความเห็นทางการเมือง แต่ในทางการแพทย์ได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้เชี่ยวชาญมีความกังวล และฝากเตือนเรื่องการใช้เข็มที่จะเจาะเลือดให้ระวังการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อเอดส์และไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถติดได้ง่ายมาก หากได้รับเชื้อชนิดนี้แล้ว โอกาสรักษาให้หายขาดเป็นไปได้ยากมาก เรื่องนี้ถือเป็นการเตือนทางการแพทย์ ไม่ได้เป็นคำเตือนทางการเมือง นอกจากนี้บุคลากรที่จะดำเนินการจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ และอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ  จะต้องเป็นอุปกรณ์ที่มั่นใจได้ในทางการแพทย์จริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ 

	ส่วนการที่ผู้ชุมนุมจะนำเลือดไปเทบนถนน จะเกิดการติดเชื้ออื่นๆ ได้ง่ายหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ผมคิดว่าเป็นนัยทางการเมือง เป็นตัวบ่งชี้ที่สามารถจะอนุมานได้ว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น ทุกฝ่ายต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ผลการสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ ทุกฝ่ายยังเป็นห่วงในเรื่องของความรุนแรง จึงขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย  

	ด้านนายแพทย์ไพจิตร์  วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าในการเจาะเลือด  โดยปกติควรจะทำในห้องที่สะอาด แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์จำเป็น การเจาะในภาคสนามสามารถทำได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง  เพราะโรคไวรัสตับอักเสบ โรคเอดส์ ติดต่อทางเลือดโดยตรง และติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้านำเลือดมาเทถูกอากาศ เชื้อโรคจะตายภายในประมาณ 1 วัน แต่หากไปเหยียบ หรือแตะ หากมีบาดแผลก็อาจติดเชื้อได้

การรับบริจาคโลหิตนั้น ตอนนำไปใช้ต้องมีข้อบ่งชี้ที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ถ้านำไปใช้โดยวัตถุประสงค์อื่น  คิดว่าไม่น่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง  การบริจาคโลหิตโดยปกติต้องมีการเตรียมตัว เช่นพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพตัวเอง และจะมีการตรวจเช็คก่อนบริจาคโลหิต หากสุขภาพไม่สมบูรณ์ ทางศูนย์บริการโลหิตก็จะไม่เจาะเลือด  สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะไปเจาะโลหิต ซึ่งมีอาการเพลียแดด และร่างกายสูญเสียเหงื่อ เสียน้ำออกจ่ากร่างกายอยู่แล้ว และถ้าไปเจาะเลือดออกอีก ยิ่งจะทำให้ร้างกายสูญเสียน้ำและเลือดเพิ่มอีก ทำให้เกิดอันตราย  ถึงขั้นช็อคได้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าว   
 
********************15 มีนาคม 2553

]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31202]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-15 18:15:30]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[
จุรินทร์สั่งการยกระดับปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นระดับสูงสุด ให้ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน 79 ศูนย์ทั่วประเทศ พร้อมรับมือ หากเกิดเหตุรุนแรง]]></title>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<div>&nbsp;<img height="201" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0118.JPG" /><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">วันนี้ (15 มีนาคม 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ว่า ในวันนี้ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้สั่งการให้ยกระดับการปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขขึ้นเป็นระดับสูงสุด คือระดับ 3 เพื่อให้สอดคล้องกับการยกระดับความปลอดภัยเป็นขั้นสูงสุดของศอรส. โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯ ประสานงานกับศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ 79 ศูนย์ รวมทั้งศูนย์เอราวัณของกทม. ดึงทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ภาครัฐ เอกชนและมูลนิธิต่างๆมาร่วมดำเนินการ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงและมีผู้บาดเจ็บ</span></span></div>
<p>&nbsp;</p>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">&nbsp;สำหรับการเตรียมการรองรับผู้ชุมนุมที่เคลื่อนตัวไปที่ราบ 11 ถนนพหลโยธิน&nbsp;ได้เตรียมศูนย์สั่งการเพื่อปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไว้ 4 จุด จุดแรกทางตอนเหนือ ได้มอบหมายให้รพ.ภูมิพลเป็นศูนย์กลาง มีศูนย์นเรนทรเป็นผู้สั่งการ มีโรงพยาบาลเครือข่าย 5 แห่ง ได้แก่ รพ.พระนครศรีอยุธยา รพ.สระบุรี รพ.ปทุมธานี รพ.นนทบุรี และรพ.นครนายก ทั้ง 5 รพ. มีหน่วยกู้ชีพระดับสูงครบชุด ทั้งแพทย์พยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ จุดที่ 2 ด้านทิศตะวันออก มีรพ.นพรัตนราชธานีเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการ มีเครือข่ายรพ.ในสังกัดกรมการแพทย์ทุกแห่ง รพ.ชลบุรี รพ.ฉะเชิงเทรา รพ.สมุทรปราการ และรพ.เอกชน 2 แห่ง จุดที่ 3 ทิศใต้ มีรพ.วิภาวดีรังสิตเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการ ได้รับความร่วมมือจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมกับสภากาชาดไทย รพ.รามาธิบดี รพ.ศิริราช มูลนิธิร่วมกตัญญู และรพ.เมโย จุดที่ 4 ด้านทิศตะวันตก มีศูนย์กลางปฏิบัติการที่โรงเรียนวัดหลักสี่ มีศูนย์เอราวัณของกทม. ร่วมกับมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง และรพ.เอกชน 2 แห่งและรพ.ในสังกัดกทม.เป็นเครือข่าย</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้โรงพยาบาลที่อยู่ในเส้นทางการเดินทางของผู้ชุมนุมเตรียมความพร้อมทุกด้าน โดยมอบหมายให้ศูนย์เอราวัณและมูลนิธิปอเต็กตึ๊งเป็นผู้รับผิดชอบ มีทั้งหมด 47 โรงพยาบาล เป็นรพ.ในเขตกทม. 21 แห่ง ปริมณฑล 26 แห่ง โดยสำรองเตียงทั้งหมด 1,651 เตียง สำรองออกซิเจนไว้เต็มอัตรา และสำรองเลือดไว้ทุกโรงพยาบาลรวมสภากาชาดไทยทั้งหมด 5,366 ยูนิต รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมหน่วยกู้ชีพ 88 คันเรือกู้ชีพฉุกเฉิน 42 ลำ รวมทั้งแพทย์พยาบาลเต็มอัตรา ขณะเดียวกันได้ให้ประสานหน่วยงานอื่น ๆ ทั่วประเทศให้เตรียมการรองรับหากมีผู้ชุมนุมในต่างจังหวัด </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">&ldquo;หากมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น ขอความร่วมมือผู้ชุมนุม โปรดอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มแพทย์ พยาบาล รถพยาบาลฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพ และมูลนิธิต่าง ๆ ที่จะเข้าไปดูแลรักษาผู้บาดเจ็บด้วย ซึ่งทุกคนจะแต่งชุดขาว มีตราสัญลักษณ์แสดงต้นสังกัดชัดเจน ขอย้ำประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ระมัดระวังโรคหน้าร้อน โดยเฉพาะโรคทางเดินอาหาร ระมัดระวังความสะอาดของน้ำและอาหาร และโรคที่เกิดจากอากาศร้อนจัด อยู่กลางแดดจัด เช่น ลมแดด ตะคริวแดด จากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายทางเหงื่อ อาจช็อคและถึงแก่ชีวิตได้ ขอให้ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีความเครียด สามารถปรึกษาได้ที่สายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง&rdquo; นายจุรินทร์กล่าว </span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 ยังไม่มีเหตุฉุกเฉินมีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มีเพียงเหตุชกต่อย 2 รายในวันที่เริ่มเดินทางมาชุมนุมวันแรกเท่านั้น</span></span></div>
<div><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt"><b>*******************************&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </b><b>15 </b><b>มีนาคม </b><b>2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31184]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-15 13:34:09]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัดสธ. หวั่นไข้หวัดใหญ่ 2009 แพร่ ช่วงชุมนุม อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">วันนี้(15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในช่วงที่มีการชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งมีผู้คนหลายหมื่นคนมารวมตัวกัน&nbsp;&nbsp; อาจทำให้โรคมีการแพร่ระบาดได้&nbsp;จึงขอแนะนำให้ประชาชนที่มีอาการป่วยของโรคไข้หวัด เช่น มีไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ มีน้ำมูก&nbsp;ขอให้หยุดพักอยู่ที่บ้านจนอาการหายดีเสียก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่สู่คนอื่น&nbsp;</span></span></p>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-indent: 36pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า&nbsp;&nbsp; การที่ผู้ที่เป็นไข้หวัดแล้ว มาร่วมชุมนุม&nbsp;ซึ่งต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนอบอ้าว&nbsp;&nbsp; อาจทำให้อาการไข้หวัดกำเริบรุนแรงขึ้น&nbsp;เนื่องจากจะทำให้เสียเหงื่อมากขึ้นและมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้นไปอีก&nbsp;&nbsp;&nbsp; เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่ายเช่น ปอดอักเสบ ปอดบวม ถึงขั้นเสียชีวิตได้</span></span></div>
<div><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt"><b>*******************************&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 15 &nbsp;มีนาคม 2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31183]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-15 13:32:18]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ เร่งลดการเสียชีวิตผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิต ]]></title>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">วันนี้ (15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ 2009ว่า จนถึงวันนี้มีพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน&nbsp;35,446 ราย เพิ่มขึ้นจากรอบสัปดาห์วันที่ 6-12 มีนาคม 2553 จำนวน 552 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยยอดผู้เสียชีวิตเท่าเดิม 218 ราย </span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img alt="" style="width: 300px; height: 202px" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0117.JPG" /></span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">สำหรับผลการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม&nbsp;2553 จนถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2553 ฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;462,249 ราย สูงสุดคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่เข้ามารับวัคซีนสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจ 220,719 ราย รองลงมาคือ บุคลากรทางการแพทย์ 195,068 ราย&nbsp;กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 22,417 ราย คนอ้วน 14,851 ราย และผู้พิการ 5,694 ราย </span></span></p>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ผลการตรวจสอบผู้เสียชีวิต 2 รายเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ก่อน&nbsp;คือเด็กวัย 1 เดือน ที่จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตเมื่อ 2 มีนาคม 2553&nbsp;ผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตเนื่องจากปอดบวม ที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่วนรายที่ 2 เป็นชายอายุ 60 ปี เสียชีวิตเมื่อ24 กุมภาพันธ์ 2553 อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เสียชีวิตเนื่องจากเป็นโรคหลอดลมโป่งพองติดเชื้อ&nbsp;</span></span></div>
<div style="text-justify: inter-cluster; text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt">ได้มอบให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานกับโรงพยาบาลที่อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและที่อยู่นอกสังกัดทั้งหมด ได้แก่ โรงพยาบาลในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลทหาร&nbsp;รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด ให้ถือแนวปฏิบัติเช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข คือ หากพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ให้แพทย์ให้ยาต้านไวรัสโอเชลทามิเวียร์ทันที&nbsp;ไม่ต้องรอผลการพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต นายจุรินทร์ กล่าว</span></span></div>
<div style="text-align: justify"><span style="font-family: Tahoma"><span style="font-size: 12pt"><b>*************************&nbsp;&nbsp;&nbsp; 15 มีนาคม 2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31182]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-15 13:29:26]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.ประสานเรือด่วนกู้ชีพกว่า 40 ลำพร้อมเครื่องมือแพทย์ครบชุด  รับมืออุบัติเหตุทางน้ำ
ผู้ร่วมชุมนุม  ]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="color: #3366ff"><strong>และให้โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จัดหน่วยแพทย์รับมือ&nbsp; ภาพรวมการแพทย์ขณะนี้พร้อม สำรองเลือด 6,800 ยูนิต เตียงว่างรพ.กทม-ปริมณฑล กว่า 1,000 เตียง&nbsp;&nbsp; </strong></span><br />
<img height="134" alt="" width="200" src="/ops/iprg/userfiles/image/14MAR10_Julin%20boat1669_6.jpg" /><img height="134" alt="" width="200" src="/ops/iprg/userfiles/image/14MAR10_Julin%20boat1669_3.jpg" /><img height="134" alt="" width="200" src="/ops/iprg/userfiles/image/14MAR10_Julin%20boat1669_5.jpg" /></p>
<p>นายจุรินทร์&nbsp; ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเรามีศูนย์บัญชาการลักษณะนี้จำนวน 79 ศูนย์ทั่วประเทศ รวมทั้งศูนย์เอราวัณที่รับผิดชอบในเขตกรุงเทพมหานครด้วย</p>
<p><img height="201" alt="" width="300" align="right" src="/ops/iprg/userfiles/image/14MAR10_Julin%20boat1669.jpg" /><br />
สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นหากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม ในภาพรวมขณะนี้ถือว่ามีความพร้อม ทั้งการสำรองเตียงเฉพาะในเขตกทม.มีทั้งหมด 850 เตียง เป็นของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 93 เตียง สังกัดกทม. 100 เตียง&nbsp; สังกัดรพ.มหาวิทยาลัย 178 เตียง และรพ.เอกชน 469 เตียง&nbsp; เตรียมรถพยาบาลไว้ประจำพื้นที่กรุงเทพมหานคร 4 จุด คือที่รพ.สงฆ์ 6-7 คัน รพ.มิชชั่นซึ่งสภากาชาดไทย มูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิอื่นๆ ร่วมกันรับผิดชอบ รวม 17 คัน วชิรพยาบาล 4-5 คัน รพ.กลาง สังกัดกทม. 10 คัน รวมทั้งหมด 40 คัน และยังมีเครือข่ายอีก 60 คัน รวมไม่ต่ำกว่า 100 คัน ที่พร้อมปฏิบัติการได้ทันที นอกจากนี้ได้เตรียมเรือกู้ชีพฉุกเฉินกว่า 40 ลำ&nbsp; เนื่องจากมีผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางมาทางเรือ เป็นเรือของกรมเจ้าท่า 20 ลำ กรมบรรเทาสาธารณภัย 20 ลำ วชิรพยาบาล สังกัดกทม. 2 ลำ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็มีโรงพยาบาลที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เช่นที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp; <br />
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมอื่นๆ ทุกโรงพยาบาลได้สำรองออกซิเจน และเลือดไว้เต็มอัตรา รวมทั้งหมด 6,800 ยูนิต เฉพาะศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย 900 ยูนิต พร้อมที่จะประสานงานหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ขณะเดียวกันได้ประสานงานโรงพยาบาลทั้งหมด ให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง&nbsp; หากไม่จำเป็นขอให้เจ้าหน้าที่ประจำการที่โรงพยาบาล ไม่ลาหยุดในช่วงนี้ เพื่อให้พร้อมรับสถานการณ์หากเกิดความรุนแรงมีผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้น</p>
<p><img height="201" alt="" width="300" align="left" src="/ops/iprg/userfiles/image/14MAR10_Julin%20boat1669_1.jpg" /><br />
ในส่วนของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ขณะนี้ได้เปิดท่าเรือของโรงพยาบาลรองรับผู้บาดเจ็บตลอด 24 ชั่วโมง สามารถนำผู้ป่วยมารับการรักษาได้ทันที&nbsp; โดยได้สำรองเลือดไว้ 80-120 ยูนิต ออกซิเจนเต็มอัตรา เตียงรับผู้ป่วย 10 เตียง หน่วยกู้ชีพพร้อมรถพยาบาลฉุกเฉิน 2 คัน และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลชุมชุนในจังหวัดนนทบุรี และมูลนิธิต่างๆ อีก 10 ทีม ส่วนเรื่องความปลอดภัยของโรงพยาบาลซึ่งอยู่ติดแม่น้ำนั้น ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกับทุกโรงพยาบาล ให้การดูแลเช่นเดียวกับหน่วยราชการทั่วไป&nbsp;</p>
<p><br />
ด้านนายแพทย์ไพจิตร์&nbsp; วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในส่วนของ 7 จังหวัดปริมณฑล ได้สำรองเตียงว่างเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จากการชุมนุมรวมทั้งหมด 448 เตียง ประกอบด้วย นนทบุรี 46 เตียง สมุทรปราการ 121 เตียง สมุทรสาคร 121 เตียง ปทุมธานี 80 เตียง สมุทรสงคราม 50 เตียง นครปฐม 51 เตียง และฉะเขิงเทรา 50 เตียง<br />
************** 14 มีนาคม 2553</p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31169]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-14 14:14:33]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[หมอใหญ่ย้ำเตือนผู้ชุมนุม ระวัง  โรคจู๊ด จากอาหาร น้ำ ไม่สะอาด เพราะสภาพอากาศร้อน แนะพ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ปรุงอาหาร เลี่ยงแช่น้ำขวด ผักสด เนื้อสัตว์ในถังน้ำแข็งบริโภค]]></title>
<description><![CDATA[<p>ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำเตือนผู้ร่วมชุมนุมระวังโรคอุจจาระร่วง จากน้ำ อาหารไม่สะอาด เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี อาจเกิดโรคอุจาระร่วงพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แนะแม่ครัวปรุงอาหารให้สุก 100 เปอร์เซ็นต์ แยกเขียงอาหารดิบ อาหารสุก และไม่นำน้ำขวด ผัก เนื้อสัตว์ แช่ในน้ำแข็งบริโภค ส่วนผู้ชุมนุมต้องล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ และดื่มน้ำบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย.</p>
<p>นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับผู้ชุมนุมซึ่งมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ขอให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาดอาหารและน้ำดื่ม เนื่องจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เชื้อโรคโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย จะเจริญเติบโตได้เร็ว และการปรุงอาหารส่วนใหญ่ปรุงในสนามที่มีน้ำสะอาดใช้ค่อนข้างจำกัด หากมีการปนเปื้อนเชื้อโรค จะทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงหรืออาหารเป็นพิษพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ส่วนผู้จำหน่ายอาหาร หรือผู้ประกอบอาหารให้ผู้ชุมนุม ควรแยกเขียงหั่นอาหารดิบและอาหารสุกจากกัน และไม่ควรนำเครื่องกระป๋อง น้ำขวด ผักสด เนื้อสัตว์ไปแช่ในถังน้ำแข็งที่ใช้สำหรับใส่น้ำดื่ม เนื่องจากน้ำแข็งมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคที่ติดอยู่กับขวด กระป๋อง ผักสด ทำให้ท้องเสียได้</p>
<p>จึงขอแนะนำให้ผู้ร่วมชุมนุมดื่มน้ำบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย. และให้ล้างมือหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วมทุกครั้ง และก่อนรับประทานอาหาร อาหารต้องปรุงสุกด้วยความร้อน 100 เปอร์เซ็นต์ หลีกเลี่ยงการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ประการสำคัญไม่ควรรับประทานอาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานเกิน 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอาหารกล่อง เพื่อลดความเสี่ยงท้องเสียจากอาหารบูดเน่า</p>
<p>*********************************** 14 มีนาคม 2553</p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31167]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-14 13:36:20]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ สั่งการศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง 

]]></title>
<description><![CDATA[<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><img height="201" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0055.JPG" />วันนี้ (13&nbsp;มีนาคม 2553) นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (PhoneIn) ที่ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ว่า ขณะนี้สถานการณ์ของการชุมนุมอยู่ในระดับปกติ ได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติติดตามสถานการณ์และประเมินสถานการณ์มาโดยตลอด พบว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงระดับ 3&nbsp;ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฯหรือศูนย์นเรนทร จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติการใด ๆ ผู้ที่จะประเมินสถานการณ์ว่าถึงระดับที่ศูนย์นเรนทรจะเข้าไปปฏิบัติการ มีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการ สพฉ. ร่วมกันประเมินแล้วรายงานให้ผมทราบเพื่อที่จะตัดสินใจ ซึ่งขณะนี้ระบบการประสานงานมีความชัดเจน โดยการประสานงานในส่วนกรุงเทพฯ จะประสานงานกับศูนย์เอราวัณ&nbsp;&nbsp; ส่วนอีก 75 จังหวัดจะประสานงานกับศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีอยู่ในทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ&nbsp;</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="letter-spacing: -0.6pt">ทั้งนี้ ในส่วนกรุงเทพมหานคร ศูนย์เอราวัณได้แบ่งสถานพยาบาล เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ออกเป็น 4 เขตพื้นที่ เขต 1 คือ โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;เขต 2&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลวชิระ เขตที่ 3 อยู่ในความรับผิดชอบของสภากาชาดกับโรงพยาบาลในเครือข่ายและมูลนิธิต่าง ๆ&nbsp;ส่วนเขต 4&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลในเครือของศูนย์เอราวัณ เป็นผู้ประสานงาน เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครเป็น 1 ใน 76 จังหวัด แบ่งเป็น 4 เขตพื้นที่เตรียมการที่จะรองรับหากเกิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ </span></span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="letter-spacing: -0.6pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<img height="201" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0075.JPG" />&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="201" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0061.JPG" />&nbsp;&nbsp; </span></span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้ประชาชนทั่วไปหากพบเหตุการณ์มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โปรดแจ้งสายด่วน 1669&nbsp;ซึ่ง มีศูนย์ออนไลน์ทั่วประเทศ ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ ก็จะมีผู้รับสายตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์ฯจะต่อสายไปยังจุดที่มีหน่วยสถานพยาบาลที่จะรับผิดชอบ จะสามารถเข้าไปดูแลและรับผู้ได้รับบาดเจ็บได้ทันที มีระบบการประสานอยู่แล้ว โดยมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเป็นผู้บริหารจัดการ&nbsp;ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการชุมนุม</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="letter-spacing: -0.6pt">นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนการดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่มีภาวะเครียดจากเหตุการณ์นี้หรือป่วย ไม่สบายใจ กระทรวงสาธารณสุขมีหน่วยงานที่รองรับให้คำปรึกษา โดยสามารถโทรศัพท์ขอรับบริการปรึกษาที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต หมายเลข 1323 การรักษาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ ที่ผ่านมาจิตแพทย์จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบหลังจากที่ชุมนุมสงบแล้ว ซึ่งจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนหนึ่งถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่จะลงพื้นที่ในการคลี่คลายปัญหาตรงนี้ ส่วนผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงที่พาบุตรหลานเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากหากอยู่ในภาวะรุนแรงเด็กดูแลตัวเองได้ยากกว่าผู้ใหญ่ แต่ที่เตือนไม่ได้ห้ามไม่ให้ชุมนุม หากชุมนุมถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหาอะไร</span></span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><span style="letter-spacing: -0.6pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="201" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0081.JPG" />&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="201" width="300" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0083.JPG" /></span></span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">&ldquo;ช่วงนี้สภาพอากาศร้อน มีผลทางอารมณ์ ให้ระมัดระวังยับยั้งชั่งใจ ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติการใด ๆ ทำให้เกิดความ</span></span><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma">รุนแรงเกิดขึ้น ถือว่าไม่คุ้มค่ากับการเสียหายที่จะได้รับหากเกิดความรุนแรง ผู้ได้รับผลกระทบใกล้ตัวก็คือประชาชนอยู่ในสถานการณ์นั้น จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศร้อนจัดมาก หากอยู่แดดนานจะเสียเหงื่อหรือเกลือแร่มาก ทำให้เป็นลมแดดหรือตะคริวแดดได้ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงไม่ไปอยู่กลางแดดและดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ ช่วยผ่อนคลายได้&rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว</span></span></div>
<div style="text-indent: 36pt; text-align: justify"><span style="font-size: 12pt"><span style="font-family: Tahoma"><b>******************************************&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31163]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-13 14:21:13]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์เผยบอร์ดการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีมติให้ตั้งวอร์รูม รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ  พร้อมวอนทุกฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง  ลดความเสียหายประเทศ ]]></title>
<description><![CDATA[วันนี้(12 มีนาคม 2553 ) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีมติให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติขึ้น โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเป็นเลขานุการ คณะกรรมการประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชน มูลนิธิต่างๆเช่นมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง มูลนิธิร่วมกตัญญู 
	
ที่เป็นห่วงขณะนี้คือเรื่องสำรองเลือดและออกซิเจน จะกำชับไปทางโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการสำรองทั้ง 2 ส่วนนี้ไว้ สำหรับกรณีของเลือดถ้ามีปัญหา ก็จะต้องเตรียมระบบการรับบริจาคฉุกเฉินนายจุรินทร์กล่าว
	
นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับผู้ที่สัญจรไปมาว่า ทุกฝ่ายควรพยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง เพราะประชาชนทุกคนไม่อยากเห็นความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น เนื่องจากจะก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากในประเทศแล้ว ภาพลักษณ์ของประเทศต่อสายตาต่างประเทศ จะเสียหายไปด้วย และจะส่งผลกระทบทางด้านอื่นตามมา ดังนั้นหากทุกฝ่ายพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงก็จะเป็นผลดี   ส่วนการใช้สิทธิในการชุมนุมในระบอบประชาธิปไตย ถือว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ทุกคนมีสิทธิใช้ 
	
ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ จะติดตามสถานการณ์ตลอดจนกว่าจะพ้นภาวะฉุกเฉิน  ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่ากรณีฉุกเฉินจะเกิดขึ้นหรือไม่และจะมีมากน้อย ยาวนานเพียงใด ระดับความรุนแรงจะเป็นอย่างไร จะต้องติดตามตลอด 24 ชั่วโมง และตนเองก็จะประจำการตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน นายจุรินทร์ กล่าว 

    ***************************************************    12 มีนาคม 2553
]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31158]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-12 15:58:16]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ตรวจความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt">(12 มีนาคม 2553) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่ชั้น 5 อาคารวิศวกรรมการแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขว่า ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ จัดตั้งขึ้นเพื่อติดตามการชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีระบบการสื่อสารทั้ง ทีวี วิทยุ โทรศัพท์ และรูปแบบอื่น พร้อมบุคลากรติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์ปฏิบัติการฯแห่งนี้ จะเป็นศูนย์กลางที่ใช้ในการสั่งการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธาน และเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเป็นเลขานุการศูนย์ฯ และเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="201" alt="" width="300" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0020.JPG" />&nbsp;&nbsp; <img height="201" alt="" width="300" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0038.JPG" /></span></p>
<div><span style="font-size: 12pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &ldquo;ในภาพรวมได้เตรียมความพร้อมมาโดยตลอด เนื่องจากทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการชุมนุม &nbsp;การตรวจความพร้อมครั้งนี้เป็นการตรวจรอบสุดท้าย &nbsp;อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมคณะกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉิน ในช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;เพื่อหารือนโยบายและแนวทางเพิ่มเติมอีก&rdquo;</span></div>
<div><span style="font-size: 12pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปอีกว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่ต้องเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บเกิดขึ้นซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แต่ที่ดีที่สุด ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นและไม่อยากให้มีการใช้ความรุนแรง เพราะว่าหากเกิดความรุนแรงขึ้น และมีผู้บาดเจ็บ ผู้ที่จะเสียหายที่สุดก็คือประเทศในภาพรวม &nbsp;อย่างไรตามก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องเตรียมความพร้อม ทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ออกซิเจน&nbsp;รวมทั้งการสำรองเลือด ได้มอบหมายโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งสังกัดรัฐบาลและเอกชน เตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว &nbsp;ซึ่งเรายังคาดการณ์ไม่ได้ในขณะนี้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นหรือไม่ </span></div>
<div><span style="font-size: 12pt"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </b>ทางด้านนายแพทย์ไพจิตร์&nbsp;วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลรองรับทั้งหมด&nbsp;ในเขตกทม.ได้ประสานงานกับศูนย์เอราวัณ มีโรงพยาบาลรองรับ 31 แห่ง โดยแบ่งเขตรับผิดชอบตามจุดชุมนุม ส่วนในต่างจังหวัดมีโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนดูแลทั้งหมด&nbsp;&nbsp; พร้อมให้การดูแลรักษาฟรี&nbsp;โดยมีการทดสอบความพร้อมระบบการสื่อสารของเครือข่ายหน่วยกู้ชีพทุกวัน วันละ 3 ครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></div>
<div align="center"><span style="font-size: 12pt"><b>*************************************&nbsp;&nbsp;12 มีนาคม 2553</b></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31155]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-12 13:24:58]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ ย้ำกรณีฟ้องร้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วเสียชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขใช้ฉีดให้กับ 5 กลุ่มเสี่ยง ]]></title>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;จุรินทร์&rdquo; ย้ำกรณีฟ้องร้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วเสียชีวิต เป็นการทดลองวัคซีนชนิดเชื้อเป็นขององค์การเภสัชกรรม ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขใช้ฉีดให้กับ 5 กลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นชนิดเชื้อตาย ผลิตในฝรั่งเศส รับรองโดยองค์การอนามัยโลก และผ่านการตรวจสอบจากกรมวิทย์ฯ ทดสอบทุกโด๊ส บ่ายวันนี้ (11 มีนาคม 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีมีข่าวว่ามีผู้ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็น เสียชีวิต 6 ราย และมีการฟ้องร้องศาลปกครอง ว่า เป็นคนละกรณีกับการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ในกลุ่มเสี่ยง และเป็นวัคซีนคนละชนิดกับที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังรณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงทั้ง 5 กลุ่มมารับการฉีดที่โรงพยาบาลทั่วประเทศในขณะนี้ ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสและได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก โดยทุกโด๊สที่กระจายออกไป ผ่านการตรวจสอบขั้นสุดท้ายโด๊สต่อโด๊ส จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่วนกรณีที่เป็นข่าวมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองวานนี้นั้น เป็นกรณีที่องค์การเภสัชกรรมทดลองผลิตวัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งยังไม่ได้นำมาใช้ ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการทดลอง ที่มีการฟ้องร้องที่ศาลปกครองและฟ้องร้องตนนั้น เป็นการทดลองที่มีมาก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จะไปชี้แจงในศาลปกครองต่อไป สำหรับรายละเอียดของการทดลองขององค์การเภสัชกรรม เป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติในการให้ข้อมูล ซึ่งได้มีการชี้แจงไปขั้นตอนหนึ่งแล้ว ************************************* 11 มีนาคม 2553</p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31146]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-11 15:07:03]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.จับมือ สปสช. สภากาชาดไทย สมาคมโรคไตฯ มูลนิธิโรคไตฯ สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะฯและแพทยสภา ]]></title>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><b><u>&nbsp;เร่งหาแนวทางพัฒนาระบบรับบริจาคอวัยวะ และปลูกถ่ายไต ตั้งเป้าให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 500 เตียง เป็นเครือข่ายโรงพยาบาลรับบริจาคอวัยวะ </u></b></span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="199" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/11Mar53_Jurin Kidney Happy_1.jpg" />วันนี้ (11มีนาคม 2553) ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุม &ldquo;แนวทางการพัฒนาระบบบริจาคอวัยวะและการปลูกถ่ายไตในหน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องในวันไตโลก ประจำปี 2553&rdquo; และมอบนโยบายการพัฒนาระบบรับบริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิตผู้อื่น ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ประสาทศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ พยาบาลผู้ทำหน้าที่ประสานงานการรับอวัยวะจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน </span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">นายจุรินทร์ กล่าวว่า&nbsp; ในวันนี้ เป็นวันไตโลกตรงกับวันพฤหัสที่ 11มีนาคม คำขวัญของวันไตโลกปีนี้คือ &ldquo;ไตดีมีสุข&rdquo; เนื่องจากโรคไต เป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้วจะส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานจากอาการของโรค&nbsp; ทั้งเป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;&nbsp; ซึ่งผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน การรักษาโรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดคือด้วยวิธีการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนไตหรือการปลูกถ่ายไต&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปัจจุบัน&nbsp;&nbsp; พบว่าการบริจาคอวัยวะในแต่ละปีของประเทศไทยมีจำนวนน้อยมากเพียงปีละ 80ราย&nbsp; ซึ่งโดยสถิติความต้องการอวัยวะเพื่อผ่าตัดช่วยชีวิต ควรที่จะมีการบริจาคอวัยวะให้ได้ประมาณ 1,000รายต่อปี&nbsp; ดังนั้นควรที่จะช่วยกันส่งเสริม สนับสนุน กระตุ้นเชิญชวนให้มีการบริจาคอวัยวะเพิ่มมากขึ้น</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="199" width="300" align="absMiddle" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/11Mar53_Jurin Kidney Happy_2.jpg" /><img height="199" width="300" align="absMiddle" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/11Mar53_Jurin Kidney Happy_3.jpg" /></span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในระยะแรก ตั้งเป้าให้โรงพยาบาลศูนย์ทุกแห่งและโรงพยาบาลทั่วไปที่มีขนาดมากกว่า 500 เตียง ที่มีความพร้อม เข้าร่วมเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลรับบริจาคอวัยวะ ซึ่งโรงพยาบาลที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายจะต้องพัฒนาระบบรับบริจาคอวัยวะ สร้างทีมแพทย์และบุคลากร ผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานการรับบริจาคอวัยวะและกำหนดผู้รับผิดชอบโดยตรง&nbsp; เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักเห็นความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ และส่งเสริมให้มีการบริจาคอวัยวะเพิ่มมากขึ้น&nbsp;&nbsp; </span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="332" width="500" align="absMiddle" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/11Mar53_Jurin Kidney Happy_6.jpg" /></span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&ldquo;ปัจจุบัน การบริจาคอวัยวะในประเทศไทยนั้น&nbsp;&nbsp; ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเป็นศูนย์กลาง ทำหน้าที่ประสานงานให้มีการบริจาคอวัยวะ นำอวัยวะของผู้บริจาคไปปลูกถ่ายยังผู้รอรับบริจาคที่ได้ขึ้นทะเบียนตามลำดับ&nbsp; ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะได้ร่วมกับสภากาชาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบการดำเนินงาน ทั้งสถานที่ วิธีการที่ประชาชนจะยื่นความประสงค์ที่จะบริจาค รวมทั้งระบบการขึ้นทะเบียน ผู้รอรับบริจาค&rdquo; นายจุรินทร์กล่าว</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><b>&nbsp;*************************************************&nbsp; 11 มีนาคม 2553</b></span></span></p>
<p style="text-align: justify">&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify">&nbsp;</p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31144]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-11 14:49:55]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ ซักซ้อมความพร้อมทางการแพทย์และสาธารณสุข รับมือหากมีผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม พร้อมเปิดสาย 1669 และ 1646 รับแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือผู้ชุมนุมเปิดทางให้รถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติง]]></title>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt">วันนี้(11 มีนาคม&nbsp;2553) ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ในฐานะประธานศูนย์ฯว่า การประชุมวันนี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ที่หากเกิดความรุนแรงขึ้น&nbsp;โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมทั้งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข กทม. สภากาชาดไทย โรงพยาบาลเอกชน และมูลนิธิต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น มูลนิธิปอเต็กตึ้ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิสยามรวมใจ รวมทั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;</span></p>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <img height="201" alt="" width="300" src="/ops/iprg/userfiles/DSC_0202.JPG" /></span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt">นายจุรินทร์กล่าวว่า ผลสรุปของการประชุมวันนี้ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง หรือฉุกเฉินเกิดขึ้น&nbsp;โรงพยาบาลทุกแห่งได้มีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ดังนี้ 1.การเตรียมพร้อมด้านคลังเลือด โดยสภากาชาดไทยสำรองเลือดไว้ 500 ยูนิต และเตรียมผู้บริจาคเพิ่มหากจำเป็น โรงพยาบาลวชิระก็เช่นเดียวกัน&nbsp;2.การเตรียมพร้อมออกซิเจน เพื่อใช้ในการช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;โรงพยาบาลได้รายงานว่าได้เตรียมไว้แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp; และ 3 การสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ระบบการส่งต่อผู้ป่วย&nbsp;ยานพาหนะต่างๆ ทั้งรถพยาบาล เรือ และเฮลิคอปเตอร์&nbsp;&nbsp; </span></div>
<div style="text-indent: 36pt">&nbsp;<span style="font-size: 12pt">อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่ต้องขอความร่วมมือผู้ชุมชนรวมทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประการแรก หากกรณีมีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้น&nbsp;ขอให้แจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทาง 1669 และ 1646 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปให้การดูแลแก้ไขปัญหาได้ทันที 2. ให้อำนวยความสะดวก เปิดทางให้รถพยาบาลทุกประเภท เนื่องจากผู้ป่วยมีทั้งผู้เจ็บที่อาจเกิดจากการชุมนุม และมีผู้ป่วยฉุกเฉินในระบบปกติอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp; เพื่อให้แพทย์พยาบาลสามารถทำหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บได้อย่างเต็มศักยภาพและทันท่วงที&nbsp;&nbsp; 3. ขออำนวยความสะดวกในการนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ และ4. ขอให้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;โดยผู้ปฏิบัติหน้าที่ จะสวมชุดสีขาว&nbsp;มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น โรงพยาบาลหรือมูลนิธิ ปรากฏบนชุดชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่การแพทย์และสาธารณสุขทุกจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง&nbsp;มีเป้าหมายดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนด้วยความเท่าเทียมกัน&nbsp;&nbsp; </span></div>
<div style="text-indent: 36pt">&nbsp;<span style="font-size: 12pt">&ldquo;ศูนย์ปฏิบิตการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ จะติดตามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยผมจะเป็นผู้สั่งการตามอำนาจ และมีนายแพทย์ชาตรี&nbsp;&nbsp; เจริญชีวะกูล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเป็นเลขานุการ&rdquo; นายจุรินทร์กล่าว</span></div>
<div style="text-indent: 36pt"><span style="font-size: 12pt"><b>****************************************&nbsp;11 มีนาคม&nbsp;2553</b></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31142]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-11 14:32:34]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์สั่งตั้งศูนย์ฏิบัติการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ชุมนุม ตลอด 24 ชั่วโมง
]]></title>
<description><![CDATA[	วันนี้(10 มีนาคม 2553) ที่รัฐสภา กรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ชุมนุมที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการซักซ้อมความเข้าใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องของแนวทางปฏิบัติรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการชุมนุม ซึ่งให้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขในสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มีปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธาน และเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเป็นเลขานุการ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

	นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า รูปแบบการทำงาน ให้มีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นตลอดเวลาและพร้อมที่จะรับแจ้งเหตุ ซึ่งขอให้แจ้งได้ที่หมายเลข 1669 จะมีการออนไลน์ทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์จะตั้งอยู่ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี สามารถประสานงานได้ทั่วประเทศ และได้มีการเตรียมการประสานไว้ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชน โดยในวันที่ 11 มีนาคม 2553 เวลา 10.30 น.นัดประชุมทีมปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมอีกครั้ง

	*****************************	10 มีนาคม 2553
]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31135]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-11 08:55:39]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.เร่งตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนย่านบางมดรักษาผิดพลาดจนตาบอด]]></title>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="117" width="100" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/Jurin_Lek_1.jpg" />จากกรณีที่ นางสาวกรศิริ&nbsp;พระศรีรัมย์ นักศึกษาสาวปี 1&nbsp;มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางมด และแพทย์เจ้าของไข้ในข้อหาประมาททำให้บาดเจ็บสาหัส หลังจากเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550&nbsp;ได้เข้ารักษาอาการปวดขมับขวา โดยใช้บัตรประกันสังคม แต่โรงพยาบาลรักษาจนตาบอดและต้องควักลูกตาขวาทิ้ง โดยแพทย์ได้นำน้ำแข็งและน้ำร้อนมาประคบที่ดวงตา เพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ จากนั้น 2 วัน ตาขวาเริ่มบวมและมีอาการอักเสบ ทางแพทย์ให้เหตุผลว่าเป็นความประมาทและความบกพร่องของแพทย์และพยาบาล จึงเขียนใบรับรองแพทย์ส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช ระบุว่าแผลเกิดจากฟันผุ ติดเชื้อในปาก ทำให้ตาบวมต้องควักลูกตาทิ้ง จากนั้นหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช 1 วัน ได้กลับมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งเดิม เป็นเวลา 8 เดือน จากนั้นโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบ จึงกลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้าน และต้องขอพักการเรียน 1 ปี ก่อนเข้าร้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้โรงพยาบาลผ่าตัดใส่ตาเทียมและชดใช้ค่าเสียหายให้</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว วันนี้ (10 มีนาคม 2553) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ให้สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเกิดขึ้นจากสถานพยาบาล หรือบุคลากร หรือสาเหตุอื่น และจะนำมาประกอบการพิจารณา พร้อมทั้งจะแจ้งให้ทราบเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว </span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของแพทย์ และผู้ที่ได้รับความเสียหายมีประกันสังคม ซึ่งขณะนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการแล้ว ทั้งนี้ถือว่าการทำงานนี้เป็นการทำงานเชิงรุก ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายมาร้องเรียนที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อทราบว่าเกิดปัญหาขึ้นฝ่ายที่รับผิดชอบจะเป็นผู้ดำเนินการทันที</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">ทางด้าน นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ในวันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 2 คน เดินทางไปที่โรงพยาบาลเอกชนย่านบางมดที่เป็นข่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทางด้านการรักษาผู้ป่วยทั้งเวชระเบียน ประวัติการรักษา บันทึกรายงานของผู้ให้การรักษา จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งเรื่องพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และมาตรฐานการรักษา มาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งคณะอนุกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สภาวิชาชีพ ผู้แทนจากประชาชน ในการประชุมจะเชิญทั้งฝ่ายผู้ได้รับความเสียหายกับฝ่ายที่ให้บริการมาให้ข้อมูล เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจะมีการประชุมภายในเดือนนี้</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><b>&nbsp;&nbsp; *****************************&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 10 มีนาคม 2553</b></span></span></p>
<div>&nbsp;</div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31129]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-10 15:53:23]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์แจงแนวการป้องกันโรคของ สธ.ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสร้างความรู้ใหม่ๆรองรับโรคที่อาจอุบัติในอนาคต]]></title>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="201" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/jurin bictec 1.jpg" />เช้าวันนี้ (10 มีนาคม 2553) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการสัมมนาวิชาการป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ ประจำปี 2553 &ldquo;ก้าวทันโรคภัย เครือข่ายสุขภาพไทยเข้มแข็ง&rdquo;และมอบโล่รางวัล จังหวัดดีเด่นต้านภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 13 รางวัล และรางวัลเครือข่ายป้องกันควบคุมโรคระดับชุมชนดีเด่น 21 รางวัล</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายจุรินทร์กล่าวว่า นโยบายที่กระทรวงสาธารณสุขได้เน้นหนักในปัจจุบันคือเรื่องการป้องกันและควบคุมโรค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดี ปราศจากโรค หากมีมาตรการการป้องกันโรคที่ดีประชาชนจะเจ็บป่วยน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและนำงบประมาณส่วนดังกล่าว มาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ</span></span></p>
<div style="text-justify: inter-ideograph; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="201" width="300" align="absMiddle" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/jurin bictec 2.jpg" /><img height="201" width="300" align="absMiddle" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/jurin bictec 3.jpg" /></span></span></div>
<div style="text-justify: inter-ideograph; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></span></div>
<div style="text-justify: inter-ideograph; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการควบคุมโรคนั้น จะเน้นที่ประสิทธิภาพ มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม บุคลากรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง มีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมโรค เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจมีโรคใหม่ ๆ อุบัติขึ้นมาอีก</span></span></div>
<div style="text-justify: inter-ideograph; text-align: justify">&nbsp;</div>
<div style="text-justify: inter-ideograph; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นายจุรินทร์กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมสัมมนาครั้งนี้ นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ช่วยสร้างประสบการณ์ในการป้องกันควบคุมโรค นำความรู้มาเผยแพร่แลกเปลี่ยน เพื่อนำไปใช้และเผยแพร่ให้กับประชาชนทั่วประเทศในการป้องกันไม่ให้เป็นโรค &nbsp;ทั้งนี้ จะต้องอาศัยร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาชน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย เช่นภาคเอกชน ผู้นำชุมชน อสม. รวมทั้งหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมซึ่งจะทำให้การควบคุมป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น</span></span></div>
<div style="text-justify: inter-ideograph; text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><b>&nbsp;*****************************&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 10 มีนาคม 2553</b></span></span></div>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31127]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-10 15:47:01]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ. พบผู้ป่วยจากหมอกควัน 8 จังหวัดภาคเหนือใกล้ 1 แสนราย คาดหากเผชิญหมอกควันนานวัน  จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สั่งแพทย์รับมือ ]]></title>
<description><![CDATA[รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งแพทย์พยาบาลรับมือปัญหาสุขภาพจากหมอกควัน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ล่าสุดพบมีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจแล้วเกือบ 1 แสนราย ชี้หากเผชิญหมอกควันนานวัน  คาดจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้หลายเท่าตัว   
	
นางพรรณสิริ  กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากกรณีหมอกควันใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน ว่า ในเบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งหน้ากากอนามัยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดแล้ว 518,000 ชิ้น โดยให้เชียงใหม่ 150,000 ชิ้น เชียงราย 110,000 ชิ้น ลำปาง 69,000 ชิ้น พะเยา 44,000 ชิ้น น่าน 43,000 ชิ้น แพร่ 42,000 ชิ้น ลำพูน 37,000 ชิ้น และแม่ฮ่องสอน 23,000 ชิ้น
 
จากการประเมินสถานการณ์หมอกควันพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และปัญหาจากการเจ็บป่วยที่อาจเกิดจากหมอกควัน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2553 โดยรายงานใน 19 โรงพยาบาล ประกอบด้วยโรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ 8 จังหวัด  พบมีประชาชนเจ็บป่วยสูงขึ้นทุกโรค ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานรวม 96,040 ราย แต่อาการไม่รุนแรง 

โรคที่มีอัตราป่วยสูงที่สุด คือผู้ป่วยโรคหัวใจทุกชนิด อัตราป่วยแสนละ 560 คน รองลงมาคือโรคทางเดินหายใจทุกชนิด อัตราป่วยแสนละ 501 คน ซึ่งในระยะแรกนี้จะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอาการเจ็บป่วยน้อยแต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล เนื่องจากยังทนต่อผลกระทบได้ แต่หากเผชิญปัญหาหมอกควันนานวันขึ้น มั่นใจว่าจำนวนผู้ป่วยที่จะเข้ารักษาในโรงพยาบาลจะมีมากขึ้นกว่านี้หลายเท่าตัว ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดประชุมแพทย์ พยาบาล เพื่อเตรียมรับภาวะฉุกเฉินจากหมอกควัน ทั้งยา และเวชภัณฑ์อื่น ๆ ไว้ทั้งหมดแล้ว  
	
นางพรรณสิริ กล่าวต่ออีกว่า ขอแนะนำให้ประชาชนใน 8 จังหวัดติดตามสถานการณ์มลพิษทางอากาศรายวันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณของฝุ่นละอองจากควันไฟนี้มีขนาดเล็กกว่า 10  ไมครอน  สามารถผ่านจมูกลงไปสู่ปอด หากสะสมมากอาจก่อมะเร็งปอดได้ วิธีการป้องกันการสูดฝุ่นเข้าจมูก ปอด อย่างง่ายๆ ประชาชนสามารถใช้หน้ากากอนามัยชนิดผ้า หรือผ้าเช็ดหน้าพรมน้ำหมาด ๆ  ปิดปาก จมูก ขณะออกนอกบ้านซึ่งจะช่วยกรองฝุ่นไม่ให้เข้าจมูกได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถจักรยานยนต์ หากสวมหมวกกันน็อคชนิดที่มีกระบังกันลมและคาดหน้ากากอนามัยด้วย จะเป็นการดีมาก เพราะสามารถป้องกันการสูดควันเข้าปอด เนื่องจากขณะใช้ความเร็วจะทำให้ผู้ขับขี่ปะทะกับฝุ่นละออง หมอกควันมากขึ้น 

 ****************************** 10 มีนาคม  2553
]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31122]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-10 12:30:00]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.สั่งสกัดกั้นการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายสูง เสี่ยงหัวใจวาย ประสานงานศุลกากรคุมเข้มตามด่านชายแดน ฝ่าฝืนมีโทษติดคุกหัวโต]]></title>
<description><![CDATA[<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งสำนักงานสาธารณสุขแนวชายแดนสกัดการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เป็นภัยอันตรายเนื่องจากมีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่าเฮโรอีนและโคเคน เสี่ยงหัวใจวายสูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่าตัว ชี้ผู้ลักลอบนำเข้ามีความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ มีโทษจำคุก 5&ndash;10 ปี และปรับหลายหมื่นบาท พร้อมประสานงานกรมศุลกากรคุมเข้มด่านชานแดนทั่วประเทศ หากพบการลักลอบดำเนินการตามกฎหมายทันที จากกรณีที่มีวัยรุ่นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาบางกลุ่มนำบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบ เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น โดยเด็กสั่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตในราคามวนละ 2,500 บาท ขายเป็นชุด มีบุหรี่ 1 ตัว และน้ำยาที่ระบุนิโคตินสกัด 1 ขวด และมีหลายกลิ่น เช่นกลิ่นวานิลลา ช็อคโกแล็ต กลิ่นมินต์ กลิ่นผลไม้รวม พร้อมกล่อง สายชาร์จแบตเตอรี่ โดยก่อนสูบบุหรี่จะต้องชาร์จแบ็ตให้เต็ม แล้วนำตัวบุหรี่มาถอด แล้วหยดน้ำยานิโคตินเข้าไป 2-3 หยด จากนั้นนำบุหรี่มาประกอบ เวลาสูบจะมีไฟคล้ายการจุดบุหรี่จริงๆ ปลายบุหรี่มีสีทั้งแดง ส้ม น้ำเงิน แต่ไม่มีความร้อน เมื่อสูบจะมีควันออกมาจากก้นกรองจริงๆ มีกลิ่นหอม</p>
<p>เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าววันนี้ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าหรืออี ซิกาแร็ต (E cigarette) นี้ เป็นสินค้าเลียนแบบบุหรี่ ที่ผู้จำหน่ายโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าปริมาณนิโคติน (Nicotine) สูงกว่าบุหรี่ทั่วไปหลายเท่า นับเป็นภัยตัวใหม่ จึงมีผลเสียต่อผู้ที่สูบ หากสูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 มวนจะเท่ากับสูบบุหรี่ทั่วไปถึง 15 มวน แม้ว่าตัวน้ำยานิโคตินจะมีการปรุงแต่งกลิ่นให้หอมเช่นกลิ่นช็อคโกแล็ต กลิ่นผลไม้รวมก็ตาม แต่พิษภัยยังคงมีเหมือนเดิม หากนำไปใช้โดยปราศจากการดูแลของแพทย์ จะเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือดได้ หลายประเทศได้สั่งห้ามการใช้สินค้านี้แล้ว เช่น รัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย บราซิล อิสราเอล จอร์แดน ตุรกี เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวยังไม่มีผลการวิจัยรองรับว่าช่วยเลิกบุหรี่ได้จริง</p>
<p>กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ 1.พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 มาตรา 10 เรื่องห้ามผลิต นำเข้า เพื่อขายหรือเพื่อจ่ายแจกเป็นการทั่วไป หรือโฆษณาสินค้าอื่นใด ที่มีรูปลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งเลียนแบบผลิตภัณฑ์ยาสูบ ประเภทบุหรี่ซิการ์แรต หรือบุหรี่ซิการ์ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท 2. พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขายหรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นได้แต่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 72 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตขาย หรือนำเข้า หรือสั่งนำเข้ายาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มาในราชอาณาจักร ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 20,000 บาท และฉบับที่ 3 ได้แก่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจำกัดหรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรสยาม ความผิดครั้งหนึ่งจะมีโทษปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรขาเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะทำหนังสือถึงกรมศุลกากร เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบบุหรี่ไฟฟ้า ตามด่านชายแดนทั่วประเทศ ทั้งนี้ การปล่อยให้มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า จะเกิดผลเสียหลายประการ อย่างแรกคือ ทำให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นบุหรี่ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ 2. ทำให้ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่แล้วหันมาสูบมากขึ้น เนื่องจากกลิ่นไม่เหม็นรบกวนผู้อื่น และเป็นผลจากการติดนิโคตินอย่างแรง 3. สารนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์เสพติดสูง เท่ากับเฮโรอีนและโคเคน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ4.บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณสารนิโคตินได้ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ทางการแพทย์อื่นๆ เช่น แผ่นแปะและหมากฝรั่งนิโคติน ที่มีปริมาณนิโคตินแน่นอน และใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นางพรรณสิริกล่าว</p>
<p>ด้านนายแพทย์ชูฤทธิ์ เต็งไตรสรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จับตามาตั้งแต่ปี 2551 โดยบริษัทผลิตบุหรี่แห่งหนึ่งได้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่มีใบยาสูบแต่มีสารนิโคตินและสารเคมีโพรไพลีนไกลคอลที่มีลักษณะคล้ายควันบุหรี่ โดยจะบรรจุในรูปแท่ง ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเทคโนโลยีอะตอม โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับอัดไฟไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานเมื่อเจ้าของต้องการสูบ โดยบุหรี่ดังกล่าวได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว และเตรียมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จากข้อมูลของบุหรี่ดังกล่าวระบุว่าบรรจุนิโคตินแท่งละ 18 มิลลิกรัม ขณะที่บุหรี่ทั่วไป 1 มวนจะมีนิโคติน 1.2 มิลลิกรัม ซึ่งนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่าเฮโรอีนและโคเคน การสูดสารนิโคตินแต่ละครั้ง ร่างกายจะได้รับนิโคตินประมาณ 50 ไมโครกรัม ซึ่งสารนี้มีพิษร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ในขณะสูบบุหรี่ระดับนิโคตินในเลือดจะเพิ่มสูงถึง 25-50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่าตัวทั้งผู้ชายและผู้หญิง</p>
<p>************************************ 9 มีนาคม 2553</p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31115]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-09 18:45:24]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุรินทร์ เตือนประชาชนระวัง 3 กลุ่มโรคหน้าร้อน หลีกเลี่ยงอยู่กลางแดดจัด ดื่มน้ำสะอาด และยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ  ]]></title>
<description><![CDATA[<p>บ่ายวันนี้ (9 มีนาคม 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ว่า กระทรวงสาธารณสุข ขอเตือนประชาชนทั่วไป เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาสุขภาพในช่วงหน้าร้อน ซึ่งโรคที่เกิดขึ้นในหน้าร้อนจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 โรคที่เกิดจากอาหารและน้ำ มี 5 โรค ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด ไทฟอยด์ และอหิวาตกโรค ซึ่งข้อแนะนำก็คือให้ถือปฏิบัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเคยแนะนำไป คือ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เก็บค้างไว้นานหลายชั่วโมงโดยไม่นำมาอุ่นให้ร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าค่ายของนักเรียนช่วงปิดเทอม การทำกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมาก ๆ แล้วรับประทานอาหารกล่องที่ทำทิ้งไว้นานๆ หากมีเชื้อโรคอยู่อาจเกิดปัญหาได้ รวมทั้งขอให้ดื่มน้ำสะอาดด้วย กลุ่มที่ 2 คือโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งข้อมูลในปี 2552 พบผู้เสียชีวิต 23 คน และในปี 2553 ช่วง 2 เดือนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 7 คน ซึ่งตรวจพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากสุนัขที่มีเจ้าของและไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกัด ดังนั้นหากถูกสุนัขหรือแมว กัดข่วน ทำให้เกิดบาดแผล จะต้องไปรับการฉีดวัคซีนทันที ซึ่งบริการที่โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ และกลุ่มที่ 3 คือโรคที่เกิดจากแดด หรือความร้อน ซึ่งช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศร้อนจัดมาก มี 3 โรค คือตะคริวแดด เพลียแดด และลมแดด ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากอากาศร้อนจัด เสียเหงื่อมาก ทำให้เลือดข้น ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ ในที่สุดจึงเป็นลม ช็อค และเสียชีวิตได้ จึงขอให้หลีกเลี่ยงการไปอยู่กลางแดดร้อนจัดหรืออยู่ในที่ร้อนจัด และให้ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ จะช่วยแก้ปัญหาได้ ทางด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคลมแดดในทางการแพทย์เรียกว่า ฮีทสโตรก (Heat Stroke) เป็นอาการที่เกิดจากการได้รับความร้อนที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาในภาวะที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน โรคนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง จัดเป็นความผิดปกติที่มีความรุนแรงมากที่สุด ทำให้สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติเกิน 40 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 17-70 เปอร์เซ็นต์ ในต่างประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา มีรายงานประชาชนเสียชีวิตจากสาเหตุนี้ปีละประมาณ 371 คน ส่วนในประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานใครเสียชีวิต อาการสำคัญของโรคลมแดด ได้แก่ ตัวร้อนจัด เพ้อหรือหมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลง ช็อค ผิวหนังแห้งและร้อน ระดับความรู้สึกตัวจะลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย เอะอะ ก้าวร้าว หมดสติ เกร็ง ชัก โดยกลไกการทำงานของร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อน จะมีการปรับตัว โดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงตามอวัยวะต่างๆภายใน เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ&ldquo;สัญญาณสำคัญของโรคฮีทสโตรก ก็คือ ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่เป็น จะกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเพลียจากแดดทั่วๆไป ซึ่งจะพบว่ามีเหงื่อออกด้วย โดยหากเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงที จะทำให้เสียชีวิตได้&rdquo; นายแพทย์ไพจิตร์กล่าว นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อไปว่า ในการช่วยเหลือผู้ที่มีอาการเป็นโรคฮีทสโตรก ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าในที่ร่ม ให้นอนราบและยกเท้าทั้งสองข้างให้สูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงที่สมอง ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่าช่วยระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด ในรายที่อาการยังไม่มาก ควรให้ดื่มน้ำเปล่าธรรมดามากๆ นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวอีกว่า โดยทั่วไปอาการผิดปกติที่เกิดจากความร้อน มีหลายระดับ ระดับที่ไม่เป็นอันตราย ที่รู้จักกันทั่วๆไปคือ เป็นลม จะมีอาการมืดหน้า เป็นตะคริว หมดแรง อาจมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียนด้วย และระดับที่มีอันตรายที่สุดคือ ฮีทสโตรก เป็นภาวะวิกฤติของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอันตรายจากอากาศร้อนจัด ได้แก่ การขาดการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อน ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคฮีทสโตรกได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงที่ต้องกินยาควบคุมความดัน เช่น ยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีผลขับสารโซเดียมออกจากร่างกาย ทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ในร่างกายได้เร็วกว่าผู้อื่น นอกจากนี้ ในผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือผู้ที่อดนอน ก็เสี่ยงเกิดโรคนี้ได้ เนื่องจากร่างกายจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ และผู้ที่ดื่มสุราหรือเบียร์ในขณะที่มีสภาพอากาศร้อน ร่างกายจะมีโอกาสสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งเป็นผลมาจากการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย สำหรับกรณีของคนอ้วน ซึ่งจะมีไขมันที่ผิวหนังจำนวนมาก ไขมันจะทำหน้าที่คล้ายเป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้คนอ้วนสามารถเก็บความร้อนได้ดี แต่การระบายความร้อนออกจากร่างกาย จะทำได้น้อยกว่าคนทั่วๆไป นอกจากนี้บริเวณผิวหนังที่มีไขมันมาก มักมีต่อมเหงื่อน้อยลงด้วย คนอ้วนจึงมีโอกาสเกิดโรคฮีทสโตรกได้ง่าย วิธีการป้องกันอันตรายในช่วงที่มีอากาศร้อน ที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนจะต้องต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยปกติควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน ผู้ที่ทำงานในที่ร่ม ควรดื่มอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ผู้ที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะไม่สามารถปรับตัวให้สู้กับอากาศร้อนได้ เนื่องจากน้ำเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส ในการสังเกตว่าร่างกายได้รับน้ำเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ ประชาชนสามารถสังเกตง่ายๆจากสีของน้ำปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะมีสีเหลืองจางๆ แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้าปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มและปัสสาวะออกน้อย แสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะต้องดื่มน้ำให้มากๆ สำหรับการออกกำลังกายในฤดูร้อน สามารถกระทำได้ โดยค่อยๆ ออกกำลังกาย และเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ ************************************ 9 มีนาคม 2553</p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31113]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-09 16:20:57]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัดสธ. สั่งหมอให้ยาโอเชลทามีเวียร์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ทุกรายภายใน 2 วัน ลดการเสียชีวิต
]]></title>
<description><![CDATA[ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งแพทย์ทุกจังหวัดให้ยาโอเชลทามีเวียร์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มป่วย ไม่ต้องรอผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ลดอัตราการเสียชีวิต และให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กลุ่มเสี่ยง โดยความสมัครใจ เน้นล้างมือบ่อยๆ หากมีไข้ให้ไปพบแพทย์ภายใน 2 วัน 

เช้าวันนี้ (9 มีนาคม 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ไพจิตร์  วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ /โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายเร่งด่วนเรื่องการแก้ปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 6 ราย ซึ่ง 2 รายได้รับยาโอเซลทามิเวียร์ค่อนข้างช้า ขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง นัดประชุมย้ำเตือนให้แพทย์ผู้รักษาผู้ป่วย ต้องให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วยกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ที่อาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงต้องให้ยาทันที โดยไม่ต้องรอผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ส่วนสถานพยาบาล และสถานีอนามัย หากพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ให้รีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที เพื่อให้ได้รับยาอย่างทันท่วงที โดยยึดแนวทางการรักษาของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะช่วยลดการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้
 
สำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่มีอาการหนัก สงสัยอาจป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้รีบรายงานผู้ตรวจราชการเพื่อให้การช่วยเหลือทันที และหากมีผู้เสียชีวิต ให้ประชุมหาสาเหตุการเสียชีวิตทุกราย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด นอกจากนี้ ขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่ยังมีผู้มารับวัคซีนน้อยกว่าร้อยละ 10 ได้แก่ ชลบุรี สมุทรสงคราม สตูล ราชบุรี ปทุมธานี กาญจนบุรี และจันทบุรี เน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ฉีดวัคซีนตามความสมัครใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 

ขอยืนยันว่าจนถึงวันนี้ ฉีดไปแล้วกว่า 4 แสนโด๊ส ยังไม่พบผู้มีอาการแพ้รุนแรง และคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วพบว่าปัญหาที่เป็นข่าวในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แต่เพื่อความไม่ประมาทขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หากมีประวัติแท้งหรือปัญหาสุขภาพระหว่างที่มารับการฉีดวัคซีน ให้ปรึกษาสูติแพทย์ก่อนว่าควรฉีดวัคซีนให้หรือไม่ 
 
นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อไปว่า ในปี 2553 นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าหมายให้เปิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนสถานีอนามัยทุกจังหวัดอย่างต่ำ 4,000  5,000 แห่ง เพื่อให้สัมพันธ์กับการตั้งงบประมาณปี 2554 และงบโครงการไทยเข้มแข็ง โดยดำเนินงาน 2 รูปแบบ  คือแบบเดี่ยวและแบบเครือข่าย  โดยบุคลากรขั้นต่ำที่ควรมีประกอบด้วย 1.หัวหน้าหรือผู้อำนวยการ รพ.สต. 2.แพทย์/พยาบาลเวชปฏิบัติ 3.เจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือนักวิชาการสาธารณสุข 4.เจ้าพนักงานทันตกรรม/เจ้าพนักงานเภสัช/กายภาพบำบัด  ให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจบุคลากรของสถานีอนามัยที่ยกระดับรพ.สต.ส่งให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ภายในวันที่ 11 มีนาคมนี้ เพื่อนำเข้าที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขในวันจันทร์หน้า ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน

 ************************************  9 มีนาคม 2553
]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31104]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-09 13:10:30]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.เร่งพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ ]]></title>
<description><![CDATA[พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการประจำปีของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล  ล่าสุดมีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์พัฒนาได้รับการรับรองเป็นโรงพยาบาลคุณภาพและเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพทั่วประเทศแล้ว 531 แห่ง 
	
วันนี้ (9 มีนาคม 2553) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการประจำปีของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ครั้งที่ 11 เรื่อง การพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน (Flexible & Sustainable Development) และประทานประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพ และการสร้างเสริมสุขภาพให้ผู้แทนสถานพยาบาล จำนวน 76 แห่ง โดยมี นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ข้าราชการและประชาชน เฝ้ารับเสด็จ
	
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กราบทูลถวายรายงานว่า กระบวนการ พัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาล เป็นความพยายามในการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพในประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนที่เจ็บป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล  และผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจต่องานบริการของเจ้าหน้าที่  โดยมีองค์ประกอบ 2 ส่วนได้แก่การพัฒนาตนเองของสถานพยาบาลควบคู่กับการประเมินและรับรองจากหน่วยงานภายนอก เพื่อให้เป็นสถานพยาบาลที่ให้การดูแลฟื้นฟูรักษาพยาบาลผู้ป่วยและการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนารับรองคุณภาพสถานพยาบาล เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 13 ปี   

ผลการพัฒนาล่าสุดจนถึงปัจจุบัน มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการและผ่านการรับรองคุณภาพ ทั้งด้านบริการรักษาพยาบาล และส่งเสริมสุขภาพทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งหมด 1,104 แห่ง จากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่มีประมาณ 1,400 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย โรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองเป็นโรงพยาบาลคุณภาพหรือเอชเอ (HA: Hospital Accredit) จำนวน 351 แห่ง ได้รับการรับรองเป็นโรงพยาบาลคุณภาพและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพด้วย (Health Promotion Hospital) จำนวน 173 แห่ง มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซึ่งพัฒนาจากสถานีอนามัย ได้รับการรับรองเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพอีก จำนวน 7 แห่ง และยังมีโรงพยาบาลที่พัฒนาผ่านบันไดขั้นที่ 2 จำนวน 588 แห่ง พัฒนาผ่านบันไดขั้นที่ 1 จำนวน 193 แห่ง 

ทางด้านนายแพทย์อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล กล่าวว่าการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล เป็นกลไกกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล เพื่อให้เป็นมาตรฐานด้านการรักษาพยาบาล เพื่อความปลอดภัยกับผู้ป่วย สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่าโรงพยาบาลมีระบบการทำงานที่ไว้ใจ  

โรงพยาบาลที่จะได้รับการรับรองคุณภาพจะต้องมีกิจกรรมหลักๆ 3 ขั้นตอน คือ การพัฒนาคุณภาพ, การประเมินคุณภาพ และการรับรองคุณภาพ ซึ่งหากโรงพยาบาลได้มีการดำเนินการพัฒนาคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์ของมาตร ฐานที่ได้จัดทำไว้ ก็จะได้รับการรับรองจากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล โดยการรับรองในครั้งแรกจะมีอายุการรับรอง 2 ปี หลังจากนั้นโรงพยาบาลจะต้องขอการรับรองใหม่ ซึ่งจะมีอายุการรับรอง 3 ปี  การประชุมวิชาการในปีนี้นั้น จะเน้นลักษณะยืดหยุ่น ตามความพร้อมของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์และเกิดความยั่งยืน  

 *******************************  9 มีนาคม 2553
]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31103]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-09 13:08:52]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.เผย ผลสำรวจประชาชนตื่นตัวและเชื่อมั่นในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 สูง เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัด 2009 ในกลุ่มเสี่ยงโดยสมัครใจ ต่อเนื่อง ]]></title>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><img height="199" width="300" align="left" alt="" src="/ops/iprg/userfiles/Jurin_Big_5.jpg" />วันนี้&nbsp; (8 &nbsp;มีนาคม 2553)&nbsp; นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 34,894 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่วันที่ เดือนเมษายน 2552 ถึงปัจจุบันทั้งหมดรวม 218 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตในสัปดาห์ที่ผ่านมา 6 ราย ในจำนวนนี้มี 2 รายที่ได้รับการรักษาช้า รายแรกที่จังหวัดชลบุรี เป็นเด็กชายอายุ 1 เดือน &nbsp;รายที่2.ที่กทม.เป็นชายอายุ 60 ปี มีรายงานป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคถุงลมโป่งพอง ได้ให้หัวหน้าผู้ตรวจราชการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุที่ได้รับยาช้า และรายงานในสัปดาห์หน้า&nbsp;</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">ส่วนอีก 4 ราย เป็นโรคเรื้อรัง รายที่ 1 ที่ จ.นครนายก เป็นหญิงอายุ 18 ปี &nbsp;อ้วน เป็นโรคเบาหวาน และโรคตับ รายที่ 2 ที่ จ.พิษณุโลก เป็นชายอายุ 58 ปี&nbsp;ป่วยเป็นมะเร็งปอด มีความดันโลหิตสูง &nbsp;รายที่ 3. ที่ จ.ลำปาง เป็นหญิงอายุ 71 ปี ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และรายที่ 4. ที่ กทม. เป็นหญิงอายุ 83 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวาน หัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง และไตวายเรื้อรัง </span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">ส่วนผลการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009&nbsp;ตั้งแต่ 11 มกราคม-5 มีนาคม 2553 มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว 404,983 คน ร้อยละ 45.5 เป็นบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ผู้ป่วยเรื้อรังร้อยละ 21.5 ขณะนี้ยังเหลือวัคซีนอีก 1.6 ล้านโดส หากถึงสิ้นเดือนมีนาคมแล้วยังไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็จะต้องมีการทบทวนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้ความเห็น จังหวัดที่มีผู้มาฉีดวัคซีนต่ำกว่าร้อยละ 10 มี 7 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี &nbsp;สมุทรสงคราม สตูล ราชบุรี ปทุมธานี &nbsp;กาญจนบุรี และจันทบุรี สัปดาห์หน้าจะขอให้รายงานว่าสาเหตุที่ดำเนินการช้าเกิดจากอะไร&nbsp;</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 นี้ มีอายุยาวกว่า1 ปี&nbsp;แต่ที่พูดว่าควรดำเนินการภายใน 1 ปี &nbsp;เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 จะมีอายุ 1 ปี ถ้าเป็นปีหน้าเชื้ออาจจะมีการพัฒนาสายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์อื่นตัวใหม่ &nbsp;โดยได้ให้กรมควบคุมโรค เจาะเลือดดูภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009ไปแล้ว ซึ่งต้องรอหลังฉีด 2 สัปดาห์ร่างกายจะเริ่มมีภูมิต้านทาน คาดว่าจะเริ่มทราบผลในสัปดาห์หน้า ส่วนผลการตรวจสอบของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในรายที่มีปัญหาหลังฉีดวัคซีน 22 ราย จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ารายใดเกิดจากวัคซีน ยังเหลือเพียง 1 ราย กำลังรอผลการพิจารณาจากคณะผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;เป็นหญิง อายุ 39 ปี ที่จ.ลำปางตั้งครรภ์&nbsp;8 เดือน ทารกเสียชีวิต&nbsp;</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc">อย่างไรก็ตาม วันนี้กรมสุขภาพจิตได้รายงานผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ระหว่าง 24 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2553 ในทุกภาคของประเทศ รวม 1,390 ตัวอย่าง&nbsp;ปรากฏว่าประชาชน มีการตื่นตัวต่อวัคซีนร้อยละ 68.35 และมีความเชื่อมั่นวัคซีนในระดับสูง ร้อยละ57.35 &nbsp;แปลว่า ประชาชนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อวัคซีนมากกว่าไม่เชื่อมั่น โดยในกลุ่มที่ไม่เชื่อมั่น สาเหตุเกิดจากกลัวผลข้างเคียงร้อยละ 69.5&nbsp;ซึ่งต้องรณรงค์ทำความเข้าใจต่อไปว่า&nbsp;กรณีการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากวัคซีน &nbsp;และมีผลสำรวจจากต่างประเทศคือประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มที่ไม่เชื่อมั่นวัคซีน มีความรู้สึกกลัวผลข้างเคียงเช่นกัน แต่ต่ำกว่าประเทศไทยคือร้อยละ 30 &nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุข ยังคงมีนโยบายรณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงมารับวัคซีนโดยความสมัครใจต่อไป</span></span></p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: 16pt"><span style="font-family: Angsanaupc"><b>&nbsp;**************************&nbsp;&nbsp; 8 มีนาคม&nbsp;2553</b></span></span></p>]]></description>
<link><![CDATA[http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=31087]]></link>
<author><![CDATA[สำนักสารนิเทศ]]></author>
<pubDate><![CDATA[2010-03-08 16:24:29]]></pubDate>
<category><![CDATA[ข่าวเพื่อมวลชน]]></category>
</item>
</channel>
</rss>