บทบรรณาธิการ
วารสารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านสุขภาพ ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน (หน้า 157 - 158)
แผนฯ 9 กับการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ
กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่ความเคลื่อนไหวขององค์กรระดับปฏิบัติการ นั่นคือ กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายพยายามที่จะตีโจทย์กันอย่างขะมักเขม้น โจทย์ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรต่อสถานการณ์และแนวโน้มที่กำลังจะเป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน 2) การพัฒนาที่ไม่สมดุล 3) การพัฒนาที่ไม่มีคุณภาพ ในส่วนของการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน กล่าวคือ นับถึงปัจจุบัน การศึกษาและการพัฒนาบุคลากรเป็นเพียงกระบวนการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการขยับเศรษฐานะหรือตำแหน่งหน้าที่โดยได้รับใบรับรองการ "ผ่าน" หลักสูตรเท่านั้น มิได้สนใจว่าตนเองจะมีคุณภาพคู่ควรกับใบรับรองเหล่านั้นหรือไม่ ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์ที่ทุกคนมุ่งที่จะได้เข้าศึกษาหรือฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ และหรือให้ได้รับใบรับรองไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆ ในระหว่างการศึกษาฝึกอบรมเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีการกวดวิชาเพิ่มขึ้น มีการแย่งชิงที่นั่งฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ กันมากขึ้น เมื่อได้รับใบรับรองเหล่านั้นแล้วกลับมีความภาคภูมิใจ โอ้อวดกันใหญ่โต แต่ไม่เคยมีการพูดถึงศักยภาพหรือความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง ปรากฏการณ์เหล่านี้ ได้สั่งสมมาในช่วงระยะเวลาหนึ่งและกำลังจะเริ่มปรากฏผลในยุคนี้จนภายภาคหน้า โดยเฉพาะผลในเชิงคุณภาพของกำลังคนด้านสุขภาพ

โลกแห่งอนาคตเป็นโลกที่ไร้พรมแดน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่อย่างท่วมท้น แต่ขณะเดียวกันทรัพยากรก็มีจำกัดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ การเดินทางของมนุษย์จากมุมโลกหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ทั้งในทางบวกและลบ การต่อสู้แย่งชิงทรัพยากร มีการแพร่ระบาดของของโรคติดต่อที่เคยถูกจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ออกไปอย่างกว้างขวาง รวดเร็ว จนเป็นข่าวทั้งในระดับโลกและในระดับพื้นที่ การที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ ไม่เข้าใจบริบทที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ก็จะไม่สามารถจัดการศึกษาและพัฒนาบุคลากรได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

กระบวนทัศน์ของคนในยุคสมัยนี้ จะแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับอดีต การใช้อำนาจในการบริหารจัดการจะขึ้นกับความโปร่งใส การรับรู้และยอมรับจะก่อให้เกิดความร่วมมือ การแย่งชิงทรัพยากรจะเปลี่ยนเป็นการประสานผลประโยชน์ร่วมกัน ปัญหาด้านสุขภาพอนามัยใหม่ๆ จะได้รับการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถูกต้องทันเหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งการป้องกันล่วงหน้า

กำลังคนด้านสุขภาพควรจะได้รับการพัฒนาอย่างไรในแผนฯ 9 จึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์ ดังกล่าวข้างต้น แน่นอนว่า การผลิตกำลังคนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้ของการพัฒนากำลังคนด้าน สุขภาพ กระบวนการจัดการศึกษาจะต้องไม่มุ่งเพียงการวัดผลผลิตสุดท้ายด้วยเครื่องมือที่บ่งบอกถึงความสามารถผ่านการสอบเท่านั้น แต่จะต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการต่างๆ ที่ทำให้ผู้เรียนมีศักยภาพและความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต มิใช่เพื่อสอบและใบปริญญาเท่านั้น อันเป็นหลักประกันถึงความยั่งยืนของการพัฒนาคน การจัดการศึกษาที่มีความสมดุลระหว่างวิชาการที่เป็นองค์ความรู้ในวิชาชีพและการศึกษาที่เป็นองค์ประกอบของการดำรงชีวิต อันจะนำไปสู่ความเป็นคนเก่ง ดี และมีสุข เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของสังคม

ดังนั้น ในแผนฯ 9 การให้ความสำคัญกับการศึกษาและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ จึงต้องมุ่งไปที่กระบวนการพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพและขีดความสามารถที่ความยั่งยืน มีความต่อเนื่องและสมดุลในการพัฒนา และได้กำลังคนที่มีคุณภาพ สามารถแก้ปัญหาและพัฒนางานได้ มากกว่าที่จะมุ่งใบรับรองแต่เพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ สมานฉันท์ สามารถเผชิญการเปลี่ยนแปลงได้