แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพัสดุ จากการตอบข้อหารือของกองนิติการ
(หนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ. 0208/34/116 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2541)

คำถามที่ 1
จังหวัดได้ทำสัญญาก่อสร้าง ซึ่งในสัญญาได้ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นงวด ๆและปรากฏว่า กำหนดระยะเวลาในสัญญาดังกล่าวได้ สิ้นสุดลง แต่ผู้รับจ้างสามารถส่งงานได้เพียงงวดเดียวยังคงเหลือ งานที่จะต้องส่งมอบอีก 3 งวด และจังหวัดยังไม่ได้ยกเลิกสัญญา กรณีเช่นนี้ ผู้รับจ้างสามารถที่จะส่งมอบ และขอเบิกเงินเป็นงวด ๆ ตามที่กำหนดในสัญญา จนกว่าจะแล้วเสร็จ หรือว่าผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงาน ครั้งเดียวเมื่อได้ทำการก่อสร้างตามสัญญาเรียบร้อยแล้ว

คำตอบ
กรณีสัญญาจ้างก่อสร้างกำหนดเวลาการส่งมอบงานและการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นงวดไว้อย่างชัดเจน เมื่อระยะเวลาตามสัญญาสิ้นสุด โดยผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานแล้วเสร็จตามงวดงานงวดเงินและเวลาที่ กำหนดไว้ในสัญญา งวดงานงวดเงินดังกล่าวจึงไม่มีอีกต่อไป และเมื่อทางราชการไม่บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างต้องทำงานให้แล้วเสร็จและส่งมอบงานทั้งหมด โดยไม่มีงวด

คำถามที่ 2
กรณีการอนุญาตให้ขยายระยะเวลาทำการตามสัญญา ตามระเบียบ ฯ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 139 นั้น ถือเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา ตามข้อ 136 ในส่วนกำหนดระยะเวลา หรือไม่ และเมื่อหัวหน้าส่วนราชการอนุญาตให้ขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาแล้วจะต้องจัดทำเป็นสัญญา แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาฉบับเดิม หรือจัดทำเป็นบันทึกแนบท้ายสัญญาฉบับเดิม หรือจะต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะถูกต้องครบถ้วน ตามระเบียบของทางราชการ และตรงตามเจตนารมย์ของระเบียบ

คำตอบ
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติมข้อ 139 กำหนด หลักเกณฑ์ให้ทางราชการงดหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลาให้คู่สัญญากับทางราชการเมื่อมีการขยายเวลาตาม สัญญาจะมีผลทำให้เวลาในการทำงานในสัญญาเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิมแต่มิใช่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลง สัญญา ตามข้อ 136 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม เพราะเหตุ ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องเวลาเป็นคนละเหตุแยกจากกันเมื่อมีการขยายเวลาให้คู่สัญญากับทางราชการ ต้อง ทำข้อตกลงหรือสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญาเดิมไว้ด้วยเพื่อเป็นหลักฐานในการบังคับตามสัญญา ต่อไป

คำถามที่ 3
ในการกำหนดมูลค่าหลักประกันซอง ตามข้อ 142 นั้น หากว่าราคากลางที่ส่วนราชการกำหนดสูง หรือต่ำกว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรร ส่วนราชการจะต้องยึดถือราคาใด เพื่อใช้ในการคำนวณ เพื่อกำหนด มูลค่าของหลักประกันซอง (เนื่องจากปัจจุบัน ค.ร.ม. มีมติให้ต้องประกาศราคากลางให้ทราบด้วย)

คำตอบ
ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 142 กำหนดมูลค่าหลักประกันซอง จากอัตราร้อยละของวงเงินหรือราคาพัสดุที่จัดหาในครั้งนั้น และตาม ข้อ 27 (4) ของระเบียบสำนักนายก- รัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 การซื้อหรือจ้าง ต้องระบุวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างจากวงเงินงบประมาณ วงเงินตามโครงการเงินกู้ หรือวงเงินช่วยเหลือ ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าวให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อหรือ จ้างดังนั้น หลักประกันซองจึงต้องคิดจากมูลค่าตามวงเงินงบประมาณ หรือวงเงินที่จะจัดซื้อจัดจ้างอื่น ดังกล่าวข้างต้น หากไม่มีวงเงินดังกล่าวก็สามารถคิดคำนวณจากราคากลาง (วงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อ หรือจ้าง) ได้

คำถามที่ 4
ในกาจัดทำเอกสารประกวดราคาหรือสอบราคา นั้น หากว่าส่วนราชการกำหนดเงื่อนไขว่า ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานในประเภทเดียวกัน และเป็นผลงานที่แล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันยื่นซอง ประกวดราคา เช่นนี้ จะถือว่าเป็นการกำหนดเงื่อนไข ที่เป็นการกีดกันผู้เสนอราคารายอื่น หรือไม่และ จะเป็นการผิดระเบียบ ฯ ว่าด้วยการพัสดุหรือไม่อย่างไร

คำตอบ
เอกสารประกวดราคาตามข้อ 44 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 กำหนดให้ทำตามตัวอย่างที่ กวพ. กำหนดหรือแบบที่ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ตามตัวอย่างเอกสารประกวดราคา ที่ กวพ. กำหนด เรื่องคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ในเรื่องผลงานของ ผู้เสนอราคา ระบุให้หัวหน้าส่วนราชการเลือกใช้ได้ตามความจำเป็น ดังนั้น การกำหนดเงื่อนไขให้ ผู้เสนอราคาเสนอผลงานย้อนหลังไปเท่าใดนั้น จึงอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่ดำเนินการ ประกวดราคา ส่วนการที่จะเป็นการกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขที่กำหนด มีผู้สามารถเสนอราคาได้หลายรายหรือไม่ หากมีผู้เสนอราคาได้หลายรายก็ไม่เป็นการกีดกันผู้เสนอราคา รายอื่น แต่ไม่จำเป็นที่เงื่อนไขนั้นผู้เสนอราคาทุกรายจะต้องเสนอราคาได้

กลับไปเมนู