แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อ การจ้าง

ข้อ 1.1 เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นภายหลังจากวันครบกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง ส่วนราชการ จะพิจารณาลดค่าปรับให้แก่ผู้รับจ้างได้หรือไม่ ? ไป ข้อ 1.1

ข้อ 1.2 การจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่น ภายในกำหนด 3 เดือน นั้น ตีความว่า จะต้องดำเนินการ จัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ภายใน 3 เดือน หรือจะต้องดำเนินการจัดซื้อ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุจนแล้วเสร็จ และลงนามในสัญญาซื้อขายภายใน
กำหนด 3 เดือน นับแต่วันบอกเลิกสัญญา ไป ข้อ 1.2










ข้อ 1.1
ข้อหารือ
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้หารือตามรายงานของโรงพยาบาล ส. กรณีที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ได้รับจ้างถมดินบริเวณโรงพยาบาล ส. ตามสัญญาเลขที่ 2/2539 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2539 แต่ห้างฯ ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ และภายหลังจากระยะเวลาใน สัญญาครบกำหนดแล้ว ห้างฯ ของดเว้นค่าปรับ เนื่องจากเกิดภัยธรรมชาติ ฝนตกติดต่อกัน และประสบ ปัญหาน้ำท่วมกรณีดังกล่าวนี้ จะสามารถลดหรืองดค่าปรับตามสัญญาให้กับผู้รับจ้างตามระเบียบสำนัก- นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 139 ได้หรือไม่

ตอบข้อหารือ
คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) พิจารณาแล้วเห็นว่าเหตุสุดวิสัยที่ส่วนราชการจะนำมาพิจารณา งดหรือลดค่าปรับ ให้แก่ผู้รับจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ139 (2) ได้นั้น จะต้องเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นก่อนวันครบกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาจ้างถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างผิดนัดไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้างไม่ได้ เพราะผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 217
กรณีที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขหารือ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ผู้รับจ้าง ได้ขอลดค่าปรับตามสัญญาจ้างโดยอ้างเหตุผลว่า ถูกภัยธรรมชาติ เกิดสภาวะฝนตกติดต่อกันและประสบ ปัญหาน้ำท่วม ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ ซึ่งเหตุที่ผู้รับจ้างกล่าวอ้าง เพื่อขอลดค่าปรับ ดังกล่าวเกิดขึ้น ภายหลังจากวันครบกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาจ้างแล้ว ดังนั้น โรงพยาบาล ส. จึงไม่ สามารถที่จะพิจารณาลดค่าปรับให้แก่ผู้รับจ้างตามที่ผู้รับจ้างร้องขอมานั้น ได้แม้ว่าเหตุที่ผู้รับจ้างกล่าวอ้าง เพื่อขอลดค่าปรับดังกล่าวจะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 139(2) ก็ตาม
อนึ่ง กวพ. มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าตามสัญญาจ้างถมดินของโรงพยาบาล ส. ครั้งนี้กำหนดระยะเวลา แล้วเสร็จภายในวันที่ 26 กรกฎาคม 2539 ซึ่งในปัจจุบันนี้ ได้ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ ดังกล่าวแล้ว แต่ผู้รับจ้างยังไม่สามารถทำงานจ้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ ผู้รับจ้างจึงต้องถูกปรับตามสัญญาและโดยที่ จำนวนเงินค่าปรับนับถัดจากวันที่กำหนดแล้วเสร็จจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นจำนวนเงินเกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง ตามสัญญาแล้วด้วย ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 138 กำหนดให้ส่วนราชการผู้ว่าจ้างพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างเว้นแต่ผู้รับจ้างจะได้ยินยอม เสียค่าปรับให้แก่ทางราชการโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น จึงให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาผ่อนปรนการ บอกเลิกสัญญา ได้เท่าที่จำเป็น ดังนั้น กรณีนี้ โรงพยาบาล ส. จึงควรที่จะพิจารณาดำเนินการกับผู้รับจ้าง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535ข้อ 138 ต่อไปด้วย
(หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรีที่ นร (กวพ.) 1304/2358 ลงวันที่ - มีนาคม 2540)
ไปต้นข้อความ










ข้อ 1.2
ข้อหารือ
โรงพยาบาลสงขลาขอหารือแนวทางปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย ข้อ 9 ว่าด้วยการ บอกเลิกสัญญา โดยขอหารือว่า การจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่น ภายในกำหนด 3 เดือน นั้น ตีความว่า จะต้องเริ่มดำเนินการจัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ภายใน 3 เดือน หรือจะต้องดำเนินการจัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า- ด้วยการพัสดุ จนแล้วเสร็จ และลงนามในสัญญาซื้อขายภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่ วันบอกเลิกสัญญา
(หนังสือโรงพยาบาลสงขลา ที่ สข 0033.202/1185 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2541
ตอบข้อหารือ
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขขอเรียนว่า การจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่น ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันบอกเลิกสัญญานั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อจะได้ทราบว่า ส่วนราชการจะได้รับความเสียหายในส่วนที่ต้องซื้อสิ่งของตามสัญญาในราคาที่เพิ่มขึ้น จากราคาตามสัญญาหรือไม่ กรณีที่โรงพยาบาลสงขลาหารือสำนักงานปลัดกระทรวง- สาธารณสุข จึงมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าว หมายความว่า ส่วนราชการจะต้องดำเนินการ จัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุจนแล้วเสร็จ และลงนามในสัญญา ซื้อขาย ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันบอกเลิกสัญญา (หนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0208/32/134 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม     2541)
ไปต้นข้อความ

กลับไปเมนู