รมว.สธ. สั่งหาข้อเท็จจริง ร.พ.ฉีดยาตัวเหตุทำให้ดอกรักแพ้จนตาบอด ให้นางดอกรักซ้ำ

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งหาข้อเท็จจริง หมอโรงพยาบาลราชวิถีฉีดยาเพนนิซิลลินให้นาง ดอกรักซ้ำ โดยไม่ดูประวัติว่ายานี้เป็นต้นเหตุให้แพ้จนตาบอด ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถีแจง ดอกรักป่วยที่ผ่านมาเป็นโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ แพทย์พยาบาลดูแลดีที่สุด ไม่มีการให้ยาเพนนิซิลลินแน่นอน

    จากกรณีที่นางดอกรัก เพ็ชรประเสริฐ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นคนไข้ที่ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรงจนทำให้ตาบอด โดยศาลจังหวัดนนทบุรี ได้พิพากษาสั่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชดใช้เงินค่าเสียหายให้เป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท ในปี 2549 ที่ผ่านมา และต่อมาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2549 นางดอกรักได้เล่าว่าเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี กทม. และแพทย์ได้ฉีดยาเพนนิซิลลินให้โดยไม่ได้ดูประวัติเก่า หลังฉีดยามีอาการใจสั่น เหนื่อยหอบ เหมือนกับอาการที่เคยเกิดขึ้น และให้นอนรักษาต่อในโรงพยาบาลราชวิถี ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550 ระหว่างที่นอนรักษาอยู่นั้น ถูกเจ้าหน้าที่พูดประชดว่าให้ตรวจวิเคราะห์โรคให้ดี เดี๋ยวจะต้องเสียเงินกันอีก 1 ล้านบาทนั้น

    ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการะทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทรวงสาธารณสุขไม่ทอดทิ้งอย่างแน่นอน จะดูแลรักษากันต่อไปอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวล โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆให้การดูแล ส่วนการฉีดยาเพนนิซิลลินตัวเดิมให้นางดอกรักนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากในใบประวัติการรักษาของนางดอกรัก จะระบุประวัติการแพ้ยาอย่างชัดเจน รวมทั้งผู้ป่วยทุกรายด้วยที่มีอาการแพ้ยา แพทย์ก็จะบันทึกประวัติไว้เช่นกันเป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศทั้งยากินและยาฉีด ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีการหมุนเวียนกลับไปใช้ยาที่แพ้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีได้สั่งการให้โรงพยาบาลราชวิถี หาข้อเท็จจริงเป็นการด่วนแล้ว

    ทางด้านนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชิวิถีกล่าวว่า นางดอกรัก เป็นผู้ป่วยเคยแพ้ยาเพนนิซิลลิน ทำให้เป็นสตีเวน จอห์นสัน ซินโดรม และมีอาการทางตาคือตาขวาบอดและตาซ้ายเห็นลาง ๆ โรงพยาบาลราชวิถีได้รับตัวเข้ารักษาตั้งแต่ปี 2547 และรักษามาตลอดทุก 1 – 2 เดือน จากโรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีหลายครั้ง

    นายแพทย์เจษฎากล่าวต่อว่า ในช่วงต้นปี 2550 นางดอกรักได้รับยาต้านวัณโรคเพิ่มเติม และครั้งสุดท้ายได้กลับเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีอีก เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550 ด้วยอาการเหนื่อย มีไข้ หายใจเร็ว แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นโรคหอบรุนแรง (Asthmatic attack) โรคหลอดลมอักเสบและวัณโรค นอนรักษาในโรงพยาบาล 11 วัน ระหว่างอยู่โรงพยาบาลแพทย์ได้ให้ยารักษาอาการหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด โดยให้ยาขยายหลอดลม นีอูลิน (Neulin) เม็ปติน (Meptin) ยาเบอโรดวล (Berodual) และให้ยาปฏิชีวนะชื่อ ลีโวฟล็อกซาซิน (Levofloxacin) ยาอะไมกิน (Amikin) ซึ่งไม่ใช่ยากลุ่มเดียวกับเพนนิซิลลิน และยังมียาต้านวัณโรคอีก 2 ตัว คือ ไอเอ็นเอช (INH) ยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin) และยาเพรดนิสโซโลน (Prednisolone) อาการดีขึ้นแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านในวันที่ 7 มีนาคม 2550 และให้ยาไปรับประทานต่อที่บ้าน และนัดผู้ป่วยมาตรวจติดตามผลการรักษาอีก 2 สัปดาห์ที่ตึกตรวจโรค แผนกอายุรกรรม โดยรักษาฟรีทั้งหมด

    นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อไปว่า แพทย์ได้ทำการดูแลรักษานางดอกรักอย่างดี ตามมาตรฐานวิชาชีพด้วยความเห็นใจผู้ป่วยรายนี้มาโดยตลอด และแพทย์ พยาบาลทุกคนที่ดูแลทราบว่าผู้ป่วยรายนี้แพ้ยาเพนนิซิลลิน จึงไม่มีการให้ยาตัวนี้ตามที่ผู้ป่วยได้แจ้งไว้แต่อย่างใด

    ******************* 12 มีนาคม 2550

  • แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ

    [12/มี.ค/2550]