“สธ.” สั่งตรวจสอบมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชน ที่ปทุมธานี และคลินิกที่อุดรฯ ที่ทำคลอดลูกตาย และทำให้เด็กเป็นอัมพาต

  • กระทรวงสาธารณสุข สั่งตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาลโรงพยาบาลเอกชน จังหวัดปทุมธานี หลังทำคลอดลูกตาย และตรวจสอบคลินิก อำเภอบ้านผือ จ.อุดรธานี หากพบไม่ได้มาตรฐานให้ปิดปรับปรุงทันที
    จากกรณีมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลเอกชน 2 ราย รายแรกคือนายรังสรรค์ บุญธรรม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149/49 หมู่ 6 ตำบลคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจว่า นางบุปผา วงษ์แพทย์ อายุ 34 ปี ภรรยาได้คลอดลูกที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 และลูกเสียชีวิต เนื่องจากเด็กในครรภ์มีขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยดูดออก

    และกรณีที่ 2 นางสมปอง สุทธิแพทย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 7 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธาณี ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า บุตรชายชื่อนายมารุต สุทธิแพทย์ อายุ 15 ปี ต้องกลายเป็นอัมพาต หลังจากมีอาการปวดศีรษะและฉีดยาจากคลินิคแห่งหนึ่งในอ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หลังฉีดยาแล้วมีอาการชัก เส้นเลือดในสมองแตก ต้องเข้ารับการผ่าตัด และเป็นอัมพาตในที่สุด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมานั้น

    ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้สั่งการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งตรวจสอบมาตรฐานการรักษาพยาบาลและมาตรฐานของสถานบริการเอกชนทั้ง 2 แห่งนั้นว่าได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้หรือไม่ หากพบไม่ได้มาตรฐานให้ปิดปรับปรุงทันที

    ด้านนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจากได้มอบหมายให้กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจข้อเท็จจริงที่สถานพยาบาลเอกชนแห่งนั้นที่จังหวัดปทุมธานี ผลการตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ทั้งจำนวนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ รวมทั้งแพทย์ที่ประจำสถานพยาบาลแห่งนั้นก็มีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งด้านการคลอดและการดูแลเด็ก และเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม

    อย่างไรก็ตาม ได้สอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ บันทึกคำให้การของผู้ให้การบริการ และเวชระเบียนของผู้ป่วย ในเรื่องประวัติการตั้งครรภ์ และการคลอด โดยจะนำข้อมูลที่ได้และหลักฐานทั้งหมด เข้าคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและผู้แทนกลุ่มประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ขณะเดียวกันจะได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์ เพื่อตรวจสอบขั้นตอนการทำคลอดว่าถูกต้องได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ผู้ให้การรักษาไม่ได้มาตรฐานก็จะส่งเรื่องให้แพทยสภาดำเนินการต่อไป

    สำหรับกรณีที่คลินิกที่จังหวัดอุดรธานีนั้น ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบมาตรฐานของสถานพยาบาล และมาตรฐานการรักษาของแพทย์ที่คลินิกแห่งนั้นว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะทราบผลภายในเดือนพฤษภาคมนี้

    เมษายน7/4 ********************************* 28 เมษายน 2549

  • แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ

    [28/ม.ย/2549]