กรมวิทย์ยันขวดเพทใช้ใหม่ได้ แต่ต้องหมั่นล้าง-ตรวจคุณภาพ



  • กรณีที่มีผลงานวิจัยจากต่างประเทศระบุว่า การนำขวดพลาสติคใส หรือขวดเพท (PET : Polyethylene Terephthlalate) ที่บรรจุน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ กลับมาใช้ใหม่อาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ หากขวดมีลักษณะบุบ มีรอยร้าว แตก หรือถูกความร้อนทำให้ขวดเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม โดยสารเคมีจากเนื้อพลาสติคอาจปนเปื้อนกับอาหาร หรือน้ำที่บรรจุในขวด และหากได้รับสารพิษสะสมจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้นนั้น

    นายประกาย บริบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ผลการวิจัยดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความโกลาหลไปทั่วโลก จนกระทั่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องทำวิจัยศึกษาวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเรียกเก็บขวดเพทจากทั่วประเทศยุโรปมาศึกษา แต่ผลการศึกษาไม่พบว่าขวดเพทที่มีรอยบุบ ร้าว จะมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปนเปื้อนแต่อย่างใด

    "นักวิจัยจึงได้สอบถามกลับไปยังมหาวิทยาลัยที่ได้เคยศึกษาเรื่องนี้ไว้เดิม โดยได้มีการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง จึงพบว่า ขั้นตอนที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนสารเคมีเกิดจากความผิดพลาดระหว่างที่ปฏิบัติการในห้องทดลอง" นายประกายกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลการทดลองยืนยันว่า ขวดเพทปลอดภัยไม่มีสารเคมีปนเปื้อนก็ตาม แต่การนำกลับมาใช้ใหม่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด ต้องล้างทำความสะอาดขวดก่อนนำมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะภายในขวดที่มีร่องเป็นลวดลายอาจทำความสะอาดไม่ทั่วถึง และเมื่อใช้ไปนานๆ ต้องหมั่นสังเกตว่าสีของขวดเปลี่ยนไปหรือไม่ หากมีคราบสีเหลือง หรือขวดไม่ใสเหมือนเดิมให้ทิ้งทันที เพราะอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนได้

    "กรณีที่ขวดบุบ มีรอยร้าว หรือแตก แม้จะไม่มีสารเคมีปนเปื้อนแต่ก็จะเป็นช่องว่างทำให้เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียต่างๆ เข้าไปเกาะตามรอยร้าวนั้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่รอยเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการล้างทำความสะอาด ทำให้ล้างคราบสกปรกออกไม่หมด ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย หากเห็นว่าขวดที่ใช้มีรอยร้าว หรือบุบ ก็ให้ทิ้งทันที ส่วนขวดพลาสติคขุ่นไม่ควรนำมาใช้ใหม่โดยเด็ดขาด" นายประกายกล่าว

    นอกจากนี้ นายประกายกล่าวอีกว่า ยังมีบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมที่ต้องระมัดระวัง ร้านอาหารต่างๆ ไม่ควรนำโฟมมาใส่อาหารที่มีความร้อนและอาหารมัน เพราะจะทำให้โฟมละลายสารเคมีและปนเปื้อนในอาหารได้ หากสารเคมีสะสมในร่างกายมาก จะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ควรจะใช้ถุงพลาสติค ถุงร้อน หรือใบตอง รองทั้งด้านบนและด้านล่างกล่องโฟม เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารสัมผัสกับโฟมโดยตรง

  • แหล่งข่าวโดย.... เว็บไซต์มติชน

    [19/พ.ย/2550]