กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฝ้าระวังคุณภาพผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ



กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ ตั้งแต่เดือน ต.ค.55-พ.ค.56 จำนวน 25 ตัวอย่าง เป็นสูตรตำรับที่มีสารทีมีฟอสร้อยละ 1 โดยน้ำหนัก (% w/w) พบส่วนใหญ่ได้มาตรฐานมีเพียง 1 ตัวอย่างที่มีปริมาณสารสำคัญไม่เป็นไปตามเกณฑ์กำหนดค่าคลาดเคลื่อนของสารสำคัญจากฉลากระบุ  โดยมีสารสำคัญต่ำกว่าเกณฑ์กำหนด เน้นย้ำหน่วยงานภาครัฐควรให้ความรู้เรื่องการใช้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน จึงจะเกิดผลตามวัตถุประสงค์
 
 
นายแพทย์นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  เปิดเผยว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อ ที่เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งจะเกิดชุกในช่วงฤดูฝน โดยมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเดงกีสามารถติดต่อกันโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญคือ แหล่งน้ำขังต่างๆ โดยเฉพาะภาชนะที่เก็บน้ำกินน้ำใช้ การป้องกันสามารถทำได้หลายวิธีและวิธีหนึ่งคือการใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ หรือทรายทีมีฟอส หรือที่รู้จักและเรียกกันติดปากว่า “ทรายอะเบท” เป็นทรายที่มีการเคลือบด้วยสารกำจัดแมลง ทีมีฟอส (temephos) ลงในแหล่งน้ำเพื่อกำจัดลูกน้ำยุง ซึ่งทรายกำจัดลูกน้ำจัดเป็นวัตถุอันตรายที่ใช้ทางสาธารณสุข ผู้ผลิตจึงต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ในช่วงฤดูกาลระบาดของโรคไข้เลือดออกพบว่า มีสินค้าปลอมปนออกสู่ตลาด ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย จึงได้ทำการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำที่จำหน่ายในท้องตลาดว่ามีคุณลักษณะเป็นไปตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่
 
 
ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 – พฤษภาคม 2556 ได้ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ จำนวน 25 ตัวอย่าง เป็นสูตรตำรับที่มีสารทีมีฟอส 1 %w/w พบว่า ปริมาณสารสำคัญไม่เป็นไปตามเกณฑ์กำหนดค่าคลาดเคลื่อนของสารสำคัญจากฉลากระบุ โดยมีสารสำคัญต่ำกว่าเกณฑ์ จำนวน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 4 การที่ปริมาณสารสำคัญไม่เป็นไปตามฉลากนั้น สาเหตุอาจเนื่องมาจากกระบวนการผลิตไม่มีการควบคุมคุณภาพอย่างถูกต้องหรือการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น การอยู่ในภาชนะที่ไม่ปิดสนิท ถูกความร้อนหรือเก็บในอุณหภูมิที่สูง ขนาดของทรายก็เป็นข้อกำหนดหนึ่งขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ  หากทรายมีขนาดที่สม่ำเสมอย่อมช่วยให้สารสำคัญสามารถกระจายและเกาะที่ผิวของทรายได้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ นอกจากการใช้ทรายแล้ว ปัจจุบันมีการใช้วัสดุที่มีลักษณะคล้ายเป็นเกล็ดมีความพรุน ซึ่งอาจมีผลต่อความสม่ำเสมอของการเคลือบสารทีมีฟอส หากวัสดุนั้นมีขนาดแตกต่างกันมากและจะมีผลต่อการใช้งาน
 
 
นายแพทย์นิพนธ์ กล่าวต่ออีกว่า สูตรตำรับที่ขึ้นทะเบียนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มี 2 ตำรับ คือ สูตรที่มีสารทีมีฟอส 1 % w/w และสูตรที่มีสารทีมีฟอส 2% w/w โดยมีเกณฑ์การยอมรับให้คลาดเคลื่อนจากที่ระบุในฉลากได้ไม่เกิน +25% ของปริมาณที่ระบุในฉลาก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารสำคัญในวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ พ.ศ.2555 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 107 ง วันที่ 6 กรกฎาคม 2555 ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์การยอมรับขององค์การอนามัยโลกหากมีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารทีมีฟอสเกินเกณฑ์การยอมรับนี้ให้ถือว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้มาตรฐานตามฉลาก ขอเตือนประชาชน เนื่องจากสารทีมีฟอส เป็นสารเคมีกำจัดแมลงประเภทออร์กาโนฟอสเฟต(organophosphate) มีลักษณะเป็นผลึกของแข็ง ใส ไม่มีสี มีกลิ่นเหม็น สลายตัวได้ง่าย เมื่อถูกแดดหรือความร้อน มีความเป็นพิษสูงต่อลูกน้ำยุง ริ้น แมลงวันฝอยทราย แมลงหวี่ขน แมลงวันริ้นดำ เหา และสัตว์ปีก ถึงแม้จะมีรายงานว่าสารดังกล่าวมีความเป็นพิษต่ำต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ให้พ้นมือเด็กและควรอ่านวิธีการใช้ก่อนทุกครั้ง
 
 
นายบำรุง คงดี ผู้อำนวยการสำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์การอนามัยโลก แนะนำให้ใช้ทรายกำจัดลูกน้ำใส่ในแหล่งน้ำ  เพื่อกำจัดลูกน้ำยุง  เป็นการป้องกันไม่ให้ยุงที่เป็นพาหะนำโรคหลายชนิดแพร่พันธุ์ได้ แต่จะต้องใช้ในอัตราส่วนที่ถูกต้อง จึงจะกำจัดลูกน้ำยุงได้ คือเมื่อใส่ในแหล่งน้ำแล้วจะต้องมีความเข้มข้นที่ 1 ส่วนในล้านส่วน ( ppm ) โดยจะออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาทและการหายใจของลูกน้ำยุงภายใน 1 ชั่วโมงและคงฤทธิ์อยู่ได้นาน 3 เดือน โดยผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำสูตรตำรับที่มีสารทีมีฟอส 1% w/w ใช้ในอัตราส่วน 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ซึ่งสารทีมีฟอสนี้จะค่อยๆ ละลายในน้ำ ได้ความเข้มข้นประมาณ 1 ส่วนในล้านส่วน หรือถ้าใช้สูตรตำรับที่มีสารทีมีฟอส 2 % w/w ให้ใช้ในอัตราส่วน 0.5 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ซึ่งจะได้ความเข้มข้นประมาณ 1ส่วนในล้านส่วนเช่นกัน
 
 
“นอกจากนี้จากการสำรวจการใช้ผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ พบว่า หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางพื้นที่ มีการแจกจ่ายให้ประชาชนโดยบรรจุใส่ซองเล็กๆ บ้านละ 1 ถุง และไม่มีข้อมูลใดๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ ทั้งนี้อย่างน้อยควรมีวิธีการใช้ ได้แก่ อัตราส่วนต่อปริมาณน้ำ การเก็บรักษาและวันที่หมดอายุ ซึ่งมีความสำคัญต่อคุณภาพของทรายกำจัดลูกน้ำ หากใช้อย่างไม่ถูกต้อง หรือผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ มีสารสำคัญต่ำเกินไป ความเข้มข้นของทีมีฟอสในน้ำอยู่ในระดับที่ไม่สามารถกำจัดลูกน้ำยุงได้ ดังนั้นควรมีการตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามข้อกำหนดก่อนการรับและแจกจ่าย และต้องมีข้อมูลที่สำคัญและมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ ซึ่งบางบ้านอาจมีแหล่งน้ำที่ปริมาตรมากหรือมีหลายแห่งที่ควรใส่ทรายกำจัดลูกน้ำและอาจต้องมีการให้ความรู้เรื่องการใช้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดลูกน้ำยุงและบรรลุผลตามวัตถุประสงค์
 
 
 
 

แหล่งข่าวโดย » ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 
[กรกฏาคม ศุกร์ 19,พ.ศ 2556 14:24:10] 
พิมพ์ข่าว

  ลิขสิทธิ์ โดย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2553 © 2010 |