กรมควบคุมโรค เตรียมป้องกันโรคติดต่อรับประชาคมอาเซียน



          วันนี้ (27 พฤษภาคม 2556)  นายแพทย์ประดิษฐ  สินธวณรงค์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  มีความห่วงใยในอีก 2 ปี (พ.ศ.2558) ที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน  ซึ่งตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค  มีการเคลื่อนย้ายประชากร เคลื่อนย้ายสัตว์ พืช อาหาร เป็นผลให้คนไทยมีความเสี่ยงต่อภัยสุขภาพเพิ่มขึ้น และจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อมากขึ้น  โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคติดต่อข้ามพรมแดน  โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง จับตามอง   ได้แก่  1.โรคติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง  เช่น  วัณโรค  โรคเอดส์  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  2.โรคติดต่อนำโดยแมลง เช่น  มาลาเรีย  เท้าช้าง  3.โรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคโปลิโอ โรคคอตีบ  โรคหัด  4.โรคติดต่ออุบัติใหม่ และโรคอื่นๆ เช่น โรคไข้หวัดนก  โรคมือเท้าปาก  โรคเรื้อน  โรคอุจจาระร่วง  ดังนั้น ก่อนที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.  2558  นั้น  จึงมอบหมายให้กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับโรคติดต่อต่างๆ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่อาจจะเพิ่มมากขึ้น

          ด้าน ดร.นายแพทย์พรเทพ  ศิริวนารังสรรค์  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการรับมือกับโรคติดต่อที่จะมากขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้านี้   กรมควบคุมโรคได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันโรคติดต่อร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่สำคัญมีดังนี้  1.เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันโรคติดต่อทั้งอาเซียน  รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพของอาเซียนร่วมกัน  2.เน้นการแก้ปัญหาสาธารณสุขชายแดนร่วมกันในรูปแบบจังหวัดคู่ความร่วมมือ  หรือจังหวัดคู่ขนาน ( twin cities)  ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ดังนี้ ชายแดน  ไทย-ลาว    ได้แก่ เชียงราย –บ่อแก้ว   น่าน - ไชยะบุรี  มุกดาหาร– สะหวันนะเขต หนองคาย– เวียงจันทน์ อุบลราชธานี-จำปาสัก ไทย-กัมพูชา   สระแก้ว-บันเตียมินเจย  จันทบุรี-พระตะบองและไพลิน  ตราด-เกาะกง  ไทย-พม่า  เชียงราย-ท่าขี้เหล็กตาก-เมียวดี   ระนอง-เกาะสอง   3.พัฒนาขีดความสามารถและเครือข่ายของทีมสอบสวนควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRTSurveillance and Rapid Response Tean)  ในพื้นที่ชายแดน  ด้านการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข  ตามเกณฑ์มาตรฐานกฎอนามัยระหว่างประเทศ  (International Health Regulations 2005  หรือ  IHR 2005) รวมทั้งพัฒนากลไกการแลกเปลี่ยนข่าวสาร  การแจ้งเตือนภัย  และการสอบสวนโรคร่วมกันและการควบคุมการระบาดของโรค  4. พัฒนาเครือข่ายการฝึกอบรมระบาดวิทยาภาคสนาม ภายใต้กรอบอาเซียนบวกสาม  สมาชิกประกอบด้วยอาเซียน  10 ประเทศและ  จีน  ญี่ปุ่น  เกาหลีใต้  โดยประเทศไทยเป็นประเทศนำ  และ 5. จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านโรคเอดส์ของอาเซียนขึ้นในประเทศไทย   

          สำหรับการเตรียมความพร้อมภายในประเทศนั้น  ได้มีการพัฒนาเกี่ยวกับบุคลากรในด้านการป้องกันโรคให้มีขีดความสามารถสูงได้มาตรฐานสากล  เน้นการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิชาการ  ภาษาในการสื่อสาร ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็น ภาษาหลักของอาเซียนและภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน  นอกจากนี้ยังสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคร่วมกับนานาชาติ  รวมทั้งเพิ่มสมรรถนะของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทั้งภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน  คาดว่าประเทศไทยจะสามารถรับมือกับโรคติดต่อต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


แหล่งข่าวโดย » กลุ่มประชาสัมพันธ์และข่าว สำนักงานเลขานุการกรม กรมคร. 
[พฤษภาคม จันทร์ 27,พ.ศ 2556 12:13:57] 
พิมพ์ข่าว

  ลิขสิทธิ์ โดย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2553 © 2010 |