สธ. ส่งเสริมนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นป้องกันไข้เลือดออก เน้นป้องกันตนเองด้วยหลัก 5ป 1ข



           กระทรวงสาธารณสุข  ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างนวัตกรรมในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย ให้ลดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก เน้นรณรงค์ให้ประชาชนร่วมมือในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงและลูกน้ำ โดยเน้นปฏิบัติตามหลัก 5ป 1ข  ได้แก่ กิจกรรม 5 ป. ปราบยุงลาย (เปลี่ยน ปิด ปล่อย ปรับปรุง ปฏิบัติเป็นประจำ) และ 1 ข. ขัดไข่ยุงลาย

วันนี้ (30 เมษายน 2556) ที่โรงแรมสตาร์ จังหวัดระยอง  นายพสิษฐ์  ศักดาณรงค์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  พร้อมนายวิชิต  ชาตไพสิฐ  ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง  ดร.นายแพทย์พรเทพ  ศิริวนารังสรรค์  อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดงานมหกรรมรณรงค์ไข้เลือดออกภาคกลาง จังหวัดระยอง  ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายในภูมิภาคจัดขึ้น ภายใต้หัวข้อ "ภูมิปัญญาไทย ต้านภัยไข้เลือดออก" โดยมุ่งหวังให้ประชาชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเป็นทางเลือกในการควบคุมยุงลาย ให้ลดน้อยลงมากเท่าที่จะทำได้ 

นายพสิษฐ์  กล่าวว่า  ภายในงานมหกรรมดังกล่าว ยังได้รวบรวมนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจำนวนมาก เช่น นวัตกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.การใช้มะกรูดบากผิวใส่ลงในภาชนะขังน้ำ 1 ลูกต่อพื้นที่น้ำ 40 ตารางนิ้ว ป้องกันได้ 2 วัน  2.การใช้ตาข่ายไนล่อนหรือผ้าขาวบางมาปิดปากโอ่งรัดด้วยเชือก ป้องกันไม่ให้ยุงลายมาวางไข่  3.โรยผงซักฟอกในภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์ ใช้ประมาณ 1 ช้อนแกง ต่อปริมาณน้ำไม่เกิน 2 ลิตร ป้องกันได้ 1 เดือน  3.นำถุงใส่ตะไคร้หอมวางบริเวณที่อับ เช่น ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ จะไล่ยุงไม่ให้มารบกวนได้  4.ปี๊บดักยุง โดยใช้ปี๊บขนมปังเปิดฝาใส่ผ้าสีทึบหรือถุงเท้า ยุงจะเข้าไปตอนกลางคืน ตอนเช้าเอาปี๊บไปตากแดด 2 ชั่วโมงเพื่อฆ่ายุง  5.ใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำหนึ่งกระบอก ฉีดไปตามมุมบ้านจะช่วยลดจำนวนยุงลายในบ้าน   นอกจากนี้ ยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจอีกมาก ที่จะนำมาเสนอให้ประชาชนได้ทราบในงานมหกรรมรณรงค์โรคไข้เลือดออก 4 ภาค รวมถึงมหกรรมในภาคกลางนี้ด้วย และจะเผยแพร่ในพื้นที่ชุมชนต่อไป

 

ด้าน ดร.นายแพทย์พรเทพ  กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 เมษายน 2556 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 24,272 ราย เสียชีวิต 28 ราย ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน 3.5 เท่า จังหวัดที่มีผู้ป่วยต่อเนื่องมากกว่า 2 อำเภอ มี 23 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท เพชรบุรี ระยอง กาฬสินธุ์  ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุบลราชธานี กำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ กระบี่ นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง และสงขลา   

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้เร่งรัดและรณรงค์ให้ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและลูกน้ำในช่วงนี้ ก่อนที่ฝนจะมาในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะทำให้ปริมาณยุงเพิ่มอย่างรวดเร็ว โดยต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งและประชาชนทุกคน ในการเร่งกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ชุมชน ตลาดสด สถานีขนส่ง สวนสาธารณะ เป็นต้น  รวมถึงประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้ประชาชนป้องกันตนเองไม่ให้ยุงลายกัด โดยใช้ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นเพื่อลดการใช้สารเคมีในการป้องกันควบคุมโรคด้วย  

ดร.นายแพทย์พรเทพ กล่าวต่อไปว่า สำหรับหลัก 5ป 1ข  ได้แก่  5 ป. ปราบยุงลาย ได้แก่  ปิดภาชนะน้ำกินน้ำใช้ให้มิดชิดหลังการตักใช้น้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่  เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก 7 วัน เพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง  ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะใส่น้ำถาวร เช่น อ่างบัว ถังซีเมนต์เก็บน้ำขนาดใหญ่  ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโปร่ง โล่ง สะอาด ลมพัดผ่าน ไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย และ ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัย  

ส่วน 1 . ขัดไข่ยุงลาย เนื่องมาจากยุงลายจะไข่เหนือระดับน้ำ 1-2 เซนติเมตร นั้น เมื่อมีน้ำมาเติมจนท่วมหลังไข่ก็จะฟักตัวเป็นลูกน้ำ แต่หากไม่มีน้ำมาเติมจนท่วมถึงก็จะแห้งติดผนังภาชนะอย่างนั้นได้นานเป็นปี และเมื่อมีน้ำมาท่วมเมื่อใด ไข่ก็พร้อมจะแตกตัวเป็นลูกน้ำภายในได้ใน 30 นาที ซึ่งยุงตัวเมีย 1 ตัวไข่ครั้งละ 50-150 ฟอง 4-6 ครั้งในช่วงชีวิตประมาณ 60 วันของยุง ฉะนั้นยุงตัวหนึ่งจะมีลูกได้ราว 500 ตัว  จึงจำเป็นต้องมีการขัดไข่ยุงลายในภาชนะด้วย โดยใช้ใยขัดล้าง หรือแปรงชนิดนุ่มช่วยในการขัดล้าง และทิ้งน้ำที่ขัดล้างนั้นบนพื้นดินเพื่อให้ไข่แห้งตายไปไม่ควรทิ้งลงท่อระบายน้ำ ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งน้ำใสนิ่งทำให้ไข่บางส่วนรอดและเจริญเป็นลูกน้ำและยุงลายได้อีก 

ทางด้านนายแพทย์สมัย  กังสวร  ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 ชลบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ภาคกลาง ทั้ง 24 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 เมษายน 2556 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 8,183 ราย มีผู้เสียชีวิต 6 รายที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ระยอง นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพฯ จังหวัดละ 1 ราย โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ 2,986 ราย ระยอง 608 ราย สมุทรปราการ 541 ราย นครปฐม 406 ราย และชลบุรี 360 ราย ตามลำดับ    

สำหรับการจัดงานมหกรรมรณรงค์โรคไข้เลือดออกภาคกลางในครั้งนี้ ใช้ชื่อว่าภูมิปัญญาไทย ต้านภัยไข้เลือดออก ณ โรงแรมสตาร์ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง  ซึ่งกรมควบคุมโรค โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพฯ  สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 สระบุรี  สำนักสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 ชลบุรี และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 ราชบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง เครือข่ายสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน(อสม.) โดยกิจกรรมครั้งนี้มีหน่วยงานและประชาชนเข้าร่วมกว่า 600 คน 

          “ในโอกาสนี้ ขอแนะนำประชาชน หากท่านใดมีอาการป่วยมีไข้ กินยาลดไข้แล้วไข้ยังลอยไม่ลด 2-3 วัน คลื่นไส้ อาเจียน  เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดเมื่อยตามร่างกาย  ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นของไข้เลือดออก  ไม่ต้องรอให้เกิดจุดเลือดใต้ผิวหนัง ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจ ก่อนที่ผู้ป่วยจะเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต และหลังการรักษาโรคไข้เลือดออกแล้ว ช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 หากผู้ป่วยซึมลง กินอาหารดื่มน้ำไม่ได้ให้รีบกลับมาหาแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที  หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮ็อตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 1422 และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 0 2590 3333” นายแพทย์สมัย กล่าวปิดท้าย


แหล่งข่าวโดย » กลุ่มประชาสัมพันธ์และข่าว สำนักงานเลขานุการกรม กรมคร. 
[เมษายน อังคาร 30,พ.ศ 2556 20:53:10] 
พิมพ์ข่าว

  ลิขสิทธิ์ โดย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2553 © 2010 |