สธ.มอบโล่ อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุขตามแนวทางพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ โดยเร่งดำเนินมาตรการสร้างเสริมสุขภาพ ส่งเสริมให้เกิดการประสานการมีส่วนร่วมจากภาคีพัฒนาในสาขาต่างๆ ทั้งภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และอาสาสมัคร เพื่อเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยและการเจ็บป่วยของประชาชน ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินนโยบาย“อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้อำเภอเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ ที่มีทั้งความพร้อมและความเข้มแข็ง มีศักยภาพและทรัพยากร ความรู้ บุคลากร และงบประมาณ เป็นจุดศูนย์รวมในการพัฒนาให้เกิดระบบและกลไกการบริหารจัดการ ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ตั้งแต่ระดับครัวเรือน สู่ชุมชน จากตำบล จนถึงอำเภอ จังหวัดและประเทศช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่ได้ทันต่อสถานการณ์ของโรคในปัจจุบัน
วันนี้ (13 กันยายน 2555)ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา ดร. นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่จังหวัดที่มีกลไกสนับสนุนการพัฒนาอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ประจำปี 2555 จำนวน 18 อำเภอ จาก 18 จังหวัด ภายใต้ 18 เขตตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้คัดเลือก “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” ที่มีผลงานผ่านเกณฑ์ “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” จำนวน 652 อำเภอ จาก 878 อำเภอ ทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 74.17 ในจำนวนนี้มีอำเภอที่มีผลงานโดดเด่นและได้รับรางวัล จำนวน 18 อำเภอ ได้แก่ อ.เฉลิมพระเกียรติ (สระบุรี), อ.เมือง (อ่างทอง), อ.คลองหาด (สระแก้ว), อ.บางเลน(นครปฐม), อ.เมือง(ประจวบคีรีขันธ์), อ.เกาะสมุย(สุราษฏร์ธานี), อ.รัษฏา(ตรัง), อ.เมือง(ปัตตานี), อ.เมือง(ระยอง), อ.นายูง(อุดรธานี), อ.ดอนตาล(มุกดาหาร), อ.แกดำ(มหาสารคราม), อ.กันทรารมย์(ศรีสะเกษ), อ.คูเมือง(บุรีรัมย์), อ.เถิน(ลำปาง), อ.เมือง(เชียงราย), อ.คีรีมาศ(สุโขทัย), อ.ฉาง(อุทัยธานี) อำเภอที่ได้รับรางวัลนี้จะเป็นอำเภอที่โดดเด่นในเรื่อง โรคไข้เลือดออก, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, โรคเอดส์, วัณโรค, อุจจาระร่วงและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้มีระบบในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ ที่มีความเข้มแข็งสามารถป้องกันโรคต่างๆ ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละอำเภอสามารถบริหารจัดการ ควบคุมโรคตามสภาพปัญหาของแต่ละอำเภอ ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไป
ดร.นายแพทย์พรเทพ กล่าวว่า นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายพัฒนา “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน”ตั้งแต่ปี 2554 เพื่อพัฒนาการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพระดับอำเภอ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน สนับสนุนการดำเนินการจนได้อำเภอที่มีผลงานโดดเด่นตามคุณลักษณะ “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” 5 ด้าน ได้แก่ 1.มีคณะกรรมการการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ 2.มีระบบระบาดวิทยาที่ดีในระดับอำเภอ 3.มีการวางแผน กำกับติดตามและประเมินผลการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ 4. มีการระดมทรัพยากรหรือการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นรูปธรรม และ5. มีผลสำเร็จของการควบคุมป้องกันโรคที่สำคัญตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและโรคที่เป็นปัญหาในพื้นที่ เช่น โรคเอดส์ วัณโรค ไข้เลือดออก โรคหลอดเลือดสมองและโรคอื่นๆรวมจำนวน 18 โรค และในปี 2555 ได้พัฒนาต่อเนื่องให้เป็นจังหวัดที่มีระบบและกลไกการบริหารจัดการให้เกิดการพัฒนา “อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” ครอบคลุมพื้นที่อำเภออย่างน้อยร้อยละ 60 ของทั้งจังหวัด
สำหรับการดำเนินงานพัฒนาอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน เป็นความความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมกันดำเนินการอย่างบูรณาการ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น มั่นใจ ปลอดภัยจากโรคและภัยสุขภาพ
|