รมว.สธ.มอบนโยบายบอร์ดใหม่ อภ.
เน้นยาดี เข้าถึง และใช้เฉพาะยาจำเป็น
วันที่ 27 มีนาคม 2555 เวลา 13.30 น. ที่องค์การเภสัชกรรม นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานมอบนโยบายคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมชุดใหม่ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายแพทย์ณรงศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม พร้อมคณะกรรมการ และคณะผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม ร่วมรับฟัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจากอดีตจนถึงปัจจุบันพบว่าการเติบโตของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพส่วนสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายด้านยาซึ่งมีการเติบโตที่สูงมาก คิดเป็นร้อยละ 46 ของรายจ่ายด้านสุขภาพหรือมีมูลค่าถึงปีละ 271,000 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องมาจากการใช้ยาเกินความจำเป็น ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยและสังคมในระยะยาว นอกจากนั้นยังเป็นภาระงบประมาณของประเทศที่รัฐบาลจะต้องแบกรับในอนาคต ดังนั้นองค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรหลักของประเทศที่ดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยาและเวชภัณฑ์ จึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนมียาดีใช้อย่างเพียงพอ และแก้ปัญหาการใช้ยาเกินความจำเป็นของประชาชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการชุดนี้จะต้องดำเนินการในเรื่องของการเข้าถึงยาทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมียาดีใช้อย่างเพียงพอ โดยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น พร้อมวิจัยพัฒนารองรับกองทุนด้านสุขภาพทั้ง 3 กองทุน ควบคู่กับ การบริหารค่าใช้จ่ายด้านยาในระยะยาว เพื่อลดต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านยาในระยะยาว ทั้งในเรื่องของการกำหนดราคากลาง การต่อรองด้านราคา การส่งเสริมการใช้ยาแพทย์แผนไทย และลดการบริโภคยาที่ไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ลดการใช้ยาที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นซึ่งจะกลายเป็นปัญหาเชิงเศรษฐกิจในอนาคต โดยให้องค์การเภสัชกรรมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข อย. สปสช. สปส. สสส. ฯลฯ ในการรณรงค์ให้ความรู้ในเรื่องการใช้ยาเท่าที่จำเป็นแก่สังคมไทย
คณะกรรมการองค์การจะต้องเร่งดำเนินการในเรื่องของนโยบายวัคซีนแห่งชาติ national vaccine securityโดยเร่งรัดการก่อสร้างโรงงานที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งจะเป็นนโยบายหลักเพื่อจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งจะสอดรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน AEC เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปิดการค้าเสรีฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและโอกาสตลอดจนสามารถปกป้องศักยภาพการผลิตยาเวชภัณฑ์ภายในประเทศ รวมถึงการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจในต่างประเทศการเตรียมการเพื่อรองรับภาวะวิกฤติ ให้ใช้ประสบการณ์วิกฤตการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งองค์การทำได้ดีมีความพร้อมในการผลิตยาที่มีความจำเป็นต้องใช้ในยามวิกฤติ มีการวางแผนเตรียมการรองรับต่อระบบการกระจายยาจะถูกตัดขาด รวมถึงเรื่องการสำรองน้ำเกลือไว้ใช้ในภาวะวิกฤตด้วย
นอกจากนี้องค์การจะต้องมีการสำรองยากำพร้าและยาขาดแคลนที่มีความจำเป็นต้องใช้แต่ไม่มีผู้ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศรวมถึงมีผู้ผลิตน้อยรายในต่างประเทศ โดยเป็นหน่วยงานศูนย์กลางในการผลิต จัดหา และสำรองและกระจายยาเพื่อสนับสนุนการสาธารณสุขของประเทศ
รวมถึงการวิจัยและพัฒนายารองรับการกลับมาของโรคอุบัติใหม่บางชนิด เช่น วัณโรค ซิฟิลิส ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนายาใหม่ เพื่อลดการพึ่งพายาจากต่างประเทศ เน้นรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข หรือมหาวิทยาลัยทั้งภายในและภายนอกประเทศในการวิจัยและพัฒนาการใช้ยาสมุนไพรให้ได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการยกระดับของภูมิปัญญาไทย สู่ตลาดต่างประเทศ
|