ปลัด สธ.มอบนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพและการแก้ปัญหาบุคลากร



- สธ.พบปัญหาระบบบัตรทองกระจายงบฯกระทบการเงิน รพ. เตรียมเสนอปรับแก้รูปแบบ เล็งของบฯ สปสช.จ่ายค่าจ้างให้ถึง 15,000 บาทต่อเดือนตามนโยบายรัฐชี้จัดเป็นต้นทุนการให้บริการลั่นแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรไม่ได้อาจต้องออกจากก.พ.

วานนี้ (29 ก.พ.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดสธ. กล่าวในการมอบนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพแก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนที่เป็นเครือข่ายเข้าร่วมประมาณ 500 คนว่าการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพจากการประเมินผลระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทองในรอบ10 ปี พบว่า ประชาชนได้ประโยชน์เต็ม100% แต่สถานพยาบาลไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างราบรื่น โรงพยาบาลยังมีปัญหาการเงินการคลัง "ผมในฐานะประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ และประธานอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์ ในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ได้ตั้งคณะทำงานวางแผนยุทธศาสตร์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติในอีก 10 ปีข้างหน้า

เบื้องต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูล เห็นว่าหลักประกันสุขภาพฯ มีการแบ่งกองทุนหลายกองทุนและมีเงินค้างท่อมาก ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง โดยจำนวนเงินในระบบมีเพียงพอ แต่มีปัญหาตรงระบบการกระจายเงิน โรงพยาบาลจึงมีปัญหาการเงิน ซึ่งในส่วนนี้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข"

นพ.ไพจิตร์กล่าว ปลัด สธ.กล่าวอีกว่า เรื่องค่าแรงโดยเฉพาะค่าจ้างชั่วคราวของลูกจ้างชั่วคราวที่สธ.มี 1.1 แสนคน ซึ่งตามนโยบายรัฐบาลจะต้องปรับค่าจ้างให้เป็น15,000 บาทต่อเดือน ขณะนี้ทราบจากรองปลัด สธ.ว่าเริ่มมีผู้แทนลูกจ้างชั่วคราวมาขอเข้าพบเพื่อขอให้ปรับค่าจ้างแล้ว ทั้งนี้ ตนได้เสนอบอร์ดสปสช.ให้จัดค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวเป็นต้นทุนการให้บริการ ซึ่งสปสช.ต้องจัดสรรงบประมาณสนับสนุนคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณเพื่อจ่ายในส่วนนี้ราว 3,600 ล้านบาท

ส่วนค่าตอบแทนของบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชนจะใช้ประกาศฉบับ4 และ 6 เช่นเดียว เพราะมีความเหมาะสมเพื่อตรึงบุคลากรให้อยู่ในพื้นที่ขณะที่รพศ./รพท.ต้องการให้ใช้เกณฑ์ตามผลการปฏิบัติงาน (p4p) ซึ่งส่วนตัวไม่มีปัญหาหากเห็นชอบร่วมกันทั้งหมด ตนพร้อมลงนามในระเบียบการใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาล

นพ.ไพจิตร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาการขาดแคลนกำลังคนของสธ.จะดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ1. จัดหาตำแหน่งข้าราชการเพิ่มเติม ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่สำนัก งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ยอมรับแล้วว่า สธ.ขาดแคลนบุคลากรจริง หลังจากที่ได้ว่าจ้างให้นักวิชาการศึกษาวิจัย ส่วนขาดในจำนวนเท่าไหร่อยู่ระหว่างที่นักวิชาการและ สธ.กำลังจัดทำข้อมูลร่วมกันคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3 เดือน 2. การยกร่างระเบียบพนักงานราชการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเปลี่ยนสถานะลูกจ้างชั่วคราวให้เป็นพนักงานราชการเสร็จเรียบร้อยแล้วรอเพียงการตัดสินใจว่าจะใช้งบประมาณจากเงินบำรุงโรงพยาบาลหรือรัฐบาลอย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถดำเนินการได้ทั้ง 2 แนวทางอาจจำเป็นที่ สธ.จะต้องออกจาก ก.พ. เพราะจำเป็นต้องดูแลบุคลากรของ สธ.


แหล่งข่าวโดย » ASTVผู้จัดการรายวัน (1มีค.55) 
[มีนาคม พฤหัสบดี 1,พ.ศ 2555 00:00:00] 
พิมพ์ข่าว

  ลิขสิทธิ์ โดย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2553 © 2010 |