กรมการแพทย์ เร่งพัฒนายา ลดเวลา รักษาผู้ป่วยวัณโรค



"วัณโรค ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก เป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคเอดส์ โรคทางเดินระบบหายใจ เป็นต้น ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 16-20 ล้านคน...ผลจากการประชุมมีมติให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกควบคุมการระบาด กำหนดมาตรฐานในการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค และปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการด้านวัณโรค ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับภูมิภาคและระดับโลก" นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์และนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุม Union World Conference on Lung Health ครั้งที่ 40แ ที่เมือง Cancun ประเทศเม็กซิโก ซึ่งจัดโดยสมาคมปราบวัณโรคโลก(International Union Against Tuberculosis and Lung Disease)เป็นการประชุมตัวแทนของประเทศในระดับนานาชาติและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้านวัณโรคและโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจโรคเอดส์ เพื่อการพัฒนาเครื่องมือในการวินิจฉัยหาเชื้อวัณโรคและการรักษาโรคด้วยเทคนิคที่ทันสมัย นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า "วัณโรค" ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก เป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคเอดส์ โรคทางเดินระบบหายใจ เป็นต้นปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 16-20 ล้านคน ประเทศไทยคาดว่าจะมีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 91,000 คน ความรุนแรงเป็นอันดับที่ 18 และเป็นปัญหาที่สำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะในด้านวินิจฉัยและรักษาโรค การดูแลผู้ป่วย รวมทั้งการพัฒนาแนวทางการรักษาและการคิดค้นยาตัวใหม่ เพื่อรักษาเชื้อวัณโรคที่ดื้อยา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ (1)วัณโรคชนิดดื้อยาหลายขนาน "เอ็มดีอาร์ ทีบี"(MDR TB-Multi Drug Resistant)ไทยพบ 2,800 รายต่อปี (2)วัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรงที่สุด "เอ็กซ์ดีอาร์ ทีบี"(XDR TB-Extreme Drug Resistant)ซึ่งเป็นยารักษาวัณโรค ในปัจจุบันรักษาไม่ได้ผล และคาดการณ์ว่าจะพบในไทยประมาณ 80 รายต่อปี ผลจากการประชุมมีมติให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกควบคุมการระบาด กำหนดมาตรฐานในการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค และปัญหาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการด้านวัณโรค ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก อธิบดกีรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์นำผลจากการประชุมมาพัฒนานความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้านวัณโรคปอดมาใช้ที่ "คลินิกวัณโรคดื้อยา" สถาบันโรคทรวงอก ซึ่งเป็นสถานที่รักษาวัณโรคดื้อยาแห่งเดียวในประเทศไทย และร่วมกับประเทศอื่นๆ ได้แก่ ประเทศจีน อินเดีย เปรู เคนยา บราซิล ฟิลิปปินส์ รัสเซีย อาฟริกาใต้ และลัตเวียวิจัย "ยา TMC 207" ซึ่งเป็นยารักษาโรคชนิดใหม่ในรอบ 45 ปี รวมทั้งพัฒนาแนวทางการรักษาวัณโรคด้วยยาสูตร 4 เดือน(ปัจจุบันรักษาด้วยยาสูตรมาตรฐาน 6 เดือน)ตลอดจนการนำเข้ายา Capreomycin เพื่อรักษาวัณโรคชนิดดื้อยารุนแรงที่สุด(XDR TB)อีกทั้งนำกล้องจุลทรรศน์ชนิดเรืองแสง(เทคนิค Fluorescence)ที่มีความไวมากกว่าการดูด้วยกล้องจุลทรรสน์ธรรมดา 2-5 เท่า ใช้กำลังขยายที่ต่ำกว่า(40X)มาใช้ในการตรวจวินิจฉัยเชื้อวัณโรคใช้เวลาในการตรวจเพียง 5 นาที กรณีที่มีเชื้อวัณโรคจำนวนมาก สามารถตรวจและรายงานผลได้ภายใน 1-2 นาที หรือในรายที่มีเชื้อน้อยหรือไม่พบเชื้อสามารถรายงานผลภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที นอกจากนี้ ได้พัฒนาการเพาะเชื้อวัณโรคด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติที่ช่วยเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อ ลดระยะเวลาในการเพาะเชื้อสามารถจำแนกชนิดของเชื้อและทดสอบนความไวของเชื้อต่อยาที่ใช้รักษาวัณโรคได้ทันที แพทย์สามารถใช้รายงานผลดังกล่าวทำการตรวจวินิจฉัยรักษารวมทั้งเลือกสูตรยาที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาได้อย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วขึ้น
แหล่งข่าวโดย » ไทยโพสต์  
[มกราคม อาทิตย์ 3,พ.ศ 2553 16:05:39] 
พิมพ์ข่าว

  ลิขสิทธิ์ โดย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2553 © 2010 |