สธ.เตรียมดีไซน์โฉมหน้าสถานีอนามัยในทศวรรษหน้า รับมือผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง ในอนาคต


กระทรวงสาธารณสุขจัดประกวดการออกแบบสถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชนในทศวรรษหน้า เพื่อรองรับบริการผู้ป่วยโรคต่างๆ อย่างเหมาะสม ชี้ลักษณะแบบสถานีอนามัยที่ผ่านมา สร้างแบบเดียวกันทั่วประเทศ ตั้งแต่พ.ศ.2525 และพ.ศ.2536 มีข้อจำกัดการใช้หลายอย่าง ทั้งบันไดสูง ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีโครงการจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แบบแปลนอาคารของสถานีอนามัย และศูนย์สุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นบริการด่านหน้าของกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ในชุมชน ทั่วประเทศมี 9,901 แห่ง เพื่อให้เหมาะสมกับการให้บริการสุขภาพที่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้แบบแปลนก่อสร้างแบบเดียวกันทั่วประเทศ มี 2 ชั้น ออกแบบตั้งแต่ พ.ศ. 2525 และพ.ศ. 2536 นายแพทย์สุพรรณกล่าวว่า จากการประเมินผลที่ผ่านมา พบว่า มีข้อจำกัดในการใช้ โดยสถานีอนามัยและศูนย์สุขภาพชุมชนทั้งหมด เป็นอาคารสูง มีบันไดขึ้นลง ในอนาคตอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากสภาพสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร จะมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น 2. แบบแผนความเจ็บป่วยของประชาชนมีแนวโน้มเป็นโรคเรื้อรังที่ก่อความพิการสูง เช่น อัมพาต อัมพฤกษ์ ทำให้การขึ้นลงบันไดลำบาก และ3.แนวคิดการจัดบริการประชาชนเปลี่ยนไปจากเดิม ที่เน้นการรักษาโรคอย่างเดียว เป็นการบริการที่ผสมผสานแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา ดูแลทั้งครอบครัวและชุมชน สอดคล้องกับพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพ จึงมอบหมายให้สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดำเนินการ ด้านนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กล่าวว่า ในการออกแบบสถานีอนามัยศูนย์สุขภาพชุมชนครั้งนี้ จะอิงกับข้อมูลการศึกษาวิจัยการใช้พื้นที่บริการต่างๆ ทั้งจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ใช้บริการ รวมทั้งวิเคราะห์ทิศทางการลงทุนในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยระดมแนวคิดจากอาจารย์ นิสิตมหาวิทยาลัยต่างๆ คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และอาศรมศิลป์ ทั้งในเรื่องการออกแบบอาคารแบบใหม่ในทศวรรษหน้าหรืออีก 10 ปีข้างหน้า ควรมีรูปแบบอย่างไร หากไม่สร้างใหม่จะมีแนวทางปรับปรุงต่อเติมอาคารปัจจุบันอย่างไร และการตกแต่งภายในที่เอื้อต่อการบริการ โดยจะมีการจัดประกวดการออกแบบ ใช้งบประมาณ 4 ล้านบาท ดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 – สิงหาคม 2552 นายแพทย์โกมาตรกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ และพิจารณาการตัดสินประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย อาทิ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม, เลขาธิการสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ดร.สุนทร บุญญาธิการ, ศาสตราจารย์กิตติคุณเดชา บุญค้ำ, อาจารย์ธีรพล นิยม ผู้แทนจากสถาบันอาศรมศิลป์, ผู้แทนสถาปนิกจากกองแบบแผน กระทรวงสาธารณสุข ผลงานที่ชนะเลิศจะจัดแสดงนิทรรศการในงาน การประชุมสัมมนาและการแสดงระบบการสาธารณสุขปฐมภูมิ (Primary Care Symposium & Expo) ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2552 ผู้สนใจจะส่งผลงานเข้าประกวด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ โทร 02-5901352 ในวันและเวลาราชการ *************************** 4 กันยายน 2551
แหล่งข่าวโดย » สำนักสารนิเทศ 
[กันยายน พฤหัสบดี 4,พ.ศ 2551 14:26:24] 
พิมพ์ข่าว

  ลิขสิทธิ์ โดย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2553 © 2010 |