กฎหมายสาธารณสุข " การชันสูตรพลิกศพ "
เสมอ กาฬภักดี
"การชันสูตรพลิกศพ" คือ การตรวจพิจารณาศพของบุคคลที่ตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นกระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติการณ์ที่ทำให้ตาย ใครทำให้ตาย เท่าที่พอจะบอกได้ ดังนั้น ผู้ที่จะทำการชันสูตรพลิกศพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ทางการแพทย์และทางกฎหมายเป็นอย่างดี เพราะเมื่อชันสูตรพลิกศพแล้ว บางกรณีอาจต้องไปเป็นพยานศาลด้วย
กรณีที่ต้องชันสูตรพลิกศพ
กรณีที่จะต้องทำการชันสูตรพลิกศพ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ได้บัญญัติไว้ดังนี้
" เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายอยู่ในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ เว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตามกฎหมาย
ตายโดยผิดธรรมชาตินั้น คือ (1) ฆ่าตัวตาย (2) ถูกผู้อื่นทำให้ตาย (3) ถูกสัตว์ทำร้ายตาย (4) ตายโดยอุบัติเหตุ และ (5) ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ "
ผู้มีหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ได้บัญญัติไว้ดังนี้
" ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับสาธารณสุขจังหวัด หรือแพทย์ประจำสถานีอนามัย หรือแพทย์ประจำโรงพยาบาล เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว และให้ทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้นไว้ ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ใช้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขประจำท้องที่หรือแพทย์ประจำตำบล
"
การทำความเห็นในการชันสูตรพลิกศพ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 154 ได้บัญญัติไว้ดังนี้
"ให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทำความเห็นเป็นหนังสือแสดงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายที่ใด เมื่อใด ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเท่าที่จะทราบได้ "
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายแพทย์
จะเน้นไปในเรื่องเพื่อจะทราบสาเหตุการตายให้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงที่สุด ตามหลักวิชาการดังนี้
1. บันทึกและตรวจสภาพภายนอกของศพอย่างละเอียด ทั้งลักษณะและการแต่งกาย
2. ตรวจหาเหตุการตายจากภายนอก เช่น บาดแผล ร่องรอยการถูกทำร้าย ตรวจสอบดูอวัยวะต่างๆของร่างกายทั้งหมด
3. ตรวจหาเหตุการตายจากภายในร่างกาย เช่น การพลิกศพ ดูบาดแผลภายในร่างกาย การใช้มือกดตามที่ต่างๆเพื่อดูของเหลวที่ขังอยู่ในร่างกาย การตัดหรือผ่าบางส่วนของศพส่งตรวจวิเคราะห์หาสารพิษ
4. การเก็บของส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น เก็บคราบเลือด คราบอสุจิ เส้นผม
5. การประมาณเวลาตาย
การชันสูตรพลิกศพดังกล่าวข้างต้น เป็นหลักการกว้างๆ ทั่วไปเท่านั้น ยังมีรายละเอียดอีกมากมาย เช่น การประมาณเวลาตาย สาเหตุการตาย ลักษณะของบาดแผล เป็นต้น ผู้ที่ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพจึงจำเป็นต้งศึกษาหาความรูทางด้านนิติเวชศาสตร์เพิ่มเติมให้ละเอียดลึกซึ้ง
อนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2543 เป็นต้นไป จะมีการบังคับใช้มาตรา 150 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งไดแก้ไขใหม่โดยบัญญัติให้แพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ แพทย์ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แพทย์ประจำโรงพยาบาลรัฐและเอกชน มีหน้าที่ชันสูตรพลิกศพได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น ต่อไปหมออนามัยและแพทย์ประจำตำบลก็จะไม่มีหน้าที่ชันสูตรพลิกศพอีกแล้ว