อีกมุมหนึ่งของชีวิต " อนามัยไฮเทค… แห่งปากพะยูน"

พนมพร

สหัสวรรษนี้ เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงสู่โลกคอมพิวเตอร์ จนคำว่า Y2K เป็นคำฮิตติดปากที่ใครๆก็รู้จัก แม้แต่หมออนามัย เพราะคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาระบบบริการ ระบบข้อมูลข่าวสารอย่างมาก จนมีสถานีอนามัยหลายๆแห่งถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานไปแล้ว บางคนอาจมองว่า "ไม่คุ้มค่า" แต่ถ้าพิจารณาในด้านของการพัฒนาคนแล้ว คิดว่า "คุ้มค่า" เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาศักยภาพ ให้เท่าทันเทคโนโลยี มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และนับจากวันนี้ไปหมออนามัยก็คงหนีไม่พ้นโลกของเทคโนโลยีแห่งข้อมูลข่าวสารไปได้

ฉบับนี้ จึงถือโอกาสพาไปล่องใต้ ไปดูงานพัฒนาคอมพิวเตอร์ ของสถานีอนามัยใน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง

รู้จักเมืองหนังตะลุง…มุ่งปากพะยูน

"พัทลุง" เป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่มีประวัติศาสตร์ เล่าขานกันมายาวนาน มีการโยกย้ายเมืองถึง 12 ครั้ง ล่าสุดมาอยู่ใกล้ภูเขาอกทะลุ ซึ่งชาวพัทลุงถือเป็นสัญลักษณ์และหลักเมืองของจังหวัด คำขวัญประจำจังหวัด คือ " เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน " อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 840 กม. มีประชากรเกือบ 5 แสนคน

อ.ปากพะยูน เดิมชื่อ "ทักษิณ" มีทั้งหมด 17 ตำบล มีประชากร 45,091 คน มีสถานีอนามัย 16 แห่ง มีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทั้งหมด 46 คน (เฉลี่ย 2.9 คน/แห่ง ) สอ.มีเครื่องคอมพิวเตอร์รวม 21 เครื่อง สสอ.มี 4 เครื่อง สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ ทะเลสาบสงขลา คำขวัญประจำอำเภอ " ทะเลสาบงาม เมืองสามแผ่นดิน ถิ่นนกนางแอ่น แท่นพระนอนยอดเขา ภูมิลำเนาสัตว์น้ำกร่อย " เพื่อนๆหมออนามัยผ่ามาก็แวะชมได้รับรองไม่ผิดหวัง

ตามดู IT ที่ สอ.

เริ่มออกเดินทางตามเส้นทางเมืองตรัง-พัทลุง มุ่งสู่ อ.ปากพะยูน พอรถแล่นมาถึงทางแยกก่อนเข้าตัวเมืองพัทลุง เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางหาดใหญ่ประมาณ 6 กม.ก็จะถึงทางเลี้ยวซ้ายเข้า อ.ปากพะยูน ไม่ไกลก็ถึงสถานีอนามัยโคกทราย ซึ่งมีพี่จำลอง บำรุงเสนา สาธารณสุขอำเภอปากพะยูน คุณประพาส สงบุตร นักวิชาการฯ สสอ. และหมออนามัยโคกทราย 2 ท่าน คือ คุณเสรี ณรงค์รัตน์ และ คุณพิเชษฐ์ ศักดิ์แสง รอกันอยู่ก่อนแล้ว

สอ.โคกทราย เป็น สอ.แปลนใหม่ มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3 คน มี คุณ วิไลวรรณ สุรชาติ เป็นหัวหน้า สอ.รับผิดชอบ 6 หมู่บ้าน 516 หลังคาเรือน ประชากร 2,473 คน

จากการสัมภาษณ์ พูดคุย ทีมงานหมอนามัยที่นี่ เล่าถึงการพัฒนางานคอมพิวเตอร์ในสถานีอนามัย ว่า ประกายไฟครั้งแรก เกิดจากความคิดที่ได้จากการเข้าร่วมสัมมนาวิชาการ พอ.ยุค IT เมื่อปลายปี พ.ศ.2539 ที่ วสส.ชลบุรี ครั้งนั้นได้มีทีมงานจากจังหวัดพิจิตรนำเสนอโปรแกรม THO ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดเก็บข้อมูลเกือบทุกชนิดของสถานีอนามัย หลังจากกลับมาแล้วได้มาปรึกษาหารือกันว่า ทำอย่างไรหนออำเภอเราจะพัฒนาเยี่ยงพิจิตรบ้าง โชคดีที่พี่จำลอง (สสอ. ปากพะยูน ) เห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่ หลังจากนั้นไม่นาน ในปี พ.ศ.2540 จึงได้นำโปรแกรม THO ของ จ.พิจิตร มาใช้ใน สอ. 4 แห่ง ต่อมาในปี พ.ศ.2541 จึงขยายผลครบ 16 แห่ง โดยใช้เงินบำรุงซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ครบทุกแห่ง

พี่จำลอง เล่าประสบการณ์การต่อสู้และฟันฝ่า ว่า " ผมอยู่ที่นี่มานานทำให้ทราบถึงศักยภาพของ เจ้าหน้าที่ และความพร้อมของ สอ. เลยคิดว่าจะทำตรงนี้ ประกอบกับได้ทีมงาน น้องๆที่มีความมุ่งมั่น ในการพัฒนางาน ช่วงแรกเกือบตายเหมือนกัน เพราะจังหวัดกลัวเป็นภาระผูกพันในเรื่องงบประมาณที่จะนำมาซื้อคอมพิวเตอร์ ช่วงหลังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน ทำให้การทำงานเดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะค่อยๆขยับก็ตาม "

ผู้บริหารต้องเปิด…แสงดาวจึงสาดส่อง

การนำคอมพิวเตอร์ลงไปใช้ในงานสถานีอนามัยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องสร้างการยอมรับของเจ้าหน้าที่ให้ได้ ที่สำคัญที่สุด ผู้บริหารจะต้องมีบทบาทเป็นดังกำแพงเมืองที่คอยปกป้อง ต่อสู้ทางการบริหาร โดยเฉพาะเปิดโอกาส ให้ทางเลือกในการทำงานและสร้างเครือข่ายการพัฒนางานคอมพิวเตอร์ในสถานีอนามัย

" การทำงานกับคนนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องยอมรับว่าหัวหน้าสถานีอนามัยหลายคนไปได้ช้ากว่าน้องๆ แม้กระทั่งผมเอง ซึ่งบางครั้งเราต้องยอมรับที่จะเป็นผู้ตามบ้าง ผมให้ความสำคัญทีมงานที่จะเรียนรู้คอมพิวเตอร์ คือ น้องจากสถานีอนามัยที่มีความเข้าใจมากกว่าต้องคอยช่วยกระตุ้น และสอนกลุ่มพี่ และเพื่อนร่วมงาน มีการจัดเจ้าหน้าที่ออกเป็นกลุ่มๆ หัวหน้าสถานีอนามัยเป็นกลุ่มพิเศษ ซึ่งปรับวัตถุประสงค์ให้ยืดหยุ่นลง เอาแค่สามารถใช้โปรแกรม THO คีย์ข้อมูลผู้มารับบริการได้ก็พอแล้ว.." พี่จำลองแสดงความเห็น

" พี่ทำงานมา 12-13 ปี ครั้งแรกคิดว่าตนเองคงไม่สามารถทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้ เพราะไม่มีความรู้อะไรเลย วิตกกังวลอยู่เหมือนกัน พอได้เครื่องมาก็หัดพิมพ์บ้าง อบรมบ้าง น้องๆสอนบ้าง ทำให้มั่นใจที่จะทำมากขึ้น ช่วงที่เหนื่อยคือ ช่วงที่ต้องลงข้อมูลพื้นฐาน หลังจากนั้นก็สบายขึ้น รายงานต่างๆสามารถปริ้นออกได้เลย แม้จะไม่ทุกอย่างแต่ก็ช่วยได้เยอะเลย " คุณเสรี จนท.สอ.โคกทรายกล่าวเสริมด้วยความภาคภูมิใจ

การร่วมกันสานสายใยแห่งพลังสร้างสรรค์ จะก่อให้เกิดรากฐานของความมั่นคงและยืดหยุ่นของระบบงาน ทำให้สามารถปรับบทบาทได้อย่างผสมกลมกลืน เป็นกุญแจไขความเชื่อมั่นให้กับทีมงานที่มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ ทั้งนี้ผู้บริหารต้องคอยตรวจตรา สนับสนุน ลงไปดูว่ามีปัญหาอะไร แล้วช่วยคิดหาทางแก้ไข

โปรแกรม THO โปรแกรมดาว (ดวงใหม่)

โปรแกรม THO ( Tambol Health Office ) เจ้าของผู้เขียนโปรแกรมได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถใช้งานได้อย่างเป็นระบบ ลดขั้นตอนประมวลผลเบื้องต้นได้ (ปัจจุบันพัฒนาเป็น THO Delfile Foxpro stat + basic form THO one card ) โดยได้ขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกันถึง 24 จังหวัด ตัวอย่างการใช้งาน เช่น บันทึกทะเบียนบัตรอนามัยครอบครัว งานอนามัยแม่และเด็ก งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค งานเฝ้าระวังทางโภชนาการ และอื่นๆอีกเรียกว่า เกือบทุกงาน

" การใช้โปรแกรม THO มี 2 ส่วน ส่วนแรก เป็นข้อมูลพื้นฐานของครอบครัวทุกอย่าง ส่วนที่สอง ข้อมูลงานบริการทุกประเภทในสถานีอนามัย ซึ่งทั้งสองส่วนจะสัมพันธ์กัน ข้อมูลนำเข้าจะเหมือนกับที่เราทำในทะเบียน รบ.1 ก 01 แต่เราใช้ เมนูเลือกแทน แต่ก็มีหลายส่วนที่ต้องปรับ เช่น รายงานยา รายงานการเงิน "

ใจยังเหมือนเดิม…มิแตกต่าง

" ตามความคิดของพี่ ยังคงให้บริการเต็มร้อยเหมือนเดิม การนำโปรแกรม THO เข้ามาใช้ในงานรักษาพยาบาลทำให้เราทำงานได้รวดเร็วขึ้น ในขณะที่ยังให้เวลากับผู้ป่วยเท่าเดิม อาจจะมีเวลาพูดคุยกันมากขึ้นด้วยซ้ำไป การพูดคุยซักถามกันยังคงประสานความรู้สึกกันได้เหมือนเดิม …มีบางคนมาดูงาน ถามว่าจะทำให้เราสนใจคนไข้น้อยลงหรือเปล่า ตรงนี้ผมคิดว่าคงไม่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเราจะดูแลสุขภาพผู้มารับบริการแบบองค์รวมได้ทั้งครอบครัวหรือเปล่า ผมเชื่อว่า จิตสำนึกของหมออนามัยที่ทำงานด้วยความรู้สึกที่ดีต่อคนในชุมชน ได้ถูกบ่มเพาะมาเนิ่นนาน ความไฮเทคไม่สามารถสลายความภาคภูมิใจที่มันฝังแน่นอยู่ในใจได้.." พี่จำลองย้ำอีกครั้งอย่างมั่นใจ

บทสรุป
แม้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องหมายของความสารพัดประโยชน์ ทำอะไรได้หลายอย่าง รวดเร็ว ทันใจ แต่หลายครั้งหลายครา ที่คอมพิวเตอร์สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับผู้ใช้มิใช่น้อยทีเดียว ดังนั้นผู้ใช้ต้องรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นทาสของมัน ให้มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงาน แต่ไม่ถึงกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะทำให้เราลืมไปว่า คนยังมีความสำคัญสูงสุดในกระบวนการทำงาน คนมีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิด มีสติปัญญา เราจึงต้องพัฒนารอบด้านไม่ใช่เฉพาะด้านคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ที่สำคัญที่สุด เราต้องพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรมและความดี ควบคู่กันไปด้วย จึงจะมีความสุขในชีวิต