ตู้ยา สอ. : เภสัชโภชนา "กล้วย"
เรื่อง : เภสัชกรสรจักษ์ ศิริบริรักษ์
ตู้ยา สอ. ฉบับที่แล้ว "เภสัชโภชนา" ให้เราท่านได้รับรู้ในรายละเอียดถึงคุณประโยชน์ของ "พริก" มาฉบับก็ว่ากันต่อด้วยเรื่องของ "กล้วย" เอาละ ! มาดูกันซิว่า "กล้วย" มันดีอย่างไร ? แต่ที่แน่ๆ มันย่อมดีกว่า "เบียร์ยี่ห้อ 'โลอี' แน่ๆ" (ฮา)
"กล้วย" เป็นผลไม้ที่อยู่ในสกุล Musa และอยู่ในวงศ์ Musasceae กล้วยมีปลูกทั่วไป ขึ้นได้ดีในเขตร้อน มีสายพันธุ์มากมายกว่า 100 สายพันธุ์ กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่ที่นิยมกันโดยทั่วไปคือ "กล้วยหอม" กล้วยสามารถรับประทานได้หลายรูปแบบ ทั้งกล้วยสุกกล้วยนิ่มหรือจะเป็นกล้วยห่ามเชื่อม ทอด นึ่ง ต้ม ฯลฯ ประกอบอาหารได้ทั้งของคาวของหวาน
สิ่งสำคัญที่น่าจะเป็นความเข้าใจใหม่ก็คือ ต้นกล้วยที่เห็นและเข้าใจกันโดยทั่วไปนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ต้น แต่เป็นเพียงก้านใบที่มีการอัดรวมกันแน่นจนกลายเป็นต้น โดยก้านใบแรกจะอยู่ด้านนอกสุด ส่วนก้านใบใหม่จะแทงจากตรงกลางและถูกไล่ออกมาด้านนอกเมื่อมีก้านใหม่กว่าแทนที่ เป็นดังนี้เรื่อยๆ จนกลายเป็นลำใหญ่คล้ายต้น สำหรับต้นกล้วยที่แท้จริงนั้น ฝังอยู่ใต้ดินตรงตำแหน่งใต้ลำต้นเทียม (กล้วยเป็นพืชที่มีลำต้นใต้ดินเหมือนขิงข่า สามารถสร้างลำต้นเทียมเหนือพื้นได้สูงถึง 6 เมตร) เมื่อถึงเวลาออกดอก ดอกกล้วยจะแทงออกมาในตำแหน่งกลางสุดของลำต้นเทียม ลักษณะของดอกกล้วยจะอยู่รวมกันเป็นช่อใหญ่ เรียกว่า "ปลีกล้วย" ในปลีกล้วยจะประกอบด้วยดอกกล้วยมากมาย โดยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีระเบียบ แต่ละกลุ่มจะกลายเป็นกล้วย 1 หวี และทุกหวีจะรวมกันกลายเป็น 1 เครือ กล้วยหนึ่งต้นจะออกลูกเพียง 1 เครือเท่านั้น หลังจากออกลูกแล้ว กล้วยก็จะตายอย่างช้าๆ ชาวสวนส่วนใหญ่จะนิยมตัดกล้วยที่ออกลูกแล้วทิ้ง เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเลี้ยงดูต่อไป
กล้วยมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะมีสารที่สามารถยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหารจึงช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอาหารได้ หรือ "ไฟเบอร์" ในกล้วยดิบสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดได้ นอกจากนี้ "สารเเทนนิน" ในกล้วยดิบก็สามารถรักษาอาการท้องเสียชนิดไม่รุนแรงได้ ในขณะที่กล้วยสุกก็สามารถใช้เป็นยาระบายได้ด้วย เนื่องจากในผลกล้วยสุกมีสารเพคตินในระดับสูงที่มีคุณสมบัติในการช่วยระบายอยู่นั่นเอง
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็หันมาทานกล้วยกันอีกอย่างเถอะครับ ออ! ขอฝากไปยังมิตรรักแฟนเพลงที่คิดจะลดความอ้วนด้วยวิธีการรับประทานกล้วยแทนอาหารมื้อปกติ อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะกล้วย โดยเฉพาะ "กล้วยสุก" นั้น อุดมไปด้วยสารคาร์โบรไฮเดรตที่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำตาลมิตรแท้ของความอ้วนเชียวแหละ แต่ก็อย่าท้อนะจ๊ะ! หาวิธีอื่นกันต่อไป สักวันโลกต้องเป็นของเรา (ฮา)