กฎหมายสาธารณสุข : การกู้ยืมเงิน

เรื่อง : เสมอ กาฬภักดี

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฝืดเคืองดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน บางครั้งเงินหมุนเวียนในชีวิตประจำวันมีไม่เพียงพอ กรณีของการหยิบยืมเงินก็ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้โดยง่ายทั้งในรูปแบบของการยืมระหว่างบุคคลใกล้ชิดหรือในรูปแบบของการยืม (กู้) โดยผ่านสถาบันการเงิน แต่ไม่ว่าจะเป็นการยืมเงินในรูปแบบใดก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกันได้ด้วยเงื่อนไขบางประการ ที่อาจจะนำไปสู่การดำเนินการสะสางปัญหาด้วยวิธีการของกระบวนการยุติธรรมที่ให้กฎหมายเป็นหลัก โดยเหตุนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวเกี่ยวกับ "การกู้ยืมเงิน" ผู้เขียนจึงได้อธิบายถึงการกู้ยืมเงินในลักษณะของการตีความตามกฎหมายไว้อย่างน่าสนใจ โดยหัวข้อแรกได้นำเสนอในส่วนของคำจำกัดความและความหมายของการกู้ยืมเงินและหลักฐานที่ใช้การแสดงการกู้ยืมเงิน (ซึ่งหัวข้อนี้ผู้เขียนได้นำตัวอย่างแบบสัญญากู้ยืมเงินมาลงพิมพ์ประกอบไว้ด้วย) นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่เกี่ยวกับการฟ้องร้อง หัวข้อเกี่ยวกับอายุความในการฟ้องร้องหากมีการละเมิดสัญญา สำหรับหัวข้อที่สำคัญอันถือได้ว่าเป็นหัวใจและเป็นหลักยึดแก่ผู้ยืมเงินมากที่สุดคือหัวข้อ "ข้อควรปฏิบัติของลูกหนี้ที่กู้ยืมเงินและการชำระคืนเงินยืม" โดยผู้เขียนได้จำแนกไว้เป็นข้อปฏิบัติสรุปได้ว่า
  1. ผู้กู้ยืมต้องไม่ลงลายมือชื่อของตนในกระดาษเปล่าๆ หรือในแบบสัญญากู้ยืมเงิน
  2. ก่อนลงชื่อกู้เงิน ผู้กู้ยืมต้องอ่านรายละเอียดทั้งหมดเสียก่อนและต้องดูจำนวนเงินที่กู้นั้นว่าตรงกับจำนวนที่กู้จริงหรือไม่
  3. หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน จะต้องทำขึ้นอย่างน้อย 2 ฉบับ โดยมีข้อความตรงกัน ผู้ให้กู้และผู้กู้ถือหนังสือกันคนละฉบับและควรให้มีพยานฝ่ายของผู้กู้ร้วมลงลายมือชื่อเป็นพยานด้วยอย่างน้อย 1 คน
  4. เมื่อมีการชำระหนี้ จะต้องเรียก "ใบรับเงินชำระหนี้ทุกครั้ง"
  5. กรณีที่มีการชำระหนี้เพียงบางส่วน จะต้องให้ผู้ให้กู้บันทึกไว้ในหนังสือสัญญากู้เงินไว้ด้วยว่าได้รับการชำระเงินเป็นจำนวนเท่าใด พร้อมทั้งให้ผู้ให้กู้ลงลายมือชื่อและวันชำระหนี้ครั้งนั้นในหนังสือสัญญาด้วย

บทความนี้เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้กู้ยืมมือใหม่ ส่วนผู้ชำนาญการด้านกู้ยืมทั้งหลายอาจจะมองผ่านไปก็ได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด !