ประการที่สาม ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องเสนอผลงานไปประเมินในตำแหน่งที่อนุมัติแล้ว ตามวิธีการประเมินที่กำหนดไว้ในหนังสือเวียน ก.พ.แต่ละเรื่อง เช่น ตำแหน่งในสายงน
ที่เริ่มต้นจากระดับ 1 ระดับ 2 ให้ดำเนินการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 0707.3/ว 2 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2540 ตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 ให้ดำเนินการประเมินบุคคลและผลงานตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538
การดำเนินการของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือที่ สธ 0203/90/ว 650 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 แจ้งให้จังหวัดพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งที่มีผลงาน มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น และลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของตำแหน่งเปลี่ยนไปจากเดิมในสาระสำคัญถึงขนาดที่จะต้องปรับระดับตำแหน่ง โดยให้จัดทำคำชี้แจงเพื่อขอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น ตามแบบฟอร์มที่กำหนด ส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้จังหวัดอาจทยอยส่งคำขอกำหนดตำแหน่งได้ตลอดทั้งปี แต่สำนักงานปลัดกระทรวงจะพิจารณาและรวบรวมเสนอ อกพ.สป.เดือนละ 1 ครั้ง
อย่างไรก็ดี มีข่าวว่าการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนของแต่ละกรม หากปรับแล้วไม่มีงบประมาณกรมต้องรับผิดชอบเอง ทั้งนี้ กรมจะต้องดำเนินการวิเคราะห์แผนการให้จ่ายงบประมาณทางด้านเงินเดือน เพื่อประกอบการขอปรับระดับตำแหน่งต่างๆด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือยืนเป็นแนวทางปฏิบัติจากสำนักงานก.พ.แต่อย่างใด
โดยสรุป การปฏิรูประบบการกำหนดตำแหน่งในครั้งนี้ เป็นการปรับวิธีการกำหนดตำแหน่งเพื่อรักษาคนเก่ง คนดี ไว้ในราชการ และส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานได้ก้าวหน้าในสายงานอย่างเหมาะสม แทนที่จะเกษียณไปแบบ ซี 4 แก่ๆ หรือ ซี 5 แก่ๆก็อาจจะเกษียณในระดับที่สูงกว่านั้นขึ้นมาอีก ซึ่งจะช่วยให้ระบบราชการมีความเข้มแข็ง มีกำลังคนที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาราชการ และการให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว หน่วยงานต่างๆในระบบราชการ จะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ วิธีการทำงานจากวิะีการแบบเดิมๆ ที่ทำไปตามระบบ ระเบียบ ตามขั้นตอนที่กำหนดกันขึ้นมา ให้สะดวกต่อตัวข้าราชการผู้ให้บริการเป็นหลัก โดยไม่สนใจว่าผู้รับบริการจะประสบปัญหาหรือยุ่งยากแค่ไหน ต้องหันมาเน้นการให้บริการโดยยึดลูกค้าเป็นหลัก (Cuntomer First) และปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างมีจุดมุ่งหมายปลายทาง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของสังคมส่วนรวม ตามเจนตนารมณ์ของระบบราชการ
ส่วนราชการที่ไม่ได้รับบริการประชาชนโดยตรง อาจทำหน้าที่ให้บริการข้าราชการด้วยกัน ก็ต้องถือว่าข้าราชการเป็นลูกค้า และปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยดีเหมือนกัน
นับเป็นสัญญาณการเริ่มต้นที่ดี ที่ ก.พ.ได้กระจายอำนาจให้ส่วนราชการระดับกรม ในการพิจารณากำหนดตำแหน่ง ซึ่งถือเป็น "ความก้าวหน้า" ของข้าราชการในสังกัด แต่จะเป็นจริงแค่ไหน พวกเราต้องติตามต่อไปนะคะ