บทความพิเศษ
พรรณี ภัทรพงษ์พันธ์

การเลื่อนไหลของตำแหน่ง ตาม ว23 และ ว24
ก.พ.ได้ปฏิรูปการกำหนดตำแหน่งใหม่  โดยมีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้ส่วนราชการปรับระบบวิธีการทำงานและการบริหารงานให้เกิดความคล่องตัวและยกระดับคุณภาพการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นที่พึงพอใจของประชาชนและผู้บริการ และยังเป็นการกระจายอำนาจให้แก่ส่วนราชการระดับกรม ในการพิจารณากำหนดตำแหน่งได้เอง โดยไม่ต้องเสนอขออนุม้ติต่อ ก.พ.เหมือนกรณีการจัดทำแผนอัตรากำลัง (กรอบอัตรากำลัง) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจาก ก.พ.ก่อน จึงจะมีผลในทางปฏิบัติ
จากเหตุผลดังกล่าว ก.พ.จึงได้ออกหนังสือเวียนที่ ว 23/2540 และ ว 24/2540 (ที่เรียกว่า ว.เลื่อนไหล) มอบอำนาจการกำหนดตำแหน่งในสายงาน ที่เริ่มต้นจากระดับ 1 ระดับ 2 และระดับ 3 ให้ อกพ.กรมดำเนินการแทน ก.พ.
หลักเกณฑ์ที่สำคัญของหนังสือเวียนนี้คือ ขยายทางก้าวหน้าของผู้ดำรงตำแหน่งระดับควบในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 ระดับ 2 และระดับ 3 จากเดิมให้สูงขึ้นอีก 1-2 ระดับ (บางกลุ่มตำแหน่งสูงขึ้น 3 ระดับ) แล้วแต่กลุ่มตำแหน่ง (เดิมข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งระดับควบจะเลื่อนตำแหน่งไปในตัวเองเพียง 3 ระดับ) ดังนี้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มตำแหน่งที่กำหนดไว้ในบัญชีท้าย ว 23/40 (สำหรับตำแหน่งในสายงานที่เริ่มจากระดับ 3) ว่าตำแหน่งใดเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปอีก 1 ระดับหรื อ 2 ระดับหรือ 3 ระดับ ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน เป็นตำแหน่งในกลุ่มงานเทคนิคเฉพาะด้าน อาจปรับเป็นตำแหน่งระดับ 2-4 หรือ 5 หรือ 6 ได้
ทั้งนี้ แต่ละตำแหน่งมิใช่เลื่อนระดับสูงขึ้นไปโดยอัตโนมัติ แต่มีเงื่อนไขอยู่หลายประการ
ประการแรก ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนที่ในตำแหน่งจะแต่งตั้ง ประการสำคัญต้องมีผลงานที่ประเมิน
ประการที่สอง กรมที่จะต้องศึกษาวิเคราะห์หน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งว่า สมควรกำหนดเป็นระดับสูงขึ้นได้หรือไม่ โดยเสน อกพ.กรมอนุมัติก่อน
ประการที่สาม ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องเสนอผลงานไปประเมินในตำแหน่งที่อนุมัติแล้ว ตามวิธีการประเมินที่กำหนดไว้ในหนังสือเวียน ก.พ.แต่ละเรื่อง เช่น ตำแหน่งในสายงน ที่เริ่มต้นจากระดับ 1 ระดับ 2 ให้ดำเนินการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 0707.3/ว 2 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2540 ตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 ให้ดำเนินการประเมินบุคคลและผลงานตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538  

การดำเนินการของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือที่ สธ 0203/90/ว 650 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 แจ้งให้จังหวัดพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งที่มีผลงาน มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น และลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของตำแหน่งเปลี่ยนไปจากเดิมในสาระสำคัญถึงขนาดที่จะต้องปรับระดับตำแหน่ง โดยให้จัดทำคำชี้แจงเพื่อขอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น ตามแบบฟอร์มที่กำหนด ส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้จังหวัดอาจทยอยส่งคำขอกำหนดตำแหน่งได้ตลอดทั้งปี แต่สำนักงานปลัดกระทรวงจะพิจารณาและรวบรวมเสนอ อกพ.สป.เดือนละ 1 ครั้ง
อย่างไรก็ดี มีข่าวว่าการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนของแต่ละกรม หากปรับแล้วไม่มีงบประมาณกรมต้องรับผิดชอบเอง ทั้งนี้ กรมจะต้องดำเนินการวิเคราะห์แผนการให้จ่ายงบประมาณทางด้านเงินเดือน เพื่อประกอบการขอปรับระดับตำแหน่งต่างๆด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือยืนเป็นแนวทางปฏิบัติจากสำนักงานก.พ.แต่อย่างใด
โดยสรุป การปฏิรูประบบการกำหนดตำแหน่งในครั้งนี้ เป็นการปรับวิธีการกำหนดตำแหน่งเพื่อรักษาคนเก่ง คนดี ไว้ในราชการ และส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานได้ก้าวหน้าในสายงานอย่างเหมาะสม แทนที่จะเกษียณไปแบบ ซี 4 แก่ๆ หรือ ซี 5 แก่ๆก็อาจจะเกษียณในระดับที่สูงกว่านั้นขึ้นมาอีก ซึ่งจะช่วยให้ระบบราชการมีความเข้มแข็ง มีกำลังคนที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาราชการ และการให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว หน่วยงานต่างๆในระบบราชการ จะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ วิธีการทำงานจากวิะีการแบบเดิมๆ ที่ทำไปตามระบบ ระเบียบ ตามขั้นตอนที่กำหนดกันขึ้นมา ให้สะดวกต่อตัวข้าราชการผู้ให้บริการเป็นหลัก โดยไม่สนใจว่าผู้รับบริการจะประสบปัญหาหรือยุ่งยากแค่ไหน ต้องหันมาเน้นการให้บริการโดยยึดลูกค้าเป็นหลัก (Cuntomer First) และปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างมีจุดมุ่งหมายปลายทาง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของสังคมส่วนรวม ตามเจนตนารมณ์ของระบบราชการ
ส่วนราชการที่ไม่ได้รับบริการประชาชนโดยตรง อาจทำหน้าที่ให้บริการข้าราชการด้วยกัน ก็ต้องถือว่าข้าราชการเป็นลูกค้า และปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยดีเหมือนกัน
นับเป็นสัญญาณการเริ่มต้นที่ดี ที่ ก.พ.ได้กระจายอำนาจให้ส่วนราชการระดับกรม ในการพิจารณากำหนดตำแหน่ง ซึ่งถือเป็น "ความก้าวหน้า" ของข้าราชการในสังกัด แต่จะเป็นจริงแค่ไหน พวกเราต้องติตามต่อไปนะคะ