ด้วยรักและห่วงใยจากใจจริง : ชนะเอดส์ได้ด้วยใจสู้ เรื่อง : หมอน้ำ

บทความนี้ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์การเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคเอดส์คนหนึ่งที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอดจากโรคร้ายนี้ แต่ก็สามารถรอดพ้นช่วงวิกฤตของชีวิตมาได้ก็เพราะ "กำลังใจ"

หลังจากที่ผู้ป่วยคนนี้ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคเอดส์ ก็เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ประมาณเดือนเศษที่เข้ารับการรักษา อาการก็ทรุดลงๆ เรื่อยๆ น้ำหนักลดลงกว่า 30 กิโลกรัม ร่างกายซูบผอม ผิวคล้ำ ไม่ต่างจากศพ มีแผลพุพองจากเชื้อรา ทานอาหารเองไม่ได้ ต้องให้อาหารผ่านสายยางและน้ำเกลือ จนกระทั่งวันหนึ่ง แพทย์ผู้ให้การรักษาก็ให้พยาบาลเอาสายน้ำเกลือออก พร้อมทั้งปลอบใจญาติพี่น้องให้ทำใจและอนุญาตให้ญาตพากลับบ้านได้เนื่องจากหมดหนทางในการรักษาเยียวยา

ในขณะที่ญาติพากันร้องห่มร้องไห้และเตรียมตัวจัดงานศพ เพราะคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็คงไม่รอดแน่ แต่เขาไม่คิดเช่นนั้น กลับคิดว่าเขาจะต้องไม่ตาย ผุดลุกขึ้นมานั่ง พร้อมกับประกาศว่า "เราเป็นแมวเก้าชีวิต ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก" ท่ามกลางความงุนงงของคนรอบข้าง

ต่อมามีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นอาสาสมัครดูแลผู้ติดเชื้อได้มาเยี่ยมและแนะนำตัวเองว่าเขาก็เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์เช่นเดียวกัน ติดเชื้อมา 8 ปีแล้วแต่ก็ยังมีอาการปกติ ได้เคยไปเยี่ยมคนไข้รายหนึ่งคนนั้นมีอาการรุนแรงกว่าเขาอีก แต่ก็รอดมาได้เพราะฮึดสู้ด้วยใจอาสาสมัครคนนั้นได้มาให้กำลังใจทุกวัน หลังจากนั้นอาการของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น ทานอาหารเองได้ สามารถเดินได้ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ผู้คนรอบข้างร่วมดีใจไปด้วย พี่สาวของเขาก็สรรหายาบำรุง ยาสมุนไพร ทั้งของจีนและไทยมาให้ เลือกอาหารที่ไม่แสลงกับโรคมาให้เขากิน เหล่านี้คือสิ่งที่ประกอบกัน จนทำให้ร่างกายของเขาค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้ว่าจะมีเชื้อเอดส์ในร่างกายก็ตาม เหตุที่เป็นเช่นนี้ทำให้เขาได้ข้อสรุปว่า "การที่เขาชนะเอดส์ได้ก็เพราะอาหาร การออกกำลังกาย สิ่งแวดล้อม กำลังใจจากคนรอบข้างและที่สำคัญที่สุดคือ "ความเข้มแข็งของตัวเอง" นั่นเอง เพราะถ้าใจของเราเองสู้ คิดว่าจะต้องหาย เมื่อมีกำลังใจ จิตใจเบิกบาน มีความกระฉับกระเฉง ก็สามารถเอาชนะอุปสรรค ต่างๆ ได้"