รายงานพิเศษ : เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกับการเกณฑ์ทหาร เรื่อง : สถิตย์ ยะสะกะ

เมื่อปี พ.ศ. 2497 ได้มีการออกพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งได้บัญญัติให้ชายไทยที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเป็นข้าราชการทหารกองประจำการ (เกณฑ์ทหาร) ผู้ผ่านการตรวจเลือกต้องเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการเป็นระยะเวลา 2 ปี ผู้ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ (หนีทหาร) จะต้องได้รับโทษ

เมื่อปี พ.ศ. 2517 กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยไดัร่วมกันออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 42 (พ.ศ. 2517) เพื่อยกเว้น "ครูซึ่งประจำการทำการสอน" โดยไม่ต้องเรียกมาตรวจเลือกเพื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการ ด้วยเหตุผลเพราะว่า "มีจำนวนครูไม่เพียงพอ หากครูไปเป็นทหารก็จะไม่มีใครสอนเด็กนักเรียน"

การยกเว้นให้กับครูดังเหตุผลข้างต้น ทำให้เกิดคำถามจากข้าราชการหน่วยอื่นรวมถึงข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขด้วยว่า "ทำไมจึงมีการยกเว้นเฉพาะครู ? ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศก็มีไม่เพียงพอเช่นเดียวกับครู ทำไมจึงไม่มีการยกเว้นด้วย ? " เป็นต้น

ด้วยเหตุดังกล่าว บทความนี้จึงต้องการเป็นตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมได้พิจารณาให้มีการยกเว้นการคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกระทรวงด้วย โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้
  1. ควรมีการเจรจาทำความตกลงในระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม
  2. ควรมีหนังสือทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรจากกระทรวงสาธารณสุขถึงกระทรวงกลาโหม
  3. หากกระทรวงกลาโหมเห็นด้วยตามหลักการนี้ ควรจะออกมาตรการเป็นกฎกระทรวงเช่นเดียวกับการยกเว้น "ครู"
  4. เมื่อกฎกระทรวงตามข้อ 3 มีผลบังคับใช้ ควรจะส่งให้ข้าราชการ สาธารณสุขรับทราบ เพื่อไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารอีกต่อไป

ท้ายบทความ ผู้เขียนได้ทิ้งข้อสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า " กรณีของข้าราชการสาธารณสุขนั้น ภารกิจที่ปฏิบัติอยู่นับว่ามีความสำคัญต่อประเทศชาติมาก น่าจะถือได้ว่าเป็นการรับใช้บ้านเมืองอีกทางหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งภารกิจอันสำคัญนี้ไปเป็นทหารกองประจำการแบบไม่สมัครใจไป แต่ไปเพราะดวงที่บังเอิญจับสลากได้ใบแดง"