สังคมวัฒนธรรมกับสุขภาพ : การแพทย์พหุลักษณ์ ; ณ วันนี้กับลมหายใจ
ที่เหลืออยู่
เรื่อง : วิวัฒน์ แซ่ลิ้ม
กระบวนการรักษาการเจ็บป่วยของสมาชิกคนใดคนหนึ่งในกลุ่มสังคม โดยส่วนใหญ่จะมีหลายๆ ทางเลือก ทั้งวิธีการรักษากันเองโดยผ่านการปรึกษาในหมู่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงหรือผู้ใกล้ชิดตามประสบการณ์และตามความเชื่อที่ได้รับการสืบทอดต่อๆ กันมาควบคู่ไปกับการควบคุมการแพทย์ระบบต่างๆ เช่น รับการรักษาจากหมอพระ หมอทรง หมอยา ฯลฯ ที่เป็นลักษณะของการแพทย์พื้นบ้านรวมถึงการรักษาโดยวิธีการของการแพทย์แผนตะวันตกที่มีลักษณะของความเป็นวิชาการและมีวิทยาการขั้นสูง สำหรับขั้นตอนอาจจะเริ่มต้นการรักษาจากการแพทย์แบบใดแบบหนึ่งก่อนก็ได้ซึ่งไม่แน่นอนตายตัว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของความคิดความเชื่อหรือการให้ความหมายของการเจ็บป่วยเฉพาะกลุ่ม ซึ่งลักษณะของการแสวงหาทางเลือกในการรักษาพยาบาลที่มีความหลากหลายในกลุ่มสังคมนี้เรียกว่า เป็นลักษณะของความเป็นพหุลักษณ์ (pluralistic) เรียกเป็นภาษาเฉพาะว่า "ระบบการแพทย์พหุลักษณ์ (pluralistic medicine system)"
"การแพทย์พหุลักษณ์ (pluralistic medicine system)" หมายถึง ปรากฏการณ์ที่สังคมหนึ่งๆ มีการดำรงอยู่ของระบบการแพทย์หลายๆ ระบบพร้อมกัน มีความแตกต่างกันไปบ้างตามรากฐานของแต่ละสังคม โดยสามารถสรุปได้ด้วยการอาศัยเงื่อนไขของลักษณะทางสังคมวัฒนธรรม ซึ่งจำแนกได้เป็น 3 ระบบคือ
- ระบบการแพทย์ของสามัญชน ระบบนี้เป็นระบบที่ใหญ่ที่สุด รูปแบบการรักษาอาจจะเริ่มต้นจากการเยียวยารักษากันเองหรือจากการพึ่งพิงผู้อื่น โดยมีลักษณะเด่นคือ ต้องผ่านความคิดเห็นของบุคคลต่างๆ มากมายตั้งแต่ผู้ใกล้ชิดจนถึงชุมชนที่อาศัยอยู่ เมื่อได้ข้อตกลงร่วมกันแล้วจึงเลือกรักษาตามวิธีที่ได้ตกลงกันไว้
- ระบบการแพทย์พื้นบ้าน เป็นระบบปฏิบัติทางการแพทย์ที่ไม่ใช่รูปแบบทางวิชาชีพ โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ประเภทที่ใช้อำนาจนอกเหนือธรรมชาติและประเภทที่ไม่ใช้อำนาจนอกเหนือธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ลักษณะของการแพทย์พื้นบ้านโดยทั่วไปจะให้การรักษาควบคู่กันไปทั้ง 2 ประเภท
- ระบบการแพทย์แบบตะวันตกหรือระบบการแพทย์สากล หมายถึง ระบบการแพทย์แนววิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่โดยชาวตะวันตก ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในปัจจุบัน
บทความนี้ ได้ชี้ให้เห็นบทบาทของความเป็นพหุลักษณ์ทางการแพทย์ที่เริ่มไม่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในปัจจุบัน กล่าวคือ การแพทย์แบบสามัญชนและการแพทย์พื้นบ้านกลายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องไปในกระบวนการรักษาของระบบการแพทย์ในปัจจุบัน
โดยมีสาเหตุอันเกิดจากนโยบายและวิถีปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของบุคลากรด้านสาธารณสุข