กฎหมายสาธารณสุข : เมื่อข้าราชการต้องหาคดี เรื่อง : เสมอ กาฬภักดี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปรากฏว่าข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข มักจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหรือการต้องหาทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานอยู่เสมอ สำหรับการต้องหาคดีของข้าราชการนั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ
  1. คดีอาญาทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องที่เกี่ยวกับทางราชการ เช่น ฆ่าผู้อื่น ข่มขืนผู้อื่น ฉ้อโกงทรัพย์ ทุจริตและยักยอกเงินของทางราชการ เป็นต้น
  2. คดีแพ่ง คือ คดีที่มีข้อพิพาทหรือโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ โดยไม่มีโทษทางอาญา เช่น การละเมิดหรือผิดสัญญาต่างๆ เป็นต้น
  3. คดีล้มละลาย ที่เกิดจากภาวะผูกพันของการกู้หนี้ยืมสินแล้วไม่สามารถชดใช้ได้ จึงถูกศาลพิจารณาให้เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นต้น

ข้อแนะนำสำหรับข้าราชการที่ต้องหาคดี ควรกระทำดังนี้
  1. ปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชาและผู้รู้กฎหมาย เช่น นิติกร ทนายความ
  2. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับจนถึงเจ้ากระทรวง เพื่อปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรีตามหนังสือที่ น. 826/2482 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2482
  3. เตรียมการทางคดีตามประเภทของคดีข้างต้น โดยขอความร่วมมือจากทนายความ
  4. ไปพบพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือไปศาลทุกครั้งที่มีการนัดหมาย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อข้าราชการต้องหาคดีคือ
  1. หากเรื่องที่ต้องหานั้นทำให้ทางราชการเสียหายหรือกระทบต่อชื่อเสียงของทางราชการ ข้าราชการผู้นั้นอาจถูกพิจารณาดำเนินการทางวินัยด้วย
  2. หากเรื่องที่ต้องหานั้นเป็นความผิดทางอาญา (ยกเว้นกระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ) ในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตในทางราชการ หากมีการควบคุมตัวหรือถูกจับกุมกักขังหรือจำคุกเป็นเวลานานติดต่อกันมากกว่า 15 วัน ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งให้พักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้
  3. หากถูกควบคุมตัว คุมขังหรือจำคุก อาจให้รอการจ่ายเงินเดือนในระหว่างวันดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าการพิจารณาหรือคดีจะถึงที่สุด
  4. หากถูกฟ้องในคดีอาญา ในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียของตำแหน่งทางราชการและอัยการไม่รับเป็นทนายแก้ต่างให้ รวมถึงศาลได้ประทับรับฟ้องแล้ว กรณีนี้ หากอยู่ในระหว่างที่มีการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน อาจจะต้องรอการเลื่อนขั้นเงินเดือนเอาไว้ก่อน
  5. หากถูกศาลฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย ทางราชการจะต้องสั่งให้ออกจากการเป็นราชการ