เรียนรู้จากผู้ป่วย : หมาว้อ หมอก็ (เกือบ) ว้อ
เรื่อง : หมอบ้านนอก

บทความซึ่งประหนึ่งเป็นบันทึกจากประสบการณ์การทำงานดูแลรักษาผู้ป่วยในท้องที่ชนบทของผู้เขียน สืบเนื่องมาจากการให้การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าของแพทย์เฉพาะทางรุ่นน้องที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก ผลการรักษาทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เกิดเป็นปัญหาตามมาที่ผู้เขียนต้องรับผิดชอบ บทความนี้สามารถเป็นอุทาหรณ์ช่วยเตือนใจได้เป็นอย่างดีสำหรับแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ
ชีวิตของผู้ป่วยให้มีความรอบคอบและมีการตัดสินใจที่ถูกต้องมากที่สุด


เกร็ดความรู้จากบทความเรื่อง "โรคพิษสุนัขบ้า"

โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เป็น RNA ไวรัส ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกระสุนปืน เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปที่แผลก็จะไปเพิ่มจำนวนในกล้ามเนื้อ แล้วแพร่กระจายผ่านทางปลายประสาทส่วนกลางและมีการทำลายระบบประสาทกลางทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการคล้ายสมองอักเสบ เกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการกลืน เป็นอาการที่รู้จักกันว่า "โรคกลัวน้ำ" ซึ่งโรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะตายทุกราย โดยมีพาหะนำโรคคือ สุนัข แมวและสัตว์อื่นๆที่มีฟันหรือเขี้ยวสำหรับขบกัด ส่วนอัตราอุบัติการณ์นั้นพบว่า คนไทยเคยเป็นโรคนี้ปีละกว่า 200 ราย แต่จากการที่มีการควบคุมสุนัขและได้ฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง ปรากฏว่าอัตราอุบัติการณ์ของโรคนี้ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 75 รายในปี พ.ศ. 2539

สำหรับวิธีการดูแลรักษาผู้ที่ถูกสัตว์กัดประกอบด้วย
  1. ดูแลรักษาบาดแผล สำหรับการดูแลรักษาบาดแผลนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยมีความสำคัญเท่าๆ กับการฉีดวัคซีนหรือซีรั่มเลยทีเดียว วิธีที่ดีที่สุดคือการล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ต้องล้างหลายๆ ครั้งเพื่อต้องการชะเชื้อไวรัสออกไปให้มากที่สุด เมื่อล้างแผลแล้วก็ใส่ยาฆ่าเชื้อโรค เช่น ยาโพวีดีนหรืออาจจะใช้อัลกอฮอล์ 70 % ก็ได้
  2. ฉีดอิมมิวโนโกลบูลิน เพื่อเป็นภูมิต้านทานเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าโดยตรง ซึ่งมีความจำเป็นมากสำหรับแผลขนาดใหญ่และรุนแรง โดยเฉพาะแผลบริเวณที่มีเส้นประสาทมากๆ เช่น บริเวณใบหน้าและฝ่ามือ เป็นต้น วิธีการฉีดนั้น ให้ฉีดรอบๆ บริเวณแผลที่ถูกกัดให้มากที่สุด ที่เหลือให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่สะโพกเพื่อให้ดูดซึมให้มากที่สุด
  3. การให้วัคซีน (ปัจจุบันวัคซีนที่กรมควบคุมโรคติดต่อจัดหาให้มี 2 ชนิดคือ PCEC (ทำจากไข่ไก่) และ VEROCELL (ทำจากการเพาะเลี้ยงเซลล์)) ควรฉีดวัคซีนทันทีหากสงสัยว่าสัตว์ที่กัดนั้นเป็นบ้าหรือเป็นสัตว์จรจัดไม่มีเจ้าของ สำหรับวิธีการฉีดวัคซีนนั้น ให้ฉีด 1 dose เข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนหรือบริเวณต้นขาในเด็กเล็ก (แต่ไม่นิยมฉีดเข้าสะโพกเพราะได้ผลไม่ดี) โดยฉีดทั้งหมด 5 เข็มคือ ฉีดในวันที่ 0, 3, 7, 14 และ 30 ของวันที่มาพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข