อีกมุมหนึ่งของชีวิต : หมออนามัยสร้างสวน (สมทรง เรืองฤทธิ์)
เรื่อง : วันชัย บ่อเงิน
คุณสมทรง เรืองฤทธิ์ อายุ 48 ปี ปฏิบัติงานที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอธารโต จังหวัดยะลา จบการศึกษาจากโรงเรียนผดุงครรภ์ยะลา (ชื่อในสมัยนั้น) เดิมเกิดที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่มาเรียนหนังสือและมีครอบครัวที่จังหวัดยะลา
ปัจจุบันมีบุตรชาย-หญิง 2 คน สามีทำงานเป็นสรรพสามิตอำเภอ คุณสมทรงเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักให้การรักษาพยาบาลแก่ชาวบ้านอย่างไม่รู้จักแก่เหน็ดเหนื่อย เมื่อครั้งที่พื้นที่แถบรอยต่อของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียยังเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งกองกำลังของโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายาและกองกำลังของขบวนการพลูโล ปฏิบัติการอยู่ใกล้ๆกับสถานีอนามัยที่คุณสมทรงปฏิบัติงานอยู่ หลายครั้งที่คุณสมทรงถูกควบคุมตัวไปเพื่อให้การรักษาพยาบาลและทำคลอดให้แก่สมาชิกของกองกำลังทั้งสอง ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ.
2526 คุณสมทรงจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นข้าราชการดีเด่นของจังหวัดและในปี พ.ศ.2529 สถานีอนามัยคอกช้าง (สถานีอนามัยที่คุณสมทรงเคยปฏิบัติงานอยู่ในสมัยนั้น)
ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นสถานีอนามัยดีเด่นในเรื่องความสะอาด เกียรติคุณเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า คุณสมทรงมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การทำงานได้ดีเพียงใด
สำหรับอาชีพเสริมซึ่งถือเป็นประเด็นหลักของบทความนี้นั้น คุณสมทรงได้เล่าว่า เมื่อครั้งที่ปฏิบัติงานที่สถานีอนามัยคอกช้าง ซึ่งเป็นสถานีอนามัยแห่งแรกที่เข้ามาปฏิบัติงานได้ไม่นาน ก็แต่งงานและตัดสินใจปักหลักอาศัยอยู่ประจำที่บ้านพักสถานีอนามัยกับสามี ณ ที่นี่คุณสมทรงได้ใช้อาณาบริเวณที่ว่างเปล่าของสถานีอนามัยปลูกผักสวนครัว
ขุดบ่อเลี้ยงปลาไว้กิน การปลูกพืชผักไว้กินเองนี้คุณสมทรงเล่าว่า ทำให้ได้พืชผักที่ปลอดสารพิษ ได้พืชผักที่สดและมีคุณภาพ สำหรับการทำสวนนี้ทำให้เกิดผลดีต่อการทำงานด้วยคือ ทำให้เราอยู่ติดสถานีอนามัย ชาวบ้านก็สามารถตามตัวได้ง่าย เพราะหากไม่อยู่ที่สถานีอนามัยก็จะอยู่ที่สวน นอกจากนี้ยังมีผลดีอีกประการหนึ่งนั่นคือ ทำให้ได้มีเรื่องพูดคุยกับชาวบ้าน สามารถนำเรื่องสาธารณสุขมาพูดคุยผ่านเรื่องการทำสวน ทำให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผลมากขึ้น การดำเนินงานสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นงานด้านใดก็จะทำได้ง่าย เพราะชาวบ้านให้ความร่วมมือ
ปัจจุบันคุณสมทรงได้ขยายหาที่ดินเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ไกลจากสถานีอนามัยมากนัก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำงานที่สถานีอนามัยคอกช้างแล้ว แต่คุณสมทรงก็ได้ใช้เวลาว่างหรือวันหยุดราชการมาดูแลสวนและมาเยี่ยมเยียนชาวบ้านไปในตัวด้วย สำหรับเทคนิคการสร้างสวนของคุณสมทรงนั้นจะแตกต่างไปจากสวนของชาวบ้านคือ จะไม่เน้นปลูกต้นไม้เพียงชนิดเดียวและไม่เน้นเชิงพาณิชย์มากนัก แต่จะเป็นสวนที่มีลักษณะของการผสมผสาน โดยมีการปลูกต้นไม้หลายชนิดคละเคล้ากันไป เพราะการปลูกต้นไม้ในสวนเพียงชนิดเดียวเหมือนๆกันทุกสวน ทำให้ปริมาณของผลผลิตมาก ขายได้ราคาต่ำและไม่คุ้มกับการลงทุน การปลูกต้นไม้หลายๆ ชนิด ทำให้เราได้กินได้ใช้ได้แจกชาวบ้านเหลือจึงค่อยขายและไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุน เพราะเน้นทำสวนไว้กินเองมากกว่าทำเป็นธุรกิจ
ที่สำคัญที่สุดคือ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างความสุขใจให้กับตนเอง โดยเฉพาะได้เห็นต้นไม้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วมีความสุข และตั้งใจไว้ว่าบั้นปลายของชีวิตจะมาอยู่อย่างสงบสมถะที่สวนแห่งนี้ เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง
ท้ายบทความคุณสมทรงได้ฝากข้อคิดไปถึงหมออนามัยทุกคนว่า "อาชีพหมออนามัยเป็นอาชีพที่หนัก ต้องเสียสละและอดทน การที่เราทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยอย่างนี้ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย จึงน่าจะหาวิธีระบายความเครียดด้วยการทำงานอดิเรกหรืออาชีพเสริม เพราะจะทำให้เรามีโลกทัศน์กว้างขึ้น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะแวดวงสาธารณสุข
การทำสวนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อาจจะเริ่มจากใช้ที่ดินว่างๆ ข้างสถานีอนามัยก็ได้ เมื่อมีทุนรอนมากขึ้นจึงค่อยขยับขยายต่อไป"
จากบทความนี้ ทำให้ได้ข้อสรุปในอีกมุมหนึ่งของชีวิตหมออนามัยคนนี้ว่า "เธอไม่ได้เพียงแต่ทำงานเพื่อพัฒนาตนเองพัฒนาครอบครัวเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาสังคมด้วย โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมอยู่ในชุมชน เป็นแบบอย่างของสังคม ถ้าสังคมดีทุกอย่างก็จะดีและเป็นระบบ "