ตู้ยา สอ. : เบตาแคโรทีน
เรื่อง : เภสัชกรสรจักร ศิริบริรักษ์
"เบตาแคโรทีน" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "โปรวิตามินเอ" สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า เมื่อมีการรับประทานอาหารที่มีสารเบตาแคโรทีนเข้าไป โดยเฉพาะจากแหล่งอาหารที่ได้จากพืชที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม ซึ่งพบมากในแครอท มันเทศ ผักขมและผักใบเขียวเข้มหลายชนิด ร่างกายก็จะปรับเปลี่ยนสารดังกล่าวให้เป็นวิตามินเอที่มีชื่อเรียกว่า "โปรวิตามินเอ" ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบชีวเคมีของมนุษย์ที่มีผลต่อการเห็นภาพ การได้ยินเสียง การรับรสตลอดจนการรับกลิ่น
ได้มีการศึกษาทดลองถึงประสิทธิภาพและคุณสมบัติพิเศษวิตามินเอมาตั้งแต่ปี
ค.ศ. 1967 ผลจากการศึกษาในระยะแรกพบว่า วิตามินเอที่ถูกสะกัดมาจากสารเบตาแคโรทีนซึ่งมีมากในพืชสีเหลืองส้มหรือสีเขียวเข้มนั้น สามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในร่างกายของคนเราได้ โดยได้ข้อสรุปว่าคนที่กินพืชที่มีสารเบตาแคโรทีนมากก็จะมีระดับวิตามินเอในร่างกายสูง สามารถป้องกันและยับยั้งการเกิดมะเร็งในระบบต่างๆ ได้ เช่น
มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง และสามารถลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้เช่นเดียวกัน
หลังจากนั้นก็ได้มีการโฆษณาสรรพคุณของสารเบตาแคโรทีนกันมากมายว่าสามารถยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งและช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ ทำให้เกิดบริษัทยาและธุรกิจอาหารเสริมมากมายที่พากันผลิตสารเบตาแคโรทีนบรรจุเม็ดออกวางขายในท้องตลาดมากมาย แต่หลังจากนั้นเมื่อทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยมะเร็งได้ศึกษาเพื่อพิสูจน์ว่าสารเบตาแคโรทีนบรรจุเม็ดสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งและช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้จริงหรือไม่ ก็พบว่า เบตาแคโรทีนบรรจุเม็ดไม่สามารถป้องกันโรคมะเร็งหรือช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้จริง
บทความนี้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า แม้สารเบตาแคโรทีนบรรจุเม็ดจะไม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหรือช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ก็ตาม แต่ใช่ว่าสารนี้จะไม่มีประโยชน์ กล่าวคือ หากรับประทานอาหารประเภทพืชสีเหลืองส้มหรือเขียวเข้มที่ประกอบไปด้วยสารแคโรทีนหลายๆ ชนิด สารแคโรทีนเหล่านั้นรวมทั้งเบตาแคโรทีนด้วยก็อาจจะเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน อาจจะทำให้สามารถป้องกันโรคมะเร็งหรือช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้จริง ก็เป็นได้
