จาก ค ว า ม ใ น ใ จ ของผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ
ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี
ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

วารสารหมออนามัยเกิดขึ้นจากการเห็นคุณค่าของหมออนามัยที่มีต่อสังคม โดยเฉพาะต่อประชาชนผู้ยากไร้ ความรู้สึกนี้ได้นำไปสู่อุดมทรรศน์ของวารสารนี้ที่ว่า "รักประชาชน - รักมหมออนามัย" บัดนี้ วารสารหมออนามัยได้ดำเนินการมาครบ 6 ปี อันเป็นระยะเวลาพอสมควรที่แสดงให้เห็นถึงปณิธาน ทิศทาง วัตถุประสงค์ สไตล์ สัญญลักษณ์ และการมีส่วนร่วม จะสังเกตอย่างหนึ่งว่าวารสารหมออนามัยไม่เข้าไปเล่นเกมส์อำนาจเลย แต่เน้น จินตนาการ ความรู้ ศิลปะ การจัดการ และการเชื่อมโยง เพื่อส่งเสริมความจริง ความงาม ความถูกต้อง และมิตรภาพอันนำไปสู่การสร้างพลังงานทางสังคม (social energy)
ในสังคมใหม่ที่เชื่อมโยง สลับซับซ้อน มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการแก้ไขอันนำไปสู่วิกฤตการณ์ต่างๆที่รวมเรียกว่า วิฤกตการณ์ทางสังคม ปัญหาเหล่านี้ต่างจากปัญหาครั้งโบราณ วิธีการแบบพระนเรศวรชนช้างที่ใช้ได้ดีในการเผชิญศัตรู ใช้ไม่ได้ผลกับปัญหาสมัยใหม่ เพราะปัญหาสมัยใหม่หาศัตรูไม่ได้ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอันสลับซับซ้อน สำหรับปัญหายากๆ เช่นนี้ การใช้อำนาจทุกชนิดไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นอำนาจอาวุธ อำนาจรัฐ หรืออำนาจเงิน แต่ต้องอาศัยพลังงานทางสังคมพลังงานทางสังคมอาศัยพื้นฐาน 6 ประการ คือ 1. การเคารพคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน อันเป็นพลังทางศีลธรรม 2. การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม อันเป็นพลังทางปัญญา 3. การมีองค์กร อันเป็นพลังทางการจัดการ
พลังงานทางสังคมอาศัยพื้นฐานทั้ง 3 ประการนี้ จึงมีศักยภาพสูงสุด
วารสารหมออนามัยเกิดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือถักทอพลังงานทางสังคม จึงเป็นกุศลกรรมอันยิ่งใหญ่ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านพิจารณาศึกษาให้เข้าใจ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาวารสารหมออนามัยให้เป็นกลไกสาธารณะที่มีคุณภาพ อันจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความผาสุกของประชาชน และเป็นการยกระดับทางจิตวิญญาณของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนให้สูงยิ่งขึ้น สมกับศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

พลเรือตรี วิทุร แสงสิงแก้ว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

หมออนามัย คือบุคลากรด้านสาธารณสุขที่เป็นพลังอันสำคัญและยิ่งใหญ่ ด้วยท่านเป็นเสมือนผู้แทนของกระทรวงสาธารณสุข ที่เข้าถึงสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างใกล้ชิด ดังนี้นงานด้านการพัฒนาสุขภาพอนามัยจึงสำเร็จและลุล่วงไปด้วยดี สมดังเจตนารมณ์ของทุกฝ่าย ผลงานที่ท่านทั้งหลายได้ตั้งใจมุ่งมั่น มุมานะ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จักได้แผ่ไพศาล ยังประโยชน์สู่พี่น้องประชาชนโดยทั่วไป
ในโอกาสที่ วารสารหมออนามัย ได้ดำเนินงานมาครบ 6 ปี ผมขอชื่นชมคณะผู้จัดทำวารสารทุกท่านที่ได้ดำเนินงานมาด้วยความต่อเนื่องและจริงจังตลอดมา เพื่อให้พี่น้องหมออนามัยผู้ซึ่งปฏิบัติงานในชุมชนที่ห่างไกลทุกท่าน ได้รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งเป็นขัวญและกำลังใจอันดีเยี่ยมอีกด้วย
สุดท้ายนี้ ผมขออำนวยพรให้หมออนามัยทุกท่านไม่ว่าท่านจะปฏิบัติภาระหน้าที่อันใด ขอให้ภาระนั้นบรรลุตามวัตถุประสงค์ดังที่ท่านตั้งใจไว้ทุกประการและขอให้วารสารหมออนามัย เจริญ ก้าวหน้า วัฒนาอย่างยิ่งยืนสืบต่อไป

นายแพทย์ยุทธ โพธารามิก
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ขอแสดงความยินดี กับ "วารสารหมออนามัย" ที่มีอายุครบรอบ 6 ปี ซึ่งได้ทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ และเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค เป็นอย่างดีมาโดยตลอด
ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต "หมออนามัย" ยังคงมีความสำคัญ แก่งานสาธารณสุข ระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านของประเทศเรา
กระทรวงสาธารณสุขจะมองข้าม "หมออนามัย" ไปไม่ได้ เขาทั้งหลายอยู่ในจุดแตกหัก ที่งานสาธารณสุขของชาติ จะเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง
จึงขอชื่นชมกับ "วารสารหมออนามัย" ที่ทำหน้าที่เสมือนเพื่อนที่ดีของ "หมออนามัย" ทั้งปวง ให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อพี่น้อง ประชาชน อันเป็นที่รักของเราตลอดไป

นายแพทย์มงคล ณ สงขลา
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

เมื่อปี 2533 ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมานั้น คุณหมอสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เขียนจดหมายมาขอให้เขียนอะไรก็ได้ลงในวารสาร "หมออนามัย" ฉบับแรก ยังเสียใจจนทุกวันนี้ที่พลาดโอกาสไม่ได้เขียนในขณะนั้น วันนี้คุณหมออำพล จินดาวัฒนะขอให้เขียนลงวารสาร ฉบับพิเศษครบรอบ 6 ปี จึงพยายามเขียนทั้งๆ ที่ไม่สันทัดนัก เพราะกลัวจะเสียใจเป็นครั้งที่สอง
บทบาทหมออนามัยเปลี่ยนแปลงไปเมื่อปี 2514 ซึ่งก่อนหน้านั้นหมออนามัยไม่มีหน้าที่ในการรักษาพยาบาล บทบาทหลักกำหนดให้บริการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ในปี 2514 กำหนดให้ทำหน้าที่รักษาพยาบาลร้อยละ 25 ส่งเสริมและป้องกันร้อยละ 75 จากวันนี้นถึงวันนี้สัดส่วนเปลี่ยนแปลงไปมากในหลายพื้นที่ เพราะภาวะเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไปซึ่งทุกคนตระหนักดี สำคัญว่าอนาคตที่น่าจะเป็นนั้นคืออะไร
หมออนามัยจะเป็นใคร กลุ่มไหนก็แล้วแต่ในอนาคตจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ อาจให้บริการเองบ้างในบางส่วน ในสถานบริการ 1 แห่ง จะดูแลสุขภาพประชาชนไม่เกิน 500 หลังคาเรือน ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะบริการแบบ 7-ELEVEN สถานบริการจะมีข้อมูลพื้นฐานของประชาชนทุกคน รวมทั้งความเสี่ยงต่อสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจรวมถึง Genomapping ด้วย รายได้หลักของหมออนามัยจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ที่อยู่ในความดูแล
อสม.ก็เช่นเดียวกันมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เริ่มต้นตั้งแต่ถือกำเนิดเป็นทางการจากโครงการ DEAD ที่จังหวัดลำปางที่มีทั้ง ผสส.และ อสม. มาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งแรกปรับเป็นอสม.ทั้งหมดที่จังหวัดแพร่ ในปี พ.ศ. 2528 มีแต่ อสม. ปี พ.ศ. 2530 ที่จังหวัดลำปาง, ปี พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดนครราชสีมาและเปลี่ยนเป็น อสม.ทั้งหมดทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2538
อสม.ได้รับการยกย่องจากบุคคลทั่วไปตลอดมาจากความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่สวัสดิการได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆความรู้เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะมีโอกาสได้ศึกษานอกโรงเรียนจากโครงการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับ อสม. ซึ่ง ดร.รุ่ง แก้วแดง เป็นผู้ริเริ่มให้การสนับสนุนในปี 2538 ผมโชคดีมีโอกาสร่วมลงนามในโครงการกับ ดร.รุ่ง แก้วแดง
อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งสิ่งแวดล้อมอื่นๆทำให้บทบาท อสม.เปลี่ยนแปลงไป ข้อมูลข่าวสารไปถึงประชาชนทุกหนทุกแห่งการศึกษาของประชาชนดีขึ้น อสม.ไม่ได้เป็นผู้รู้มากกว่าคนอื่นอีกต่อไป ดังนั้นการให้คำแนะนำของ อสม.จึงลดความสำคัญลง เพราะประชาชนทุกคนเป็น อสม.หมดแล้ว
หมออนามัย จะเตรียมตัวอย่างไรสำหรับสภาวะในอนาคตที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินการบริการที่ อสม.จะไม่อยู่เป็นผู้ช่วยเหลือใกล้ชิดอีกต่อไป น่าจะเตรียมหาคำตอบไว้

นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์
ผู้ช่วยปลัดกระทรวงด้านนโยบายฯ

"หมออนามัย" เกิดขึ้นเนื่องจากการตระหนักดีว่า บริการด่านแรกใระบบบริการสาธารณสุข เป็นบริการที่มีความสำคัญที่สุด เป็นเสมือนหนึ่ง "หน่วยบริการประจำครอบครัว" ที่จะคอยเอาใจใส่ดูแลการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เช่น การดูแลก่อนคลอด การให้วัคซีนเด็กเกิดใหม่ การให้คำแนะนำในเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ ฯลฯ และคอยให้การรักษาพยาบาลในโรคง่ายๆรวมทั้งการส่งต่อเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน หมออนามัยจึงมีความสำคัญแก่ครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างมาก เป็นผู้ที่ใกล้ชิดครอบครัวและชุมชนที่สุดในพื้นที่ทุกตารางเมตร ความเป็นหมออนามัยจึงเป็นเสมือนสถาบันหนึ่งที่มีความภาคภูมิและมีเกียรติ การแลกเปลี่ยน สื่อสาร เพื่อให้ความรู้มีอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ลดถอย การเรียนประสบการณ์จากเพื่อนหมออนามัยด้วยกันเพื่อพัฒนาการทำงานของตนเองให้มีระดับที่สูงขึ้นตลอดเวลา ก็คือการรักษาเกียรติและความภาคภูมิของตนเองไว้ ขอให้ "หมออนามัย" ก้าวเดินต่อไปเพื่อการพัฒนาหน่วยบริการประจำครอบครัวให้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเพื่อสาธารณสุขไทยที่ยั่งยืนต่อไป

นายสนอง นนทรัตน์
สาธารณสุขอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย

ทุกๆหน่วยงานย่อมจัดตั้งขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งและหน่วยงานย่อมจะต้องอาศัยตัวพนักงานหรือผู้ปฏิบัติงาน เป็นหัวใจสำคัญที่จะผลักดันภาระกิจทั้งหลายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน "หมออนามัย" ก็เป็นผู้หนึ่งซึ่งปฏิบัติงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีภาระรับผิดชอบมาก และถูกปล่อยปละละเลยให้อยู่ตามประสาหมออนามัยไกลปืนเที่ยงมานานแสนนาน ขาดขวัญกำลังใจ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไปไม่ค่อยจะถึง อาจจะถึงแต่ก็น้อยมากหรือช้าเกินไป
วารสาร "หมออนามัย" เป็นสิ่งหนึ่งที่จะสร้างขวัญกำลังใจ และนำข้อมูลข่าวสารต่างๆลงไปถึงระดับหมออนามัยในพื้นที่ เป็นเวทีที่ให้หมออนามัยได้แสดงความคิดเห็น ถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ปัญหาในการปฏิบัติงาน และยังเปิดโอกาสให้หมออนามัยสามารถสอบถามปัญหาและข้อข้องใจต่างๆจากคณะบรรณาธิการและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงโดยตรง อีกทั้งวารสารหมออนามัยยังเป็นแหล่งให้ความรู้ต่างๆ ทั้งทางด้านสาธารณสุขและอื่นๆมากมาย อาทิเช่น นวกรรมต่างๆ และยังเป็นสิ่งที่กระตุ้นทำให้หมออนามัยที่ได้อ่านวารสารเกิดจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติงาน มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล อันจะส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำให้ประชาชนที่ได้รับบริการมีสุขภาพกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และตายอย่างมีศักดิ์ศรี
ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ขอขอบพระคุณคณะผู้จัดทำวารสารหมออนามัยเป็นอย่างสูง ที่มีส่วนในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารต่างๆ และเป็นแหล่งให้ความรู้แก่หมออนามัยในพื้นที่ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทยสามารถจะช่วยเหลือหรือมีส่วนช่วยผลักดันได้ ทางชมรมฯยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะรับใช้และให้ความร่วมมือด้วยความยินดียิ่ง

นายแพทย์บุญเรียง ชูชัยแสงรัตน์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต
"วารสารหมออนามัย 2000"

ปีที่ 7 ของการจัดทำวารสารหมออนามัย ซึ่งเป็นวารสารที่สามารถเชื่อมโยงความคิด ความรู้สึกของหมออนามัยทั่วประเทศได้ดีฉบับหนึ่ง โอกาสนี้ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นให้วารสารหมออนามัยเป็นวารสารที่ดี ในปี คศ.2000
กระแสสำคัญของสังคม คือ กระแสปฏิรูปการเมือง เมื่อมีการปฏิรูปการเมืองแล้วย่อมมีคลื่นการปฏิรูปของวงการต่างๆในสังคมตามมา วารสารหมออนามัยเป็นส่วนหนึ่งของสังคมย่อมมีการปฏิรูปไปด้วย ที่ผ่านมาอำนาจที่สำคัญ คำชี้นำหรือบทความยังมาจากส่วนกลาง ในระยะหลังวารสารหมออนามัยได้พัฒนาเอาความคิดเห็นของวารสารหมออนามัยในชนบทเล็กๆมาเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะคืนอำนาจการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับหมออนามัยในการจัดทำวารสารให้เป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข
หากเป็นไปได้วารสารหมออนามัยในอนาคต น่าจะเชื่อมโยงความต้องการของประชาชนทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ กับความคิดเห็นของหมออนามัยทุกส่วน และแนวทางของผู้บริหารในส่วนกลาง เพื่อกำหนดเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขนำไปสู่ประชาชน ความสำเร็จเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของกองบรรณาธิการในการที่จะสำรวจหรือสัมภาษณ์ประชาชน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของระบบสาธารณสุขในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันรูปแบบใหม่ของวารสารหมออนามัยในอนาคต ไม่จำเป็นต้องเสนอแต่ความดีเด่น บางครั้งความล้มเหลว ความผิดพลาดก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการเรียนรู้ที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก หวังว่า วารสารหมออนามัยในปีที่ 7 คงเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ด้วยความมั่นคงในทิศทางที่ประชาชนต้องการ และสำเร็จเป็นภาพพจน์ที่ดีในปี ค.ศ. 2000

นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น

วารสารหมออนามัย ได้ยืนหยัดมาครบ 6 ปี ผมเองติดตามสนับสนุนวารสารหมออนามัยตั้งแต่เริ่มฉบับแรกด้วยความรู้สึกศรัทธาทีมงานและแนวทางของวารสาร และได้โอกาสสนับสนุนอย่างเต็มที่เมื่อครั้งผมดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองสาธารณสุขภูมิภาค ผมขอแสดงความชื่นชมทีมบรรณาธิการที่แสดงความสามารถและเสียสละผลิตวารสารที่มีคุณภาพสม่ำเสมอตลอดมา วารสารหมออนามัยมีคุณค่ามาก เพราะประกอบด้วยเรื่องหลากหลาย ทั้งความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆทั้งด้านบริหาร วิชาการ รวมทั้งให้กำลังใจกับหมออนามัย
คอลัมน์ประจำ เช่น การเรียนรู้จากผู้ป่วยเขียนได้ดีมาก เป็นทั้งการสอน ให้แนวคิด ตัวอย่างที่ดี, เรื่องสั้น อ่านแล้วเห็นภาพสภาพการทำงานจริงของหมออนามัย บางเรื่องอ่านแล้วซาบซึ้งกับบทบาทของหมออนามัย คอลัมน์และบทความอื่นๆล้วนแต่น่าอ่านและเป็นประโยชน์ต่อหมออนามัยทั้งทางตรงและทางอ้อม
หมออนามัยเป็นบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดแตกหักของงานสาธารณสุข คือตำบลและหมู่บ้าน คุณภาพ ประสิทธิภาพ และจริยธรรมของหมออนามัย เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากของงานพัฒนาสาธารณสุข
ผมจึงหวังว่า หมออนามัยทุกท่านจะได้ตระหนักถึงความสำคัญ ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองและปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับเป็นที่พึ่งที่ใกล้ชิดของประชาชน
ผมขออำนวยพรให้วารสารหมออนามัยเจริญรุ่งเรือง มีคุณภาพและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดไป

นายแพทย์วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์

กว่าวารสารหมออนามัยจะมาถึงจุดนี้เวลานี้คือ ครบรอบ 6 ปี ได้นั้นก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและปัญหาต่างๆมามากมายพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกำลังทรัพย์ในการดำเนินการ กำลังคนที่จะมาช่วยในกองบรรณาธิการ สถานที่ตั้ง office ของกองบรรณาธิการ ตลอดจนภาพพจน์ที่ถูกมองทั้งทางด้านบวกและด้านลบจากผู้บริหารในกระทรวงระดับต่างๆแต่ผมเชื่อว่าการที่วารสารหมออนามัยยังคงอยู่ได้และมีความก้าวหน้าในตัวกิจการพอสมควรในระดับหนึ่งที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ
1. สัมมาทิฐฐิของผู้ก่อตั้ง, ผู้ดำเนินการและกองบรรณาธิการ
เจตนาที่ดีและบริสุทธิ์ที่มุ่งหวังประโยชน์ไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับล่างรวมถึงประชาชน
ข้อมูลการศึกษาล่าสุดพบว่าผู้ป่วยนอกของสถานบริการสาธารณสุขของรัฐบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจำนวน 100 คน เป็นผู้ไปใช้บริการที่สถานีอนามัยถึง 46 คน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในฐานะที่สถานีอนามัยต้องรองรับและเป็นด่านหน้าในการดูแลและแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เช่นนี้สมควรที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องหันมาให้ความสนใจและทุ่มเทกับการพัฒนาสุขที่สถานีอนามัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาด้านกำลังคนทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ โครงการทศวรรษแห่งการพัฒนาสถานีอนามัยในระยะที่ 2 นี้ควรทุ่มเทให้ความสำคัญอย่างเอาจริงเอาจังกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

น.พ.ประทีป ธนกิจเจริญ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญ
อดีตบรรณาธิการวารสารหมออนามัย

วันนั้นเมื่อหกปีที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้นสองกองแผนงาน (ขณะนั้น) ตึกสป. เก่า พี่สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ และพี่สงวน นิตยารัมภ์พงษ์ ได้ชวนผมให้เข้าร่วมประชุม ดูเหมือนจะมีด้วยกัน 8 - 10 ท่าน รวมทั้งพี่ประมวล อ่อนฤทธิ์ ประธานชมรมสาธารณสุขอำเภอ และพี่วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ประธานชมรมแพทย์ชนบทขณะนั้น เพื่อวางเค้าโครงของวารสารหมออนามัย และคำขวัญ "รักประชาชน รักหมออนามัย" ได้เกิดขึ้นในวงประชุม จากคำพูดด้วยประสบการณ์และมองการณ์ไกลของอาจารย์ประเวศ วะสี ประธานในวันนั้น ต่อมาอีกไม่นาน ผมได้ถือหนังสือและโครงการเข้าพบ อาจารย์วิทุร แสงสิงแก้ว ซึ่งขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดูแลโครงการ ทสอ. ประชุมอยู่ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ อาจารย์บอกว่าเห็นด้วยและจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมกับเซ็นอนุมัติงบประมาณขององค์การอนามัยโลกที่ท่านดูแลอยู่จำนวนสามแสนบาท เป็นเงินทุนเริ่มต้นของวารสารหมออนามัย โดยย้ำว่าอยากเห็นวารสารถึงมือและเป็นประโยชน์กับหมออนามัยส่วนใหญ่ อย่าเป็นเครื่องมือของกลุ่มใดโดยเฉพาะ
และแล้ว หกปีที่ผ่านมา วารสารหมออนามัยไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับทั้งอาจารย์ประเวศ วะสี และอาจารย์วิทุร แสงสิงแก้ว เพราะวารสารได้ผลิตออกมาสู่สายตาหมออนามัยอย่างต่อเนื่องเคียงคู่กับการเคลื่อนไหวของโครงการ ทสอ. เป็นสื่อกลางของหมออนามัย มีหมออนามัยหลายคนอาสาร่วมอยู่ในกองบ.ก. มีข้อเขียนจากหมออนามัยทั่วประเทศตีพิมพ์ และได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด
วันนี้ ผมมาเป็นหมอบ้านนอก มีโอกาสได้ยินหมออนามัยถามหาวารสารหมออนามัยฉบับล่าสุด ได้เห็นบางสถานีอนามัยสะสมวารสารหมออนามัยตั้งแต่ฉบับแรกถึงฉบับที่พึ่งผ่านมาสายตาผมเมื่อเดือนที่แล้ว จึงอดภูมิใจแทนกอง บ.ก. ไม่ได้ และขอให้วารสารหมออนามัยเดินหน้าต่อไป