ภูมิปัญญาไทย " สมุนไพรไทยในทศวรรษหน้า "

พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ/ภัทราพร ตั้งสุขฤทัย
ยารักษาโรคเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ คนไทยสมัยโบราณมีวิถีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ เมื่อเจ็บป่วยก็ดูแลรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา เช่นการนวด อบสมุนไพร ใช้ยาสมุนไพร หรือบูชาภูติผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเจ็บป่วยกับยาสมุนไพรจึงเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์มาหลายชั่วอายุคน โดยผ่านการสืบทอดด้วยการบอกเล่าต่อกันมา การบันทึกลงในหิน สมุดข่อย ใบลาน จนกระทั่งมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบในปัจจุบัน
นับตั้งแต่แผนพัฒนาสาธารณสุขฉบับที่ 4 ได้มีการพัฒนารูปแบบการใช้สมุนไพรในการดูแลการเจ็บป่วยด้วยโรคขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชน ซึ่งเป็นการประหยัดรายจ่าย ลดอันตรายจากการใช้ยาแผนปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสมุนไพรที่ประชาชนนำมาใช้ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพร ปัญหาเรื่องแหล่งที่ปลูก ตลอดจนขั้นตอนการนำมาใช้ที่ไม่สะดวก กลิ่นและรสไม่ชวนกิน ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่นิยม นอกจากนี้ยังพบปัญหาในเรื่อง การนำคำว่า "ธรรมชาติ" มาเป็นจุดขาย เพื่อแสวงหากำไร เกิดการโฆษณาชวนเชื่อผลการรักษาหรือสรรพคุณที่เกินความเป็นจริง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภค ส่งผลให้การพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยหยุดชะงักเป็นระยะ ประชาชนขาดความมั่นใจที่จะใช้สมุนไพร
ในแผนการพัฒนาสาธารณสุขฉบับที่ 8 รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีการพัฒนาการแพทย์แผนไทยไว้อย่างชัดเจน จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการพัฒนาการแพทย์แผนไทยเป็นไปในทางบวกมากขึ้น ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร มีการพัฒนารูปแบบผลิภัณฑ์สมุนไพรจนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ในอนาคตสมุนไพรไทยจะต้องเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนทั่วโลกแสวงหา ทั้งนี้จะต้องมีการศึกษาวิจัยภูมิปัญญาไทยให้ครอบคลุมทั้งด้านวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และที่สำคัญคนไทยทุกคนต้องช่วยกันปลูกฝังจิตสำนึกเด็กไทยให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของสมุนไพรไทย
อย่างไรก็ตามจากบทเรียนการพัฒนาที่ผ่านมา พบปัญหาอุปสรรคหลายประการ ดังนี้
1) ขาดนโยบายที่เด่นชัดและขาดแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเท่าที่ควร ผู้รับผิดชอบงานขาดแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน
2) ไม่มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและประสานงานโดยตรง มีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน
3) ปัญหาในด้านการบริหารจัดการ สาเหตุจากนโยบายยังไม่เป็นรูปธรรม ขาดการประสานงาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงยังไม่ให้ความสำคัญ
4) ขาดการสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสมุนไพรให้เป็นยาหรือผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ต้องใช้งบประมาณสูงซึ่งรัฐไม่สามารถแบกรับภาระได้
5) ปัญหาการวิจัยไม่ครบวงจร และขาดหน่วยงานที่จะรวบรวม วิเคราะห์ ประเมินผล
6) ปัญหาด้านการผลิตยาจากสมุนไพรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบ ขาดเทคโนโลยีในการผลิต ควบคุมคุณภาพ ตลอดจนปัญหาด้านกฎหมาย การขึ้นทะเบียนตำรับยา และปัญหาด้านระบบข้อมูล
7) ปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ไม่ต่อเนื่อง ยังอยู่ในวงแคบ ขาดการสนับสนุนงบประมาณหรือการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

แนวทางการพัฒนาสมุนไพรไทย

1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตสมุนไพร การนำไปใช้ และความต้องการของตลาด
2. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณสมุนไพรไทย และการพัฒนาเพื่อเป็นรูปแบบที่น่าใช้ เหมาะกับสังคมไทย
3. สร้างค่านิยม และจิตสำนึกของสังคมไทยในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย
4. ส่งเสริมให้คนไทยนำสมุนไพรไทยมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งเป็นอาหารและเป็นยา
5. เร่งพัฒนาคุณภาพผลงานให้ได้มาตรฐาน สามารถขึ้นทะเบียนและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ