จิตเป็นนาย " สุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพในสหัสวรรษหน้า "
นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์
ถ้ามีคุณปู่ของเราสักคนเกิดในปี ค.ศ.1900 และมีชีวิตยืนยาวมาจนเกือบๆปี ค.ศ.2000 คุณปู่ท่านคงไม่ทราบว่าในช่วงชีวิตหนึ่งของท่านนั้น พลเมืองโลกได้เพิ่มจาก 1.5 พันล้านคน เป็น 6 พันล้านคน พลโลกเพิ่มขึ้นจำนวน 4 เท่า ในเวลาเพียงหนึ่งศตวรรษ ในขณะที่โลกใช้เวลาหลายพันปีก่อนที่จะมีพลเมืองเท่ากับต้นปี ค.ศ.2000 สาเหตุของการเพิ่มพลเมืองโลกอย่างมหาศาลนี้ไม่ได้มาจากอัตราการเกิดที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเท่านั้น แต่ด้วยการทุ่มเททำงานของผู้คนในวงการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก ที่ช่วยให้อัตราตายของทารกลดลงมากกว่า 20 % และทำให้โรคติดเชื้อที่เคยเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพในอดีตหมดไป
ปัจจุบันแนวคิดเรื่องสุขภาพกำลังเปลี่ยนไป โดยคำนึงถึงเรื่องอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วย 6 ประการ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การติดเหล้า ยาเสพย์ติด การมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม และพฤติกรรมเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ เพราะทั้ง 6 พฤติกรรมนี้ เป็นภาระในการสูญเสียค่าใช้จ่ายรวมกันถึง ร้อยละ12.5 ซึ่งหากเราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพก็จะลดลงไป
นอกจากปัญหาในเรื่องพฤติกรรมสุขภาพแล้ว ในอนาคตปัญหาทางสุขภาพจิตก็จะมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จากการศึกษาวิจัยของธนาคารโลกร่วมกับมหาวิทยาลัย Harvard และองค์การอนามัยโลก พบว่าแม้โรคทางจิตเวชจะเป็นสาเหตุการตายเพียง 1 % แต่ความสูญเสียที่เกิดจากโรคนี้มีมากถึง 11 % ของความสูญเสียจากโรคทั้งหมด ซึ่งมากกว่าโรคหัวใจหรือมะเร็ง และในอีก 20 ปีข้างหน้า คือ ค.ศ.2020 หรือ พ.ศ.2563 โรคซึมเศร้าจะเป็นสาเหตุของการตายและการสูญเสียความสามารถเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ โดยมีความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรเป็นอันดับ 3 ดังนั้นในสหัสวรรษใหม่นี้ ปัญหาสุขภาพจิตเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญ และเราคงต้องเตรียมตัวที่จะพบและหาทางแก้ไขต่อไป ดังที่ท่านประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้กล่าวไว้ว่า " สุขภาพจิตเป็นหนึ่งในอุปสรรคสุดท้ายของการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของมนุษย์ แม้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องในเรื่องค่านิยมในสังคม และการถูกละเลยไม่เอาใจใส่ ปัญหาสุขภาพจิตจึงควรจัดอยู่ในความสำคัญระดับนานาชาติ "