<?xml version="1.0" encoding="TIS-620"?>
<rss version="2.0">
<channel>
<title>ข่าว rss</title>
<description>Rss XML</description>
<link>http://www.moph.go.th</link>
<pubDate>Wed, 19 Jun 2013 22:57:37 +0700</pubDate>
<item>
<title>แท็บเล็ท(Tablet) ช่วยกระตุ้นพัฒนาการได้ แต่ต้องรู้เท่าทัน!!</title>
<description>กรมสุขภาพจิต เผย เด็ก ป.1 30% พัฒนาการล่าช้า แนะ แท็บเล็ท (Tablet)ช่วยได้ แต่ต้องรู้เท่าทัน วันนี้ (22 พ.ค.2555) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์อธิบดีกรมสุขภาพจิตพร้อมด้วยทีมโฆษกและคณะผู้บริหาร กล่าวถึงแท็บเล็ท(Tablet) กับพัฒนาการเด็กไทย พบ เด็ก ป.1มีพัฒนาการบางอย่างล่าช้า โดยเฉพาะ ทักษะการใช้ภาษาที่ยังไม่คล่องส่วนใหญ่ยังอ่านและเขียนไม่ได้ แนะ ครูและพ่อแม่ต้องรู้เท่าทัน ใกล้ชิดฝึกคิด ปลูกจิตสำนึกและสร้างกรอบวินัย ป้องกันโรคติด Tabletนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าจากผลสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัย กรมอนามัยและการติดตามสถานการณ์สติปัญญาเด็กนักเรียนไทยของกรมสุขภาพจิต พบว่าพัฒนาการเด็กปฐมวัย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 - 2550 มีแนวโน้มลดลง จากร้อยละ 79.9 เป็น ร้อยละ 67.7 ตามลำดับ ซึ่งในจำนวนนี้ จะมีเด็ก ป. 1จำนวนร้อยละ 30 มีพัฒนาการบางด้านล่าช้าขาดความพร้อมเมื่อเทียบกับเพื่อนวัยเดียวกันซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความไม่พร้อมในการเรียนรู้ตามวัยจำเป็นต้องให้การดูแลพิเศษเพื่อให้มีพัฒนาการปกติโดยเร็วเพื่อเตรียมรับความพร้อมในการเรียนรู้ในระบบปกติ ทั้งนี้ ในภาพรวมศักยภาพของเด็กไทย ชั้น ป.1-ป.3 พัฒนาการของเด็กยังไม่ถึงทั้งทักษะการใช้ภาษาที่ยังไม่คล่องส่วนมากยังอ่านและเขียนไม่ได้อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่าสมองของเด็กเรียนรู้มากกว่าสมองของผู้ใหญ่เป็นพันๆเท่าเด็กเรียนรู้ทุกอย่างที่เข้ามาปะทะสิ่งที่เข้ามาปะทะล้วนเป็นข้อมูลที่เข้าไปกระตุ้นสมองเด็กทำให้เซลล์ต่างๆเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเส้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อต่างๆอย่างมากมายซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สมอง จะทำหน้าที่นี้ไปจนถึงอายุ 10 ปี จากนั้นสมองจะเริ่มขจัดข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันทิ้งไปเพื่อให้ส่วนที่เหลือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพทางสมองจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงกระบวนการทำงานของสมองให้เกิดการทำงานที่ประสานสัมพันธ์กันระหว่างสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสำหรับเด็กอายุ 6-7 ปีเป็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ควรพัฒนาทักษะทุกอย่างรอบด้าน เช่นทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือในการขีดเขียน ทักษะการฟัง ทักษะการเคลื่อนไหวทักษะทางสังคม เช่น การรู้จักรอคอย การแบ่งปันซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารสองทาง (Two Ways Communications)ส่วนเรื่องทักษะด้านภาษา การขีดเขียน เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งเด็กวัยนี้ต้องการ การเรียนรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์กับบุคคลจริงอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึง การใช้ แท็บเล็ท (Tablet)เพื่อการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ว่า แท็บเล็ทเป็นสื่อทันสมัย ช่วยเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้กว้างขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้สื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทั้งพ่อแม่ ครูและนักเรียน ช่วยให้เด็กได้ฝึกประสบการณ์ทางภาษามีประสบการณ์เรื่องเทคโนโลยี การฝึกคิดสร้างสรรค์ เกิดความสนใจใฝ่รู้แต่จำเป็นที่ทุกคนต้อง รู้เท่าทัน ว่า- แท็บเล็ท (Tablet) เป็นของเล่นอิเล็กทรอนิกส์เครื่องเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์แบบพกพารุ่นใหม่หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสามารถในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในด้านต่างๆให้กับเด็ก- เป็นแหล่งเข้าถึงข้อมูล ห้องสมุดในโรงเรียน หอสมุดแห่งชาติหรือห้องสมุดสาธารณะขนาดใหญ่ที่ไม่มีเวลาปิดทำการเป็นห้องเรียนสำหรับเด็กในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลระหว่างเพื่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดจนเป็นพื้นที่ของการถกเถียงแลกเปลี่ยนความรู้ของกลุ่มเด็กๆที่สนใจเรื่องเดียวกัน- เป็นอุปกรณ์พกพาที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเด็ก หรือพื้นที่เล็กๆที่ครอบครัวจะใช้เวลาเรียนรู้การใช้งานและสร้างกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวโดยใช้แท็บเล็ท (Tablet) เป็นเครื่องมือ- เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่ออัพโหลดรูปภาพส่วนตัว บอกเล่าชีวิตประจำวันในพื้นที่สาธารณะซึ่งต้องเตรียมความพร้อมให้เด็กเข้าใจการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน- เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ลดปริมาณกระดาษลดน้ำหนักของกระเป๋าหนังสือเป็นเหมือนหนังสือมีชีวิตที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นระบบสามารถโต้ตอบผู้อ่านได้ หรือเป็นพื้นที่ในการแสดงความสร้างสรรค์ของเด็กๆเช่น หนังสั้น มิวสิกวิดีโอ แอนิเมชัน บทเรียนออนไลน์ เป็นต้นตลอดจนสามารถทำให้กลายเป็นห้องสมุดที่สะสมหนังสือน่าอ่านไว้ได้มากมาย- เป็นที่เก็บแอพพลิเคชันล้ำสมัยเพื่อบ่งบอกถึงความทันสมัยของเจ้าของหรือเป็นที่เก็บแอพพลิเคชันที่จำเป็นต่อการทำงาน การพัฒนาผลงานและโอกาสในการพัฒนาต่อยอดแอพพลิเคชันต่อไปเพื่อให้เกิดการใช้ แท็บเล็ท อย่างสร้างสรรค์ ไม่เกิดโรคติดแท็บเล็ทอย่างที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกัน อธิบดีกรมสุขภาพจิต มีข้อแนะนำ ดังนี้ข้อแนะนำสำหรับครู- ต้องมีความพร้อมและรู้เท่าทันเทคโนโลยี ตลอดจนต้องเตรียมการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น- ต้องจัดสิ่งแวดล้อมที่จูงใจและเสริมแรงให้เกิดการเรียนรู้- จัดกิจกรรมและสถานการณ์ให้เด็กได้แสดงออกและคิดอย่างสร้างสรรค์ส่งเสริมให้นักเรียนฝึกคิดและทำ- ต้องใช้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้นข้อแนะนำสำหรับ พ่อแม่ ผู้ปกครองTablet มีประโยชน์มากมายมหาศาล แต่อาจกลายเป็นพิษ สำหรับลูกหลานได้หากไม่มีการดูแลกำกับการใช้ เด็กอาจถูกบั่นทอนสุขภาพ ใช้ Tablet เพลินจนไม่กิน ไม่นอน นิ้ว-คอเคล็ด ไม่อยากวิ่งเล่น เขียนหนังสือหรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ที่สำคัญ อาจเกิดโรคติด Tabletซึ่งการปฏิเสธเทคโนโลยี ไม่ให้เด็กเข้าไปเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและเป็นไปได้ยากมากในยุคที่เด็กต้องเติบโตท่ามกลางกระแสการไหล่บ่าของเทคโนโลยีดังนั้น สิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะทำได้ คือ ต้องติดอาวุธทางความคิด(ปัญญา) และสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานให้สามารถอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างฉลาดรู้(รู้เท่าทัน) ดังนี้1. ใกล้ชิดนับว่ามีความสำคัญเป็นอันดับแรกสุด พ่อแม่ต้องแบ่งเวลาเลี้ยงดูลูกเล่นกับลูก สอนลูกตั้งแต่วัยแบเบาะ สร้างความรัก ความอบอุ่น ความผูกพันซึ่งจะเป็นรากฐานแห่งสายสัมพันธ์ในครอบครัวอันยาวไกล ทั้งนี้หากลูกได้รับ Tabletควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ทำกิจกรรมร่วมกันร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนการรับรู้ การให้เหตุผล ในมุมมองของพ่อแม่ตลอดจนสอบถามเรื่องงานที่ครูมอบหมายผ่าน Tabletรวมทั้งสังเกตและติดตามความรู้สึกของลูกจากการใช้ Tablet อยู่เสมอ2. ฝึกคิดและทักษะชีวิตจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ลูก เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ เล่นของเล่นเล่นเกม พาไปทัศนาจร เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเรื่องราวเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ฝึกให้ช่วยทำงานบ้านฝึกแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องสอนให้ฝึกคิดเป็นและรู้หลักการดำเนินชีวิตที่ดีงามทั้งนี้ ในการใช้ประโยชน์จาก tabletพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ให้กับลูกตลอดจนหาประเด็นแง่มุมการเรียนรู้ด้านบวกจากการใช้งาน รวมทั้งควรสอนให้ลูกมีหลักคิด อย่างน้อย 2 เรื่อง ได้แก่2.1 หลักคิด เรื่อง &quot; คุณ-โทษ &quot; คือ สรรพสิ่งในโลกนี้ย่อมมีทั้งคุณ (ดี)และโทษ (เลว) ในตัวมันเองเสมอ เป็นดาบสองคมที่ควรเลือกใช้ประโยชน์ให้ถูกและป้องกันโทษที่จะเกิดขึ้น2.2 หลักคิด เรื่อง &quot;คุณค่าแท้-คุณค่าเทียม &quot; คือ มอง แยกแยะสิ่งต่างๆให้ออกว่า อะไรคือคุณค่า (ประโยชน์) แท้จริง อะไรคือคุณค่า (ประโยชน์)ที่มากกว่าประโยชน์แท้จริง เช่น นาฬิกามีคุณค่าแท้คือ บอกเวลาคุณค่าเทียมคือ เป็นของประดับ ซึ่งควรให้ความสำคัญต่อคุณค่าแท้มากกว่าคุณค่าเทียม ที่จะช่วยให้ลูกมีความฉลาดมีเหตุมีผลและมีความพอเพียงในการบริโภค3. ปลูกจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบฝึกให้รู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง พ่อแม่ ครอบครัว เพื่อน ครู และสังคม4. สร้างกรอบวินัย- ฝึกลูกให้รู้จักมีระเบียบวินัยและกติกาเพื่อไม่ให้ทำอะไรตามใจตัวเองจนมีผลเสียต่อหน้าที่ การงาน การพัฒนาตนและบุคลิกภาพที่ดี มีวุฒิภาวะ ทั้งนี้ ควรหาอุบายให้รางวัลเมื่อลูกทำดีและลงโทษเมื่อลูกทำผิด- ตั้งกฎเกณฑ์กติกาในการใช้งานตั้งแต่แรก เช่น การจำกัดเวลาและเงื่อนไขทั้งนี้ ควรใช้ tablet ไม่เกินวันละ ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงโดยสร้างกิจกรรมอื่นของครอบครัวร่วมด้วยโดยต้องชี้แจงถึงเหตุผลจนลูกเข้าใจและยอมรับหากทำผิดกติกาจะต้องหาอุบายลงโทษ- ส่งเสริมให้ลูกใช้ไอทีในการค้นคว้าเรียนรู้ ทำรายงานส่งครู วาดภาพเล่นดนตรี มากกว่าเล่นเกม อย่างไรก็ตาม หากลูกต้องการเล่นเกมพ่อแม่ไม่ควรห้ามแต่ควรดูเกมที่ลูกเล่นว่ามีความเหมาะสมตามวัยของลูกเพียงใด ซึ่ง ทั้ง 4ข้อนี้ จะเป็นภูมิคุ้มกันโรคติดการใช้ Tablet หรือไอที ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังได้ร่วมมือกับแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)พัฒนาสื่อเรียนรู้สำหรับเด็กและพ่อแม่ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในโครงการ แท็บเล็ท (Tablet ) ของรัฐบาลได้ประกอบด้วย การ์ตูนพัฒนาทักษะชีวิต สำหรับนักเรียนป.1-3สำหรับการเรียนรู้ทักษะชีวิตในประเด็นสำคัญของวัย และ ละครเสียงสำหรับพ่อแม่ ในชื่อ &quot;พ่อแม่เลี้ยงบวก&quot; เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกให้กับพ่อแม่ การเข้าถึง Tabletเปรียบเสมือนการได้เครื่องมือการเรียนรู้มาหนึ่งชิ้น ฝ่ายต่างๆจึงควรเร่งพัฒนาเนื้อหาและสิ่งสนับสนุนเพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.jitdee.comอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว ***********************www.dmh.go.th 22พฤษภาคม 2555</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=4820</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:32 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>ติดตามความปลอดภัยของอาหารจากญี่ปุ่น</title>
<description>ติดตามความปลอดภัยของอาหารจากญี่ปุ่น
ผลตรวจวัดสารกัมมันตรังสีในอาหารที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น 
มาตรการการดำเนินงานของ อย.
ความรู้ทั่วไป</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=547</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:31 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>รอบรู้เรื่องยาและสุขภาพกับองค์การเภสัชกรรม</title>
<description>องค์การเภสัชกรรม ผลิตสารคดีวิทยุ ชุด 'รอบรู้เรื่องยาและสุขภาพกับองค์การเภสัชกรรม' เผยแพร่ผ่านสื่อวิทยุ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ใช้ยาอย่างเหมาะสม และลดการใช้ยาเกินความจำเป็น ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง ในรูปแบบสารคดีวิทยุ ชุด 'รอบรู้เรื่องยาและสุขภาพกับองค์การเภสัชกรรม' เป็นลักษณะสารคดีสั้นด้านสุขภาพ สนทนากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เภสัชกร และเกร็ดความรู้ด้านสุขภาพ โดยออกอากาศทางสถานีวิทยุ สวพ. FM 91.0 MHz ทุกวันจันทร์ -อาทิตย์ เวลา 09.35, 19.30 น. สถานีวิทยุ จส.100 FM 100.0 MHz ทุกวันจันทร์ -อาทิตย์ เวลา 06.55, 17.05 น. สถานีวิทยุ FM 101.0 MHz Radio Reportone ทุกวันจันทร์ -อาทิตย์ เวลา 06.30 และสถานีวิทยุครอบครัวข่าว FM 106.0 MHz ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.35น. โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2554 

</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=250</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:31 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>วัคซีน...กับความจำเป็นเมื่อเดินทาง</title>
<description>วัคซีน...
กับความจำเป็นเมื่อเดินทาง
 ในโลกยุคใหม่การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักเดินทางทวีจำนวนขึ้นพร้อม ๆ กับความรวดเร็วและความสะดวกสบายที่ได้รับจากการเดินทาง

ในขณะเดียวกันความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บของแต่ละท้องถิ่นซึ่งเคยอยู่ห่างไกลก็เคลื่อนใกล้เข้ามา การเตรียมพร้อมเพื่อเข้าใจและการใช้วัคซีนป้องกัน จะช่วยให้นักเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น

การเดินทางที่สะดวกรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนนิยมเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซี่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจะเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากการจัดหาข้าวของที่จำเป็นเพื่อเผชิญหน้ากับสภาวะอากาศใหม่ ช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปจากความเคยชิน หรือจัดเตรียมยาประจำตัวแล้วนั้น นักเดินทางที่ดีควรวางแผนเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากโรคต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง อ่านต่อ



จาก หนังสือ &quot; วัคซีน....น่ารู้&quot;
สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=200</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:31 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>สังคม Online เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของคนไทยทุกคน </title>
<description>สังคม Online เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของคนไทยทุกคน </description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=102</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:30 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>ทรายกำจัดลูกน้ำ ( Larvicidal Sand Granule ) </title>
<description>ทรายกำจัดลูกน้ำ ( Larvicidal Sand Granule ) 
 ทรายกำจัดลูกน้ำหรือที่รู้จักกันในชื่อทรายอะเบท (Abate?) ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ ทำมาจากเม็ดทรายขนาดประมาณ 1,250 ไมโครเมตร เคลือบด้วยสารทีมีฟอส บางครั้งใช้ ซีโอไลต์ซึ่งเป็นวัตถุมีรูพรุนนำมาใช้แทนทราย สารทีมีฟอสเป็นสารเคมีกำจัดแมลงชนิดออร์กาโนฟอสเฟต มีกลิ่นเหม็น สลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกแดดหรือความร้อน มีความเป็นพิษต่ำต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่มีความเป็นพิษสูงต่อลูกน้ำยุง ริ้น แมลงวันฝอยทราย แมลงหวี่ขน แมลงวันริ้นดำ เหา และสัตว์ปีก ดังนั้นจึงมีการนำสารทีมีฟอสไปเคลือบบนผิวของเม็ดทรายผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทรายกำจัดลูกน้ำ ผลิตภัณฑ์มีลักษณะเป็นทรายเม็ดละเอียดสีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลหรือเม็ดซีโอไลต์เคลือบด้วยสารทีมีฟอส</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=101</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:30 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>การป้องกันการจมน้ำในช่วงอุทกภัย</title>
<description>การป้องกันการจมน้ำในช่วงอุทกภัย
</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=100</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:30 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>โรคที่มากับน้ำท่วม รู้ไว้ ป้องกันได้</title>
<description>โรคที่มากับน้ำท่วม รู้ไว้ ป้องกันได้
</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=99</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:30 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>คู่มือการล้างไตทางช่องท้องสำหรับประชาชน </title>
<description>คู่มือการล้างไตทางช่องท้องสำหรับประชาชน</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=47</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:30 +0700</pubDate>
</item>
<item>
<title>อันตราย ! ยาลูกกลอนผสม สเตียรอยด์ </title>
<description>อันตราย &hellip;&hellip;! ยาลูกกลอนผสม สเตียรอยด์ 
</description>
<image>http://www.moph.go.th/ops/iprg/news_pic/</image>
<link>http://www.moph.go.th/moph2/show_hotnew.php?idHot_new=38</link>
<pubDate>Thu, 01 Jan 1970 07:33:30 +0700</pubDate>
</item>
</channel>
</rss>
