|
ชื่อ : W32.Blaster.Worm
ค้นพบเมื่อ : 12 สิงหาคม 2546
ชนิด : หนอนอินเทอร์เน็ต (worm)
ชื่ออื่นที่รู้จัก : WORM_MSBLATER.A, W32/Lovsan.worm, W32/Blaster-A,
W32/Lovsan.worm, Win32.Poza, WORM_MSBLAST.A, W32/Blaster.A, Worm/Lovsan.A,
msblast.exe, tftp, Lovsan, Win32.Msblast.A, W32/Blaster
ระดับความรุนแรง : สูง
Download file ที่เกี่ยวข้อง ได้ที่นี่.
ข้อมูลทั่วไป
W32.Blaster.Worm
หนอนชนิดนี้จัดเป็นโปรแกรมประเภท
Exploit ที่จะโจมตีช่องโหว่ของ DCOM RPC (Windows Distributed Component
Object Model Remote Procedure Call) หรือ MS03-026
โดยผ่านพอร์ต TCP 135 และหนอนยังสามารถดาวน์โหลดและรันตัวเอง ซึ่งไฟล์ของหนอนชนิดนี้มีชื่อว่า
msblast.exe
เนื่องจากหนอนชนิดนี้ทำการโจมตีช่องโหว่
DCOM RPC หรือ MS03-026
ดังนั้นจึงควรที่จะทำการอัพเดต patch เพื่ออุดรอยรั่วของช่องโหว่ดังกล่าวโดยเร่งด่วน
และทำการปิดกั้นพอร์ตดังต่อไปนี้ที่เราเตอร์ เกตเวย์ หรือไฟร์วอลล์ของเครือข่าย
- พอร์ต TCP และ UDP 135
ของ DCOM RPC
- พอร์ต UDP 69 ของ TFTP
- พอร์ต TCP และ UDP 139
ของ NetBIOS
- พอร์ต TCP และ UDP 445
- พอร์ต TCP 4444
จากรายงานที่ได้รับ
เมื่อหนอนชนิดนี้รันตัวเองแล้ว จะส่งผลให้เครื่องปิดเองโดยอัตโนมัติ
จากนั้นหนอนก็จะพยายามทำการปฏิเสธการให้บริการ
(Denial Of Service) windowsupdate.com เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลด
patch มาอุดช่องโหว่นี้
วิธีการแพร่กระจาย
หนอนชนิดนี้สามารถแพร่กระจายโดยอาศัยการโจมตีช่องโหว่ของไมโครซอฟต์วินโดวส์
และค้นหาเครื่องตามหมายเลข IP ที่เปิดพอร์ต 135 เมื่อค้นพบหนอนจะทำการส่งโค้ดที่ใช้โจมตีเพื่อสั่งให้ดาวน์โหลดและรันไฟล์ที่ชื่อ
msblast.exe โดยใช้โปรแกรม TFTP
รายละเอียดทางเทคนิค
เมื่อหนอน W32.Blaster.Worm
ถูกเอ็กซิคิวต์ หนอนจะมีกระบวนการดังนี้
- สร้าง Mutex ชื่อ "BILLY."
ถ้ามี Mutex นี้แล้วจะหยุดการทำงาน
- เพิ่มค่า
"windows
auto update"="msblast.exe"
ในเรจิสทรีย์คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run
ขณะนี้หนอนจะถูกรันทุกครั้งเมื่อระบบปฏิบัติการวินโดวส์เริ่มทำงาน
และในทุกช่วงเวลาที่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทำการติดต่อไปยัง
windowsupdate.com เพื่อตรวจสอบ patch ใหม่ๆ ก็จะเป็นการเรียกตัวหนอนชนิดนี้ขึ้นมาทำงาน
จากรายงานที่ได้รับ
เมื่อหนอนชนิดนี้รันตัวเองแล้ว จะส่งผลให้เครื่องปิดเองโดยอัตโนมัติ
- คำนวณหาหมายเลข IP เป้าหมาย
โดยใช้อัลกอริทึมต่อไปนี้ และจะใช้เวลาประมาณ 40% ของเวลาที่ใช้ในการคำนวณทั้งหมด
โฮสต์ที่หมายเลข IP เป็น
A.B.C.D
ตั้งค่า D เท่ากับ 0
ถ้า C มากกว่า 20 จะทำการลบด้วยค่าที่น้อยกว่า
20
เมื่อได้ค่าแล้ว หนอนจะได้เครือข่ายที่จะทำการรัน
Exploit คือ A.B.C.0 และจะนับเพิ่มขึ้นด้วย
หมายเหตุ
ขณะนี้ในเครือข่ายย่อยจะถูกหนอนสร้างการร้องขอการใช้พอร์ต
135 จำนวนมาก ก่อนที่จะออกเครือข่ายย่อยนี้
- คำนวณหาหมายเลข IP เป้าหมายต่อ
โดยใช้วิธีการสุ่มตัวเลข และใช้ 60% ของเวลาในการคำนวณทั้งหมด
A.B.C.D
ตั้งค่า D เท่ากับ 0
ตั้งค่า A B และ C ให้สุ่มค่าในช่วง
0 ถึง 255
- หนอนจะพยายามส่งข้อมูลผ่านพอร์ต
TCP 135 ซึ่งเป็นการโจมตีช่องโหว่ DCOM RPC และสร้าง Remote shell
รอรับการติดต่อที่พอร์ต TCP 4444
- รอการติดต่อผ่านพอร์ต UDP
69 เมื่อหนอนได้รับการร้องขอ หนอนจะทำการส่งไฟล์ Msblast.exe กลับออกมา
- ส่งคำสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ
ทำการติดต่อซ้ำอีกครั้งแล้วทำการดาวน์โหลดและรันไฟล์ Msblast.exe
จากเครื่องที่ถูกหนอนชนิดนี้ฝังตัวอยู่
- ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม
เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปี หนอนชนิดนี้จะทำการ DoS ไปยัง windowsupdate.com
หนอนชนิดนี้จะมีข้อความแฝงอยู่และจะไม่แสดงให้เห็น
ข้อความมีอยู่ว่า
" I
just want to say LOVE YOU SAN!!
billy gates why do you make this possible ? Stop making money
and fix your software!! "
วิธีกำจัดหนอนชนิดนี้
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ
Windows ME:
หมายเหตุ: Windows ME ใช้ backup
utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore
ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้
จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer
บน Desktop และ เลือก Properties
- เลือกแถบ Performance
- กดปุ่ม File System
- เลือกแถบ Troubleshooting
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Disable
System Restore"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Close
- กดปุ่ม Close อีกที
- เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่
ให้กด Yes
หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
- รีสตาร์ทเครื่องให้อยู่ใน
Safe Mode
- เรียกใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อลบไฟล์ที่ติดเชื้อทั้งหมด
หรือเปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก
หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่
1-9 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Disable
System Restore" ออก
วิธีป้องกันตัวเองจากไวรัส
- ควรลบอี-เมล์ที่น่าสงสัยว่ามีไวรัสแนบมา
รวมทั้งอี-เมล์ขยะและอี-เมล์ลูกโซ่ทิ้งทันที
- ห้ามรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใครและไม่ทราบว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์อะไร
ตลอดจนไฟล์ที่ถูกส่งด้วยโปรแกรมประเภทแช็ต (Chat) ต่างๆ เช่น IRC,
ICQ หรือ Pirch เป็นต้น
- ติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส
และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
- สร้างแผ่นกู้ระบบฉุกเฉิน
(Emergency disk) ของโปรแกรมป้องกันไวรัส และปรับปรุงฐานข้อมูลในแผ่นอยู่เสมอ
- ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่
(patch) ของทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ Internet Explorer ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่สุด
IE
6.0 SP1
- ตั้งค่า security zone ของ
Internet Explorer ให้เป็น high ดังคำแนะนำที่ http://thaicert.nectec.or.th/paper/virus/zone.php
- ทำการสำรองข้อมูลในเครื่องอยู่เสมอ
และเตรียมหาวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้น
- ติดตามข่าวสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับไวรัสต่างๆ
ซึ่งสามารถขอใช้บริการส่งข่าวสารผ่านทางอี-เมล์ของทีมงาน ThaiCERT
ได้ที่ http://thaicert.nectec.or.th/mailinglist/register.php
- สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีป้องกันตัวเองจากไวรัสได้ในหัวข้อ
วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์
ช้อมูลอ้างอิง
*** ThaiCERT ขอสงวนสิทธิ์ในการเสนอแนวทางป้องกันเบื้องต้น
และวิธีการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องได้ผล 100% ขึ้นอยู่กับระบบปฎิบัติการ
โปรแกรมป้องกันไวรัสใด และโปรแกรมอื่นๆ ที่ติดตั้งเองในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเอง***
เผยแพร่โดย
ThaiCERT เมื่อ 12 สิงหาคม 2546 5.30 น.
ปรับปรุงล่าสุดโดย ThaiCERT เมื่อ 13 สิงหาคม 2546 13.45 น.
|